พันธะสวาททวงคืนรักแม่ของลูก•ตอนที่ 6

เด็กน้อยหน้าเหมือน

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
"ริน... คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมคะว่าจะเปิดสาขาที่นี่ จริงๆ ให้พี่จัดการแทนก็ได้นะ น้องรินเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ แทบไม่มีเวลาพักผ่อนเลย" เสียงทุ้มนุ่มของ ภาคิน นายแพทย์หนุ่มรุ่นพี่ที่คอยดูแลช่วยเหลือรินรดามาตลอดสามปีในต่างแดนดังขึ้น ขณะที่เขากำลังช่วยเธอยกกล่องเอกสารเข้าร้านกาแฟกึ่งแกลเลอรีศิลปะแห่งใหม่ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันเจ็บปวดและเศษซากปรักหักพังของอดีตที่เธอเคยฝังกลบมันไว้ รินรดายิ้มรับบางๆ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแดดทรงโตฉายแววเด็ดเดี่ยวและมั่นคง เธอยามนี้ไม่ใช่รินรดาคนเดิมที่อ่อนแอและยอมจำนนต่อโชคชะตาอีกต่อไปแล้ว การใช้ชีวิตอยู่ลำพังในต่างแดนพร้อมกับเลี้ยงดูเจ้าตัวเล็กหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นหญิงสาวที่เข้มข้นดั่งไวน์หมักบ่ม ยิ่งเก็บนานยิ่งลุ่มลึกและทรงพลัง "รินเกรงใจพี่ภาคินมากพอแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะที่ช่วยเป็นธุระให้ตั้งแต่เราลงเครื่อง แต่เรื่องร้านนี้ รินตั้งใจจะลงมือทำเองทุกขั้นตอน เพื่อพิสูจน์ให้ตัวเองเห็นว่า... รินยืนหยัดด้วยลำขาของตัวเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาเงาของใครอีกต่อไป" คำว่า 'เงาของใคร' นั้น รินรดารู้ดีแก่ใจว่าหมายถึงใคร แม้เวลาจะผ่านไปสามปีเต็ม แต่แผลเป็นที่ประทับอยู่กลางใจยังคงเตือนให้เธอระลึกถึงความโหดร้ายของอคินทร์ อดีตสามีผู้เคยมองเธอเป็นเพียงอากาศธาตุและสิ่งไร้ค่าในชีวิตของเขา ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของร้านกาแฟหรูฝั่งตรงข้าม อคินทร์กำลังนั่งไขว่ห้างด้วยสีหน้าเคร่งขรึม นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะตามอารมณ์ที่คุกรุ่น เขากำลังหงุดหงิดกับปัญหาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ที่เมธาวี พยายามเข้ามาวุ่นวายและทำตัวตีสนิทเกินขอบเขต แม้เขาจะพยายามเว้นระยะห่างมาโดยตลอดหลังตระหนักได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาได้ทำลายความรักที่บริสุทธิ์ที่สุดของรินรดาพังทลายลงด้วยมือของตัวเอง การตามหารินรดาจึงกลายเป็นลมหายใจเดียวที่เหลืออยู่ของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งในอดีต "อคินคะ เมย์ว่าโครงการนี้เราให้ทีมสถาปนิกชุดเดิมจัดการต่อ น่าจะเข้าท่ากว่านะคะ... อคิน ฟังเมย์อยู่หรือเปล่าคะ?" เมธาวีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน พร้อมกับวางมือเรียวลงบนต้นแขนของเขาอย่างถือวิสาสะ อคินทร์ดึงแขนออกอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาคมกริบกวาดมองไปเบื้องนอกกระจกใสอย่างไร้จุด1หมาย ปลายทางสายตาของเขาไม่ได้หยุดที่ใบหน้าบึ้งตึงของเมธาวี หากแต่มันถูกกระชากความสนใจไปโดยสิ้นเชิง เมื่อร่างบางเพรียวระหงในชุดเดรสผ้าลินินสีครีมสะอาดตา ปรากฏขึ้นที่หน้าร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม หัวใจของอคินทร์กระตุกวูบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าอย่างจัง ลลมหายใจของประธานหนุ่มขาดห้วงไปชั่วขณะ โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน ร่างกายชาวาบไปจนถึงปลายนิ้ว เมื่อผู้หญิงที่เขาเฝ้าตามหาพลิกตัวกลับมาจัดเรียงกระถางต้นไม้หน้าร้าน เค้าโครงใบหน้านั้น... รินรดา! ภรรยาที่เขาเคยขับไลไสส่งและคิดว่าเธอสูญหายไปจากชีวิตอย่างไร้ร่องรอย "ริน..." ริมฝีปากหยได้รูปพึมพำชื่อนั้นออกมาอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมเข้มเอ่อคลอด้วยประกายความหวังและความเจ็บปวดที่ตีรวนขึ้นมาในอก เขากำลังจะลุกพรวดพ่นเก้าอี้เพื่อวิ่งข้ามถนนไปหาเธอ ทว่าภาพตรงหน้ากลับทำให้ฝีเท้าที่กำลังจะก้าวต้องหยุดชะงักงัน ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยค้อนเหล็กอันหนักอึ้ง จากด้านในร้าน มีเสียงเจื้อยแจ้วสดใสของเด็กผู้ชายวัยสามขวบดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท ร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยดสีฟ้าสดใสวิ่งถือลูกโป่งรูปดาววิ่งดุ๊กดิ๊กออกมาหาหญิงสาว พร้อมกับส่งเสียงเรียกออดอ้อนด้วยสำเนียงน่ารักน่าเอ็นดู "หม่ามี๊ฮะ! ลูกโป่งของลีโอ... หลุดมือไปติดอยู่บนยอดไม้โน้นแน่ะฮะ ช่วยลีโอหน่อยเร้ว!" น้ำเสียงนั้น... และที่สำคัญที่สุดคือ ใบจิ้มลิ้มจอมซนของเด็กชายคนนั้น ดวงตากลมโตเรียวยาว จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะมุมปากที่หยักขึ้นยามยิ้ม... มันคือเงาสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กราวกับถอดแบบออกมาจากพิมพ์เดียวกัน ไม่มีผิดเพี้ยน! อคินทร์ยืนนิ่งค้าง สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำสอง ความจริงอันน่าตกตะลึงประเดประดังเข้ามาในอกจนแทบหายใจไม่ออก เด็กผู้ชายคนนั้น... ลูกของรินรดากับใคร? หรือว่า... นั่นคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเองที่ถูกซ่อนเร้นไว้ตลอดสามปีเต็ม! ชฎาพรายไวน์แดงหวังว่านักอ่านทุกท่านจะยังคงเป็นกำลังใจให้ตัวละครเหล่านี้ผ่านมรสุมที่กำลังก่อตัวขึ้นในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสวาททวงคืนรักแม่ของลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%