“บอกมาว่าเงินก้อนนั้น... มันไปอยู่ที่ไหน รินรดา!”
เสียงทุ้มต่ำของอคินทร์ตวาดก้องห้องทำงานส่วนตัว บรรยากาศภายในห้องที่ควรจะเงียบสงบกลับคุกรุ่นไปด้วยแรงโทสะของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล เขาโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คจนเกิดเสียงดังสนั่น แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าคมสันที่ตอนนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธขึ้งและ... ความสับสน
เขาส่งนักสืบเอกชนมือดีที่สุดไปติดตามรินรดาตั้งแต่วันที่เธอก้าวเท้าออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ไปพร้อมกับใบหย่าที่เขามอบให้ด้วยความสะใจในวันนั้น ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมากลับไม่ใช่ชีวิตที่ตกต่ำอย่างที่เขาประชดประชันไว้ แต่เป็นความลับที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มเรียบเฉยของหญิงสาวที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอ
“คุณอคินทร์คะ ใจเย็นลงหน่อยเถอะค่ะ” เสียงเรียบเรื่อยของเลขาส่วนตัวที่ยืนอยู่มุมห้องทำให้เขาสะบัดหน้าหนี
อคินทร์หยิบรูปถ่ายในแฟ้มขึ้นมาดูอีกครั้ง นิ้วเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อไล้ไปตามภาพหญิงสาวที่เขารักและเกลียดชังในเวลาเดียวกัน รินรดาในภาพดูสง่างามขึ้น ดวงตาคู่สวยที่เคยหม่นแสงกลับเป็นประกายเจิดจ้า แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบไม่ใช่ความสวยของเธอ แต่มันคือเด็กชายตัวน้อยที่ยืนกุมมือเธออยู่ในรูปถ่ายนั้น
ลีโอ... เด็กคนนั้นชื่อลีโอ
ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าที่มีเค้าโครงราวกับถอดแบบมาจากเขาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ยิ่งเห็นรอยยิ้มของเด็กน้อยที่แย้มกว้าง อคินทร์ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีค้อนปอนด์ทุบเข้าที่กลางอก ความคิดที่ว่าเธอแอบไปมีชู้หลังหย่าขาดจากเขาถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ เพราะระยะเวลาที่เขาเห็นเด็กคนนี้ผ่านรายงานสืบสวน... มันไม่มีทางเป็นไปได้ที่เด็กคนนี้จะเป็นลูกคนอื่น
“เธอกล้าดียังไง...” เขาพึมพำ น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความเจ็บปวดที่ตีตื้นขึ้นมา “กล้าดียังไงถึงปิดบังเรื่องนี้ไว้คนเดียว!”
เขานึกย้อนไปถึงคืนวันเหล่านั้น คืนที่เขาเย็นชาใส่เธอ คืนที่เขาทอดทิ้งเธอไว้บนเตียงกว้างด้วยความเฉยเมย เขาไม่เคยเหลียวแล ไม่เคยถามไถ่ว่าเธอต้องเผชิญกับอะไรบ้าง รินรดาต้องอุ้มท้องลูกของเขา... ลำพัง? โดยที่เขาเป็นคนผลักไสเธอออกมาเผชิญโลกภายนอกด้วยความใจดำที่สุด
อคินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความแค้นที่เคยมีต่อเธอมันมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความโหยหาและความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจจนแทบกระอัก
“ไปเตรียมรถ” เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม “ฉันต้องเจอเธอ เดี๋ยวนี้!”
...
ณ อพาร์ตเมนต์หรูใจกลางเมือง รินรดากำลังนั่งพับผ้าตัวเล็กๆ ของลูกชายด้วยความใจเย็น เสียงดนตรีคลาสสิกเบาๆ ในห้องทำให้เธอดูสุขุมและเยือกเย็นกว่าเมื่อก่อนมาก ลีโอนอนหลับปุ๋ยอยู่บนโซฟานุ่ม ท่าทางไร้เดียงสานั้นคือพลังใจเดียวที่ทำให้เธอยืนหยัดอยู่ได้หลังจากพายุโหมกระหน่ำในอดีต
ทว่า ความสงบสุขก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงกดกริ่งหน้าห้องที่ดังกึกก้อง รินรดาลุกขึ้นช้าๆ เธอไม่ได้ตื่นตระหนก เพราะเธอรู้ดีว่าสักวันหนึ่ง... วันที่เขาจะตามหาเธอเจอ มันต้องมาถึง
เมื่อประตูเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของอคินทร์ก็ก้าวเข้ามาในห้องทันที กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่คุ้นเคยทำให้น้ำตาในใจของรินรดาไหลนอง แต่ใบหน้าของเธอแสดงออกเพียงความเรียบเฉย
“คุณมาทำอะไรที่นี่” เธอถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้
อคินทร์ไม่ตอบ เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปหาเธอ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องจนไปหยุดที่ร่างเล็กบนโซฟา เขาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นใบหน้ายามหลับของเด็กชาย
“นั่นลูกของฉันใช่ไหม...” เขาถามเสียงแหบพร่า เดินก้าวยาวเข้าไปหาเด็กน้อยก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าข้างโซฟา มือหนาที่พยายามจะแตะแก้มยุ้ยๆ ของลูกชายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
รินรดาปราดเข้าไปขวางไว้ เธอผลักไหล่เขาออกเต็มแรงด้วยความโมโหที่ปะทุขึ้น “อย่ามาแตะต้องเขา! คุณไม่มีสิทธิ์!”
อคินทร์เงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขาแดงก่ำไปด้วยอารมณ์ที่ผสมปนเป “ฉันมีสิทธิ์! เขาคือเลือดเนื้อเชื้อไขของฉัน รินรดา! ทำไมเธอถึงไม่บอกฉันว่าท้อง? เธอปล่อยให้ฉันใช้ชีวิตเหมือนคนโง่เง่าในขณะที่เธอต้องลำบากเพื่อเลี้ยงลูกของเราคนเดียวงั้นเหรอ?”
“คนโง่เหรอ?” รินรดาหัวเราะร่วน น้ำตาไหลรินออกมาโดยไม่อาจกลั้น “คุณไม่ใช่แค่คนโง่ อคินทร์... แต่คุณคือคนที่ไร้หัวใจที่สุดในโลก! วันที่ฉันบอกคุณว่าฉันท้อง คุณทำอะไร? คุณขว้างแก้วใส่ผนังแล้วตะคอกใส่ฉันว่าฉันมันก็แค่นางบำเรอที่อยากเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีสกปรก... คุณลืมไปแล้วเหรอ!”
คำพูดของเธอเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลฉกรรจ์ อคินทร์หน้าซีดเผือด เขาจำได้... จำได้ดีว่าตัวเองได้ทำลายชีวิตเธอไปมากแค่ไหน
“ริน... ฉันเปลี่ยนไปแล้ว ฉันไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนี้” เขาพยายามจะคว้ามือเธอ แต่รินรดาถอยห่างอย่างรังเกียจ
“สายเกินไปค่ะ” เธอพูดพลางปาดน้ำตาอย่างเด็ดเดี่ยว “สิ่งที่เสียไปแล้วมันเรียกกลับคืนมาไม่ได้ อดีตที่เลวร้ายของคุณมันคือขุมนรกสำหรับฉัน... และตอนนี้ ฉันจะไม่ยอมให้คุณก้าวเข้ามาทำลายชีวิตของลูกชายฉันอีกเป็นอันขาด ออกไปจากที่นี่ซะ!”
อคินทร์มองหน้าหญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจ ความรู้สึกผิดตีรวนจนเขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ทันใดนั้น โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เป็นเมธาวีที่โทรเข้ามาแทรกจังหวะที่หัวใจเขากำลังเต้นรัวด้วยความสับสน
เขาหยิบขึ้นมาดูด้วยความรำคาญใจ แต่ก่อนที่เขาจะกดรับ สายตาเหลือบไปเห็นซองเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้หัวเตียงของรินรดา... มันไม่ใช่ซองจดหมายธรรมดา แต่เป็นซองผลตรวจจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่มีชื่อลูกของเขาระบุอยู่ชัดเจน
อคินทร์คว้าซองนั้นมาถือไว้ รินรดาหน้าถอดสีทันทีที่เห็นเขาเปิดมันออก
“นี่มันอะไร...” อคินทร์ไล่สายตาอ่านผลตรวจนั้นแล้วเบิกตากว้าง “ความผิดปกติของหัวใจ... ลูกของเราเป็นโรคหัวใจงั้นเหรอ! รินรดา! ทำไมเธอถึงปิดบังเรื่องใหญ่ขนาดนี้!”
รินรดาสะอึกจนตัวโยน ความลับที่เธอแบกไว้เพียงลำพังเริ่มสั่นคลอน เมื่ออคินทร์เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและคำถามที่ไม่มีวันสิ้นสุด
หวังว่าตอนนี้นักอ่านจะร่วมลุ้นไปกับรินรดาและปมหัวใจของน้องลีโอที่กำลังจะถูกเปิดเผยนะคะ
ชฎาพรายไวน์แดง
พันธะสวาททวงคืนรักแม่ของลูก•ตอนที่ 7
ปมสงสัยที่เริ่มก่อตัว
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสวาททวงคืนรักแม่ของลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!