กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดชั้นดีลอยวนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวาง ทว่าบรรยากาศกลับเย็นยะเยือกเสียจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง อคินทร์ยืนนิ่งอยู่เบื้องโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำสนิท สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจดจ้องร่างระหงของอดีตภรรยาที่กำลังก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้ามั่นคง ชุดสูทเข้ารูปสีเพิร์ลเกรย์ขับเน้นสัดส่วนอรชรให้ดูทรงพลังและเย้ายวนในคราวเดียวกัน เธอดูลึกล้ำ เกินเอื้อม และเด็ดเดี่ยวเสียจนผู้ชายเย่อหยิ่งอย่างเขาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"คุณมาทำไมที่นี่คะ คุณอคินทร์"
น้ำเสียงหวานนุ่มทว่าเยียบเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลกเอื้อnออกมาราวกับมีเข็มนับพันเล่มพุ่งตรงมาปักอกเขา รินรดาไม่ได้แม้แต่จะชายตามองโซฟาหนังแท้ราคาแพงที่เขาจัดเตรียมไว้ต้อนรับ เธอยืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่มีแววตาหวาดกลัวหรืออ่อนแอหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความว่างเปล่าที่บาดลึกหัวใจของคนมองจนแทบแหลกสลาย
อคินทร์ขยับตัวเข้าหาช้าๆ ลมหายใจของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลสะดุดกว้างยามเมื่อกลิ่นกายหอมละมุนคุ้นเคยโชว์เข้ามาแตะจมูก ภาพจำในอดีตที่เขาเคยโอบกอด หมางเมิน และทำร้ายจิตใจเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าผุดขึ้นมาทิ่มแทงสำนึกผิดในอกจนเจ็บแปลบ เขาอยากยื่นมือออกไปคว้าข้อมือเรียวนั้นมาแนบอก ทว่าเมื่อปะทะเข้ากับสายตาดุจคมมีดที่เธอมองกลับมา เขากลับทำได้เพียงหยุดยืนนิ่งอยู่ห่างออกไปแค่เอื้อมมือ
"ผม... แค่อยากพบคุณ ริน... และเรื่องของเรา..." อคินทร์พยายามเค้นเสียงที่แหบพร่าออกมาให้มั่นคงที่สุด แต่ความรู้สึกผิดที่สุมแน่นอยู่ในอกทำให้คำพูดของเขาสะดุดกึก
"เรื่องของเรามันจบลงไปนานแล้วนะคะ ตั้งแต่วินาทีที่คุณเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย และในเมื่อตอนนี้ฉันสร้างชีวิตใหม่ได้ด้วยลำแข้งของตัวเองแล้ว กรุณาอย่ามารบกวนเวลาทำมาหากินของฉันเลยค่ะ" รินรดาตอกกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งรอยร้าวรานให้เห็นแม้แต่น้อย มันคือความเย็นชาที่ทรงพลังที่สุด... เย็นชาจนคนฟังรู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงไปในมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง
"คุณคิดว่าเงินทองและความสำเร็จที่คุณไขว่คว้ามันจะลบอดีตที่เราเคยมีร่วมกันได้งั้นเหรอ?" อคินทร์เริ่มคุมอารมณ์ไม่อยู่ ความเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีถูกความหึงหวงและโหยหาครอบงำจนหมดสิ้น เขาก้าวพรวดเดียวเข้ามาประชิดตัวเธอ ร่างสูงใหญ่กักขังเธอไว้ระหว่างโต๊ะทำงานกับแผงอกกว้าง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลงบนซอกคอขาวผ่องที่คุ้นเคย
รินรดาไม่ถอยหนี เธอเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันอย่างไม่เกรงกลัว "อดีตเหรอคะ? อดีตที่มีแต่ผู้หญิงอีกคนวนเวียนอยู่ในบ้าน อดีตที่คุณปล่อยให้ฉันร้องไห้อย่างโดดเดี่ยวในคืนที่เจ็บปวดที่สุดน่ะเหรอคะ? คุณอคินทร์... อย่าทำให้ฉันรู้สึกสมเพชคุณไปมากกว่านี้เลยค่ะ ถอยออกไป!"
แรงผลักอันทรงพลังที่หัวไหล่กว้างทำให้ชายหนุ่มถึงกับเซถอยหลังไปสองก้าว รินรดาจัดเสื้อผ้าของตนเองให้เข้าที่ด้วยท่าทีสุขุมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าหัวใจของอคินทร์กลับเต้นรัวเร่งด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้า ความโกรธ ความรู้สึกผิด และความเสน่หาหลอมรวมกันจนกลายเป็นเพลิงร้อนที่แผดเผา
"คุณคิดว่าผมจะปล่อยให้คุณเดินหนีไปง่ายๆ อีกแล้วเหรอ รินรดา" อคินทร์พุ่งเข้าควחוข้อมือบางแล้วดึงรั้งเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว แรงปะทะทำให้ร่างของเธอกระแทเข้ากับแผงอกแกร่งอย่างจัง รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว
"ปล่อยฉันนะ! คนสารเลว!"
"ใช่... ผมมันสารเลว!" อคินทร์คำรามต่ำในลำคอ ก่อนจะกดริมฝีปากลงปิดกลีบปากอิ่มที่กำลังต่อว่าเขาอย่างดุดันและเร่าร้อน ความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปีระเบิดออกมาในสัมผัสนี้ เรียวปากหนารุกไล่ บดขยี้อย่างไร้ความปรานี รสจูบที่ทั้งเจ็บปวด ทั้งหวานล้ำ และเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดผสมปนเปกันจนแทบขาดใจ
รินรดาพยายามทุบตีแผงอกกว้างและเบือนหน้าหนี แต่เรียวแขนแกร่งกลับรัดตรึงเอวคอดกิ่วไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ลิ้นร้อนชื้นรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เขาเคยโง่เขลาโยนทิ้งไป ความคุ้นเคยและสัมผัสวาบหวามที่เคยผูกพันกันในอดีตเริ่มกัดเซาะเกราะป้องกันอันแข็งกร้าวของเธอทีละน้อย ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันเป็นจังหวะเดียว ท่ามกลางอุณหภูมิในห้องที่พุ่งสูงขึ้นจนน่าใจหาย
อคินทร์พลิกร่างบางให้แนบชิดติดผนังห้อง มือหนาสอดเข้าไปใต้เส้นผมยาวสลวยเพื่อล็อกท้ายทอยให้เธอรับรสจูบที่ลึกซึ้งและวาบหวามยิ่งขึ้น นิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามแนวสันหลังโค้งเว้าผ่านเนื้อผ้าอย่างจงใจปลุกเร้า ปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนและไฟสวาทที่เคยหลับใหลให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามไม่เป็นส่ำ
ริมฝีปากหยักถอนออกมาเพียงชั่วครู่เพื่อให้เธอได้กอบโกยอากาศ ทว่าดวงตาคมกราดกลับเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาที่แผดเผา "คุณยังรู้สึกเหมือนเดิม... ริน... ร่างกายของคุณบอกผมว่าคุณยังต้องการผม"
"คนหลงตัวเอง..." รินรดาหอบสะท้าน ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธและอารมณ์วาบหวามที่เขาจงใจปั่นป่วน "ฉันเกลียดคุณ..."
"เกลียดผมให้พอค่ะ... แต่อย่าปฏิเสธเลยว่าคุณจำสัมผัสนี้ได้ดีแค่ไหน" อคินทร์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหู ก่อนจะซุกไซร้ซอกคอขาวเนียน ขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยแดงจางๆ มือใหญ่วางทาบบนสะโพกกลมกลึงแล้วออกแรงบีบเคล้นอย่างหนักหน่วงตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ร่างกายของรินรดาสั่นสะท้าน ความต้านทานที่มีเริ่มพังทลายลงภายใต้สัมผัสที่ช่ำชองและเร่าร้อนของสามีเก่า
ในวินาทีที่อารมณ์รักและแรงปรารถนากำลังจะถึงจุดเดือดจนควบคุมไม่อยู่ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดๆ กัน ตามด้วยเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบที่ดังลอดเข้ามาจากด้านนอก
"คุณแม่ขา... คุณแม่ฮะ ลีโอหิวข้าวแล้วน้า..."
อคินทร์ชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจ ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อได้ยินสรรพนามและเสียงเล็กๆ นั้น รินรดาฉวยโอกาสนี้ผลักอกเขาเต็มแรงจนร่างสูงเซถอยห่าง ก่อนที่เธอจะรีบจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเดินไปเปิดประตูห้องทำงาน
เด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตสุกใสถอดแบบมาจากคนตัวสูงที่ยืนอยู่มุมห้องไม่มีผิดเพี้ยน กำลังเงยหน้ามองมารดาด้วยรอยยิ้มออดอ้อน
"ลีโอครับ..." รินรดาย่อตัวลงอุ้มลูกชายมาแนบอก พลางปรายตามองอคินทร์ที่ยืนตัวแข็งค้างราวนูปปั้นหิน "รู้จักสวัสดีคุณอาเขาสิลูก"
ดวงตากลมโตของเด็กชายหันไปมองอคินทร์ที่กำลังยืนมองตนด้วยหัวใจที่แทบหยุดเต้น ก่อนที่หนูน้อยจะเอียงคอแล้วพูดประโยคที่ทำให้อคินทร์เข่าทรุดลงไปกองกับพื้นทันที
"อ้าว... คุณอาหน้าเหมือนคุณพ่อในรูปถ่ายของแม่เลยฮะ ทำไมคุณอาถึงร้องไห้ล่ะฮะ?"
[ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและการไถ่บาปครั้งนี้ด้วยกันนะคะ - ชฎาพรายไวน์แดง]
พันธะสวาททวงคืนรักแม่ของลูก•ตอนที่ 15
บททดสอบความอดทน
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสวาททวงคืนรักแม่ของลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!