“แม่ครับ... ถ้าผมโตขึ้น ผมจะเป็นเหมือนคนในรูปนี้ไหม?”
นิ้วเล็กป้อมชี้ไปยังกรอบรูปเก่าคร่ำคร่าบนโต๊ะทำงานไม้สีเข้ม รินรดาที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมเอกสารออกแบบตกแต่งภายในชะงักมือไปครู่หนึ่ง กลิ่นหอมจางๆ ของดอกลาเวนเดอร์แห้งในแจกันเซรามิกที่ตั้งอยู่ข้างหน้าต่างช่วยให้เธอกลับมาตั้งสติได้ เธอย่อตัวลงคุกเข่าต่อหน้า ‘ลีโอ’ เด็กชายวัยสามขวบที่มีดวงตากลมโตสุกใสราวกับอัญมณี
รินรดาระบายยิ้มบางๆ มือเรียวบางลูบกลุ่มผมนุ่มของลูกชายอย่างอ่อนโยน เธอไม่เคยพูดถึงอดีตสามีให้เขาฟัง ไม่เคยฉายภาพผู้ชายใจร้ายคนนั้นให้ลูกเห็น แต่ความเหมือนที่ปรากฏบนใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นเปรียบเสมือนรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย
“ลูกเป็นตัวของตัวเองค่ะลีโอ ลูกมีรอยยิ้มที่สดใสที่สุดของแม่ ไม่จำเป็นต้องเหมือนใครที่ไหนหรอกค่ะ”
“แต่คุณครูที่โรงเรียนบอกว่าผมเหมือนคุณพ่อเลยครับ” เด็กน้อยเอียงคอถามด้วยความไร้เดียงสา “คุณพ่ออยู่ที่ไหนเหรอครับแม่ ทำไมเขาไม่มาเล่นซ่อนแอบกับเราบ้าง?”
ประโยคนั้นกรีดลึกเข้าไปในหัวใจของรินรดาจนเธอต้องกลั้นหายใจ เธอคว้าตัวลูกชายเข้ามากอดแน่นราวกับจะปกป้องเขาจากโลกภายนอกที่แสนโหดร้าย สามปีที่ผ่านมาในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ เธอสร้างโลกที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาเพื่อทดแทนความพังทลายในอดีต เธอถอดถอนตัวเองออกจากชีวิตของ ‘อคินทร์’ ราวกับคนตายที่เกิดใหม่ ชีวิตของเธอตอนนี้มีแค่ลีโอ... ลมหายใจเดียวของเธอ
“คุณพ่อ... เขาติดธุระสำคัญมากค่ะ” เธอโกหกคำโตด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย “แต่เขารักลูกนะคะ เพียงแต่เขาอาจจะยังไม่พร้อมที่จะเป็นคุณพ่อที่เก่งพอ”
“งั้นถ้าผมโตขึ้น ผมจะเก่งให้มากกว่าคุณพ่อเลยครับแม่ ผมจะปกป้องแม่เอง”
คำมั่นสัญญาจากปากเล็กๆ ทำให้ขอบตาของรินรดาร้อนผ่าว เธอพยักหน้าและหอมแก้มลูกชายฟอดใหญ่ ก่อนจะประคองลูกน้อยไปที่โต๊ะกินข้าวเพื่อเริ่มต้นมื้อเย็นที่แสนอบอุ่นในบรรยากาศเมืองหนาวข้างนอกหน้าต่างที่ใบไม้กำลังเปลี่ยนสี
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์หรูในเมืองหลวงที่อยู่ห่างออกไปหลายพันไมล์ อคินทร์ยังคงนั่งนิ่งอยู่ในความมืด มีเพียงแสงจากหน้าจอแท็บเล็ตที่ส่องกระทบใบหน้าคมเข้มจนเห็นเส้นเลือดที่ปูดโปนบริเวณขมับ ดวงตาของเขาจ้องมองภาพถ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือที่สั่นเทาของเขาคว้าขวดวิสกี้ที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาดื่มจนหมดแก้ว แต่มันไม่ได้ช่วยดับความร้อนรุ่มในอกได้เลย
“รินรดา... เธอไปอยู่ที่นั่นมาตลอดงั้นเหรอ?” เสียงทุ้มแหบพร่าเค้นออกมาจากลำคอ
เขาจำวันนั้นได้ดี วันที่เขาสาดถ้อยคำเย็นชาใส่เธอ วันที่เขาไล่เธอออกไปจากชีวิตเพียงเพราะความทะนงตนว่าเธอไม่มีทางไปไหนได้พ้น และวันนี้ เขากำลังเห็นผลลัพธ์ของความโง่เขลาของตัวเองผ่านภาพถ่ายของเด็กชายที่ถอดแบบเขามาทุกกระเบียดนิ้ว
ความเสียใจมันตีตื้นขึ้นมาจนเขารู้สึกเหมือนจะอาเจียน เขาไม่เคยรู้เลยว่าในวันที่เขาไล่เธอไป รินรดากำลังอุ้มท้องลูกของเขา... เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาที่เขาปฏิเสธมาตลอดว่าไม่มีวันเกิดขึ้น
*ก๊อก ก๊อก*
“คุณอคินทร์คะ เมธาวีทำซุปมาให้ค่ะ เห็นว่าคุณยังไม่ได้ทานอะไรเลย”
เสียงหวานหยดย้อยของเมธาวีดึงสติอคินทร์ให้กลับมาสู่โลกความจริง เขากดปิดหน้าจอแท็บเล็ตลงทันทีพลางถอนหายใจยาว พยายามซ่อนความโกรธแค้นและรอยร้าวในใจเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
“ฉันไม่มีอารมณ์กิน วางไว้ตรงนั้นแล้วออกไปซะ”
เมธาวีเดินเข้ามาใกล้ ถือวิสาสะวางถาดซุปบนโต๊ะทำงานของเขา สายตาของหล่อนเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของแท็บเล็ตที่เพิ่งถูกปิดไป แววตาของหล่อนวูบไหวด้วยความไม่พอใจ แต่ก็รีบปั้นยิ้มหวาน
“เครียดเรื่องงานอยู่เหรอคะ หรือว่า... กำลังคิดถึงใครบางคนอยู่?”
อคินทร์เงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาเย็นชาจนเมธาวีต้องชะงัก “เธอไม่มีหน้าที่ต้องรู้ว่าฉันคิดถึงใคร หน้าที่ของเธอคืออยู่ให้ห่างจากเรื่องของฉัน”
เมธาวีเม้มปากแน่น ความริษยาพุ่งพล่านในอกเมื่อเห็นท่าทีห่างเหินของชายหนุ่ม เธอรู้ดีว่าเขากำลังตามหาอดีตภรรยา และข่าวเรื่องเด็กชายคนนั้นกำลังจะทำลายทุกอย่างที่เธอสร้างมาตลอดสามปี เธอต้องกำจัดรินรดา... ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม
เมื่อเมธาวีเดินออกจากห้องไป อคินทร์ก็เปิดแท็บเล็ตขึ้นมาอีกครั้ง เขาไม่ได้แค่ดูรูป แต่เขากำลังกดโทรออกหาคนสนิทเพื่อสั่งการขั้นเด็ดขาด
“ตามตัวเธอให้เจอ... พาลูกเมียฉันกลับมาที่นี่ให้เร็วที่สุด ถ้าใครขวางทาง อย่าให้มันได้เห็นตะวันในวันพรุ่งนี้”
เขาวางสายด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะลุกขึ้นยืนมองออกไปนอกหน้าต่างที่สะท้อนเงาของเขาเอง ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ว่างเปล่าดูช่างเงียบเหงาพอๆ กับหัวใจที่เขาทุบทำลายทิ้งไปกับมือ
ในวินาทีนั้น เสียงแจ้งเตือนอีเมลใหม่ก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอแท็บเล็ต เป็นไฟล์ผลตรวจความสัมพันธ์ทางสายเลือด... ไฟล์ที่เขาเคยส่งตัวอย่างผมของเด็กชายไปตรวจสอบอย่างลับๆ ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน นิ้วของเขาจ่ออยู่ที่ปุ่มเปิดไฟล์ หัวใจเต้นรัวราวกับกลองรบ
ภาพในไฟล์ค่อยๆ ปรากฏชัดเจนขึ้น ผลการเปรียบเทียบ DNA ความแม่นยำ 99.99%... มันไม่ใช่แค่ภาพถ่าย แต่มันคือคำยืนยันที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล!
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน เสียงเคาะที่หนักแน่นและจังหวะที่ไม่ใช่เมธาวีอย่างแน่นอน อคินทร์หันขวับไปมองด้วยความระแวง ทว่าภาพที่เห็นกลับทำให้ลมหายใจเขาหยุดกวาดไปชั่วขณะ
ประตูห้องทำงานเปิดออกช้าๆ ร่างบางที่คุ้นตาในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเข้ามาข้างใน ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนหวานบัดนี้เต็มไปด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างตรงหน้า รินรดายืนอยู่ตรงนั้น... ไม่ใช่ในรูปภาพ แต่เป็นตัวจริง!
“ไม่ได้เจอกันนานนะคะ... อคินทร์” เธอเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทรงพลังจนชายผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับพูดไม่ออก “ฉันมาที่นี่เพื่อบอกให้คุณรู้ว่า... เกมที่คุณกำลังเล่นอยู่ มันสายเกินไปแล้วค่ะ”
ชฎาพรายไวน์แดงขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและกลเกมแห่งรักในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยความเข้มข้นที่ทวีคูณนะคะ!
พันธะสวาททวงคืนรักแม่ของลูก•ตอนที่ 4
ความลับในครรภ์
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะสวาททวงคืนรักแม่ของลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!