กลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดิม... กลิ่นกุหลาบผสมอำพันที่เคยอบอวลอยู่ในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์อคินทร์เมื่อหลายปีก่อน บัดนี้กลับมาลอยวนอยู่ปลายจมูกของรินรดาอีกครั้ง ในสถานที่ซึ่งเธอไม่คาดคิดว่าจะได้กลิ่นนี้
"พี่คินบอกว่า กลิ่นนี้ยังเป็นกลิ่นโปรดของเขาเสมอ... รินว่าจริงไหมคะ?"
น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่เจือความเย่อหยิ่งเล็กๆ ดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงในชุดเดรสผ้าไหมสีเอิร์ธโทนที่ก้าวเข้ามาประชิด รินรดาชะงักฝีเท้า ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนความไหววูบในดวงตา ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับ 'เมธาวี' ผู้หญิงคนที่เคยเป็นเงาทมิฬในชีวิตแต่งงานของเธอ และในวันนี้... หล่อนกลับมาเพื่อทวงพื้นที่ที่เคยคิดว่าตนเองควรครอบครอง
"ถ้าคุณเมธาวีว่างมากจนต้องมานั่งจำกลิ่นน้ำหอมของผู้ชายคนอื่น ดิฉันแนะนำให้เอาเวลาไปใส่ใจเรื่องมารยาททางสังคมน่าจะดีกว่านะคะ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง เธอยืนหยัดอย่างมั่นคงในฐานะผู้หญิงคนใหม่ที่ไม่มีวันยอมให้ใครเหยียบย่ำศักดิ์ศรีได้อีก
เมธาวีหัวเราะในลำคอ ดวงตาราวกับนางพญาแมวดำกวาดมองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความริษยาที่เคลือบไว้ด้วยรอยยิ้ม "ปากเก่งขึ้นนี่คะรินรดา ตั้งแต่หย่ากับพี่คินไป... ดูเหมือนคุณจะบินสูงขึ้นนะ แต่ปีกที่เพิ่งงอกออกมาน่ะ ระวังจะโดนไฟลนจนไหม้เกรียมเสียก่อนล่ะ"
บทสนทนาเชือดเฉือนกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น ท่ามกลางบรรยากาศงานเลี้ยงการกุศลปิดที่อคินทร์เป็นเจ้าภาพร่วม รินรดาตั้งใจจะมาเคลียร์เอกสารเรื่องมูลนิธิเด็ก แต่กลับต้องมาติดอยู่ในเกมประสาทที่เมธาวีจงใจสร้างขึ้นเพื่อรื้อฟื้นความหลัง
ในมุมหนึ่งของห้องโถง อคินทร์ที่เพิ่งเดินกลับจากการคุยธุรกิจกับแขกวีไอพี ชะงักฝีเท้าลงเมื่อเห็นร่างของภรรยาเก่าและคนรักเก่ากำลังปะทะคารมกัน สายตาคมกริบของประธานหนุ่มไหววูบ หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความโหยหาในตัวรินรดาและความหงุดหงิดที่เห็นเมธาวีเข้ามาวุ่นวาย เขารู้ดีว่าอดีตคู่หมั้นสาวคนนี้มีความทะเยอทะยานสูงแค่ไหน และเธอกำลังพยายามทำลายความสัมพันธ์อันเปราะบางที่เขากำลังพยายามซ่อมแซมกับรินรดา
"ริน..." อคินทร์สาวเท้าเข้ามาแทรกกลางระหว่างผู้หญิงทั้งสองคน รังสีความเย็นชาแผ่ออกมาจากตัวเขาจนเมธาวีต้องหุบยิ้ม "คุณมาทำอะไรตรงนี้ เมธาวี"
"เมย์แค่อยูกทักทายคุณแม่ของลูกคุณเท่านั้นเองค่ะพี่คิน ทำไมต้องทำเสียงดุใส่เมย์ด้วยล่ะคะ?" เมธาวีแสร้งทำเป็นเสียงสั่นเครือ ดวงตาคลอด้วยหน่วยน้ำตาแห่งความน้อยใจที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดี มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะแขนแกร่งของอคินทร์โดยอัตโนมัติ "เมย์แค่คิดถึง... เรื่องของเราในอดีต..."
"ปล่อยค่ะ" อคินทร์ปัดมือของเมธาวีออกอย่างไร้เยื่อใย สายตาของเขาไม่ได้มองผู้หญิงข้างกายเลยแม้แต่น้อย เขากำลังจ้องมองรินรดาด้วยความร้อนรน กลัวเหลือเกินว่าแววตาคู่สวยนั้นจะกลับมาเย็นชาและผลักไสเขาอีกครั้ง "ริน ฟังพี่นะ... เรื่องระหว่างพี่กับเมธาวีมันจบไปนานแล้ว ตั้งแต่วันที่..."
"ไม่ต้องอธิบายหรอกค่ะคุณอคินทร์" รินรดายกมือขึ้นห้าม น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทจนน่ากลัว ไม่มีร่องรอยของความหึงหวง หรือแม้แต่ความโกรธเคือง มีเพียงความว่างเปล่าที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของชายหนุ่ม "ชีวิตส่วนตัวของคุณ จะมีใครยืนข้างกาย หรือใครจะกลับมาทวงความหลังอะไร... มันไม่ใช่ธุระอะไรของดิฉันเลยค่ะ ดิฉันมาที่นี่เพื่อเรื่องงาน ถ้าคุยกันจบแล้ว ขอตัวนะคะ"
"ริน!" อคินทร์คว้าข้อมือเรียวไว้ทันที แรงบีบไม่ได้รุนแรง แต่เต็มไปด้วยความเวทนาและอ้อนวอน "อย่าทำแบบนี้... อย่าทำเหมือนพี่ไม่มีค่าอะไรในสายตาเลยนะ"
"ปล่อยมือค่ะคุณอคินทร์" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาสั่นระริกด้วยความอัดอั้นที่ถูกเก็บกดไว้ "คุณลืมไปแล้วหรือคะว่าใครเป็นคนพูดว่า 'เธอไม่มีค่าพอที่จะยืนเคียงข้างฉัน' ในห้องนอนห้องนั้น... วันนี้คุณจะมาเรียกร้องอะไรจากผู้หญิงที่คุณเคยเหยียบย่ำล่ะคะ?"
คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงบนแผลเก่าของอคินทร์ เขาสะอึกจนพูดไม่ออก ความผิดบาปในอดีตย้อนกลับมาทุบตีหัวใจเขาอย่างรุนแรง เมธาวีที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่กัดริมฝีปากด้วยความแค้นเคือง เมื่อเห็นว่าอคินทร์ยังคงอาลัยอาวรณ์ผู้หญิงหย่าร้างคนนี้ไม่เสื่อมคลาย
"พี่คินคะ อย่าไปสนใจผู้หญิงใจร้ายคนนี้เลยค่ะ เขาทิ้งพี่ไปมีชีวิตใหม่แถมยัง..." เมธาวีจงใจพูดเสียงดังเพื่อยั่วโมโห พร้อมกับขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงเพื่อหวังจะดึงความสนใจ
"หุบปากซะ เมธาวี!" อคินทร์หันไปตวาดกร้าว นัยน์ตาดุดันราวกับซาตานโกรธจัด "ถ้าเธอไม่รู้จักมารยาท ก็เชิญออกไปจากงานของฉันเดี๋ยวนี้!"
ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏบนริมฝีปากอิ่ม "เชิญพวกคุณเคลียร์กันให้เรียบร้อยเถอะค่ะ ดิฉันขอตัวไปดูลีโอก่อน ลูกคงรออยู่ที่รถแล้ว"
เพียงแค่เอ่ยชื่อ 'ลีโอ' อคินทร์ก็ยิ่งใจหายวาบ ภาพเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักเฉลียวฉลาดที่มักจะทำให้หัวใจเขาพองโตทุกครั้งที่พบหน้าผุดขึ้นมาในหัว สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงความเป็นไปได้บางอย่างที่เขาไม่เคยกล้าคิดอย่างจริงจัง... เด็กคนนั้นอายุสามขวบ... และรินรดาแต่งงานออกไปได้สามปีพอดี
ชายหนุ่มสะบัดแขนจากการเกาะกุมของเมธาวีอย่างไร้เยื่อใย แล้วก้าวตามรินรดาไปทันทีโดยไม่สนใจเสียงเรียกโวยวายของอดีตคนรักเก่าที่ยืนหน้าเสียอยู่เบื้องหลัง
"ริน! รินรดา! หยุดก่อน!" อคินทร์สาวเท้ายาวๆ จนกระทั่งคว้าแขนเรียวไว้ได้อีกครั้งที่บริเวณทางออกด้านข้างที่เงียบสงบ ไร้ผู้คน "บอกพี่มาตามตรง... ลีโอ... ลีโอเป็นลูกของใคร?"
รินรดาชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบไปถึงตาตุ่ม เธอนิ่งงันไปชั่วขณะก่อนจะซ่อนความตื่นตระหนกไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉย หันกลับมามองอดีสามีด้วยแววตาเยียบเย็น
"ทำไมคะ? คุณอคินทร์เกิดเพ้อเจ้ออะไรขึ้นมา ถึงมาถามเรื่องนี้กับดิฉัน?"
"อย่ามาโกหกพี่!" อคินทร์ก้าวเข้าไปประชิดตัว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง ดวงตาคมกริบจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตราวกับจะค้นหาความจริง "สายตาของเด็กคนนั้น... รอยยิ้มแบบนั้น... และอายุของแก... ทำไมพี่ถึงเพิ่งฉุกคิดได้นะ! รินรดา... ลีโอคือลูกของพี่ใช่ไหม? ลูกของเราใช่ไหม!"
ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังเต้นรัวระทึกด้วยความหวาดกลัวว่าความลับสูงสุดกำลังจะถูกเปิดเผย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบอดี้การ์ดส่วนตัวของอคินทร์ก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ไม่ไกล พร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือที่สั่นไหว
"นายครับ... คือว่า..." ลูกน้องคนสนิทมีสีหน้าตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด "เราเพิ่งได้รับรายงานด่วนจากที่บ้าน... ผลตรวจ DNA ฉบับเร่งด่วนที่คุณชายสั่งให้ตรวจลับๆ... ออกมาแล้วครับ!"
ชฎาพรายไวน์แดง
พันธะสวาททวงคืนรักแม่ของลูก•ตอนที่ 8
กลิ่นไอคนรักเก่า
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสวาททวงคืนรักแม่ของลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!