พันธะสวาททวงคืนรักแม่ของลูก•ตอนที่ 14

ความรู้สึกที่คุ้นเคย

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
"คุณเข้ามาในห้องนี้ได้อย่างไร... เมธาวี" น้ำเสียงของอคินทร์ไม่ได้มีแววต้อนรับเลยแม้แต่น้อย มันทั้งแหบพร่า หงุดหงิด และเต็มไปด้วยร่องรอยความสับสนจากเอกสารในมือที่ยังสั่นเทา เอกสารใบเสร็จการฝากครรภ์ ผลตรวจสุขภาพ และสำเนาสูติบัตรที่ระบุชื่อบิดาเป็นเครื่องหมายคำถาม... ทว่าใบหน้าของเด็กชายในภาพถ่ายใบเล็กที่แนบมาด้วยนั้น กลับถอดพิมพ์ทรงมาจากตัวเขาเองอย่างไม่ผิดเพี้ยน ราวกับส่องกระจกเงา ร่างเพรียวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงของเมธาวีชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองไปทั่วห้องทำงานที่รกเร้าด้วยกองเอกสาร ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่กระดาษแผ่นสำคัญในมือของชายหนุ่ม รอยยิ้มที่มักจะเคลือบไว้ด้วยความมั่นใจค่อยๆ เจื่อนลง เมื่อสัมได้ถึงบรรยากาศรอบตัวที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก "วีแค่... เป็นห่วงคุณค่ะอคินทร์" เมธาวีเลือกที่จะเดินเข้าหาด้วยท่าทีอ่อนหวาน พยายามบิดเบือนความจริงด้วยน้ำเสียงออดอ้อน พร้อมกับเอื้อมมือเรียวไปหมายจะแตะแขนของชายหนุ่ม "คุณเก็บตัวเงียบอยู่ในนี้หลายชั่วโมงแล้วนะคะ วีเคาะประตูเรียกตั้งนานแต่คุณไม่ตอบ... วีก็เลยถือวิสาสะใช้กุญแจสำรองเข้ามา" "ใครอนุญาตให้คุณใช้กุญแจสำรองห้องนี้" อคินทร์ตวาดเสียงกร้าว ดวงตาคมกริบตวัดกลับมามองเธอด้วยแววตาดุดันจนเมธาวีต้องชะงักเท้าถอยหลังไปหนึ่งก้าว ชายหนุ่มปัดมือเธอนั้นออกอย่างไม่ใยดี ราวกับรังเกียจสัมผัสที่เคยคุ้นเคย "ออกไปจากห้องของฉัน เดี๋ยวนี้!" "อคินทร์! คุณเป็นอะไรไปคะ ทำไมต้องเกรี้ยวกราดใส่เราขนาดนี้ด้วย หรือว่า... เพราะผู้หญิงคนนั้น... เพราะรินรดาใช่ไหมที่คุณกำลังเป็นบ้าอยู่แบบนี้!" เมธาวีแผדเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความเหลืออด ความอิจฉาริษยาที่สุมอกมานานนับปีปะทุขึ้นจนควบคุมไม่อยู่ เมื่อเห็นว่าอดีตภรรยาที่ควรจะไร้ค่าในสายตาเขากลับกลายเป็นเงาตามหลอนความรู้สึกของเขาไม่เลิก แต่ในวินาทีนั้น อคินทร์ไม่ได้สนใจเสียงกรีดร้องโวยวายของเมธาวีเลยแม้แต่น้อย สมองของเขากำลังประมวลผลเรื่องราวทั้งหมด รินรดาหนีไปเมื่อสามปีก่อนพร้อมกับท้องโตใกล้คลอด และเด็กชายวัยสามขวบที่เขาเพิ่งพบเจอที่สวนสาธารณะแห่งนั้น... ดวงตากลมโต จมูกรั้นๆ และรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความฉลาดเฉลียว เด็กคนนั้น... คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเองอย่างแน่นอน! หัวใจของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกระหน่ำรัวราวกับกลองศึก ความรู้สึกผิดบาปและความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกอกจนแทบหายใจไม่ออก ภาพวันที่รินรดาร้องไห้อ้อนวอนขอความเห็นใจ ภาพวันที่เธอเซ็นใบหย่าด้วยมือที่สั่นเทา และภาพรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนบนโซฟาในคืนที่เธอถูกผลักไสอย่างไร้เยื่อใย... ทุกอย่างย้อนกลับมาทุบตีซ้ำเติมหัวใจของเขาอย่างสาสม เขาคือคนโง่เง่าที่ผลักไสสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตออกไปจากบ้าน เขามันเลวทรามยิ่งกว่าใครที่ทำร้ายได้แม้กระทั่งผู้หญิงที่รักเขาด้วยใจจริง และที่สำคัญที่สุด... เขาเกือบจะทำลายอนาคตของลูกชายตัวเองด้วยมือของเขาเอง "ไสหัวไปซะ เมธาวี!" อคินทร์คำรามต่ำในลำคอ ดวงตาดำสนิทวับวาวด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นมาอย่างสุดกลั้น แต่เขากลืนมันกลับลงไปอย่างยากลำบาก "อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก และจำใส่สมองของคุณไว้... ว่าผู้หญิงที่จะก้าวเข้ามาเป็นนายหญิงของตระกูลภักดิ์บดินทร์ มีแค่คนเดียวเท่านั้น!" เมธาวีหน้าซีดเผือด เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือดด้วยความแค้นเคือง แต่เมื่อสบเข้ากับแววตาที่เหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตของอคินทร์ เธอก็ไม่กล้าที่จะต่อรองอะไรอีกต่อไป หญิงสาวสะบัดหน้าหนีแล้วก้าวเท้าเดินออกจากห้องทำงานนั้นไปอย่างพ่ายแพ้ โดยทิ้งให้ประธานหนุ่มยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความจริงอันหนักอึ้ง ทันทีที่ประตูปิดลง อคินทร์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นกุมขมับที่กำลังเต้นตุบๆ ความรู้สึกผูกพันประหลาดที่เขาเคยมีต่อเด็กชายตัวน้อยคนนั้นเมื่อตอนบ่าย ย้อนกลับมาตอกย้ำความจริงในใจ มันไม่ใช่ความบังเอิญ... แต่มันคือ "สายเลือด" ที่ดึงดูดเข้าหากัน กลิ่นอายของความเป็นพ่อลูกที่แม้จะไม่ได้พบหน้ากันบ่อยครั้ง แต่วิญญาณในร่างก็ร่ำร้องหาอย่างโหยหา เขาต้องไปหารินรดา... เขาต้องไปขอโอกาสจากเธอและลูก! คิดได้ดังนั้น อคินทร์ก็คว้ากุญแจรถและเสื้อสูทบนพนักเก้าอี้มาถือไว้แน่น ขายาวรีบก้าวออกจากห้องทำงานด้วยความเร่งร้อน หัวใจของเขาร้อนรนเสียยิ่งกว่าไฟเผา เขารู้ดีว่ารินรดาย้ายไปอยู่ที่คอนโดมิเนียมใจกลางเมืองหลังจากหย่า และตอนนี้เธอกำลังใช้ชีวิตอยู่กับลูกชายสุดที่รัก รถยนต์หรูพุ่งทะยานผ่านท้องถนนยามค่ำคืนด้วยความเร็วสูงราวกับพายุหมุน อคินทร์เหยียบคันเร่งมิดไมล์อย่างไร้ความกลัว ความคิดในหัวมีเพียงภาพของเด็กชายตัวน้อยที่จะต้องเรียกเขาว่า "พ่อ" และผู้หญิงใจเด็ดที่เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไถ่บาป เมื่อรถหรูแล่นมาจอดสนิทที่หน้าคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่ง อคินทร์ก้าวลงจากรถด้วยความรีบร้อน เขาตรงดิ่งไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ทันทีด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียดจนพนักงานต้อนรับถึงกับหน้าถอดสี "ผมขอพบคุณรินรดา... ห้อง 1205" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งแกมบังคับ "เอ่อ... ขอประทานโทษด้วยค่ะคุณอคินทร์ ทางเราไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลของลูกค... อุ๊ย!" พนักงานสาวยังไม่ทันพูดจบ อคินทร์ก็วางบัตรเครดิตสีดำสนิทลงบนเคาน์เตอร์ด้วยแววตาเฉียบขาด "ผมเป็นสามีของเธอ... และเป็นพ่อของเด็กคนนั้น เปิดประตูให้ผม ไม่อย่างนั้นคอนโดแห่งนี้คงไม่ต้องเปิดให้บริการอีกต่อไป!" ความเด็ดขาดและท่าทีที่ไม่อาจต่อรองได้ทำให้พนักงานรีบกดคีย์การ์ดเปิดทางให้ด้วยความหวาดกลัว อคินทร์ไม่รอช้า เขาสาวเท้าก้าวยาวๆ ไปยังลิฟต์ส่วนตัวเพื่อขึ้นไปยังชั้นที่หมายทันที หัวใจของเขาสั่นไหวรุนแรงขึ้นทุกขณะเมื่อเข้าใกล้ประตูห้องพักหมายเลข 1205 มากขึ้นเรื่อยๆ ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งท่ามกลางความเงียบสงบของค่ำคืน รินรดาที่กำลังนั่งพับผ้ากองเล็กอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นชะงักมือลงเล็กน้อย เธอขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นเช่นนี้แล้วใครกันที่จะมาเคาะประตูห้องเธอ หรือจะเป็นเพื่อนบ้านที่มีธุระด่วน? หญิงสาวค่อยๆ ลุกขึ้นจากโซฟา เดินตรงไปยังบานประตูด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบา มือเรียวเอื้อมไปเปิดช่องมองตาแมวเพื่อดูว่าแขกยามวิกาลคือใคร ทว่า... ทันทีที่ดวงตาคู่สวยมองลอดผ่านช่องกระจกเล็กๆ นั้น ร่างกายทั้งร่างของรินรดาก็แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว เมื่อใบหน้าที่ปรากฏอยู่หลังบานประตูนั้น... คืออดีตสามีผู้โหดร้ายที่เธอพยายามหนีหน้ามาตลอดสามปีเต็ม! อคินทร์ยืนนิ่งอยู่หน้าห้อง ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่ตาแมวด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น ทั้งสำนึกผิด อาลัยอาวรณ์ และความเด็ดเดี่ยวที่จะทวงคืนครอบครัวของเขากลับคืนมา และในขณะที่รินรดากำลังจะเอื้อมมือไปล็อกกลอนประตูด้านในให้แน่นหนา เสียงเคาะประตูก็หยุดลง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านรอยต่อของบานประตูเข้ามาอย่างชัดเจน... "เปิดประตูให้ผมเถอะนะริน... ผมรู้ความจริงทุกอย่างแล้ว... และผมมาเพื่อรับลูกของเรากลับบ้านของเรา" "ชฎาพรายไวน์แดง" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและการไถ่บาปครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสวาททวงคืนรักแม่ของลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%