เสียงคลิက်เบาๆ ของกุญแจมือดิจิทัลที่ถูกปลดล็อกด้วยรหัสผ่านชุดสุดท้ายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานชั้นสาม บานประตูนิรภัยแง้มออกเพียงหนึ่งฝ่ามือพอให้ลมหายใจอุ่นลอดผ่าน ทว่ารวินท์กลับรู้สึกว่าออกซิเจนรอบตัวกำลังเบาบางลงทุกที
นักข่าวหนุ่มเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ตัวเลขดิจิทัลสีแดงระบุเวลาตีสองสิบห้านาที เป็นช่วงเวลาที่ยามวิกาลกลืนกินทุกความเคลื่อนไหวภายนอกเซฟเฮาส์หลังใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ ธันวา อดีตเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษผู้มีสัญชาตญาณดุจพญาอินทรี กำลังหลับสนิทอยู่ห้องพักฝั่งตรงข้าม
แผนการนี้สมบูรณ์แบบในหัวของรวินท์ แฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่ซ่อนข้อมูลลับของกวินทร์—นักธุรกิจเบื้องหน้าผู้กุมชะตากรรมอาชญากรรมข้ามชาติ—น่าจะอยู่ในตู้เซฟหลังภาพวาดสีน้ำมันรูปเรือสำเภาโบราณนั่นแล้ว เขาขยับตัวด้วยความคล่องแคล่ว ปลายเท้ายطบลงบนพรมหนานุ่มอย่างระมัดระวังราวกับแมวป่า ลมหายใจถูกผ่อนเข้าออกช้าๆ เพื่อควบคุมจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดระแวง
"คิดว่าตัวเองเป็นสายลับรึไง ถึงย่องเบาได้ทุเรศสิ้นดี"
เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากมุมมืดริมหน้าต่างกระชากสติของรวินท์ให้หลุดลอย ร่างโปร่งสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันทีที่เงาร่างสูงใหญ่ของธันวาก้าวพ้นจากม่านกำบัง แสงจันทร์สลัวที่สาดส่องผ่านกระจกเผยให้เห็นใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคู่นั้นจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาดุจคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกเมื่อ
รวินท์กัดฟันกรอด ความตกใจถูกแทนที่ด้วยความดื้อรั้นในเสี้ยววินาที เขายืดตัวขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายได้ใจ
"คุณมาอยู่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่... หรือว่าแกล้งหลับตั้งแต่วันแรกแล้ว?" รวินท์สวนกลับ เสียงกระซิบเจือความหงุดหงิด
ธันวาไม่ตอบทันที ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างกดดัน กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก ร่างสูงใหญ่หยุดยืนประชิดจนรวินท์ต้องถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือด้านหลัง ไหล่ชนเข้ากับขอบไม้จนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอาร์ด
"ผมไม่ได้แกล้งหลับ แค่รอให้เด็กดื้อแถวนี้หมดความอดทนแล้วเดินมาติดกับเองต่างหาก" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านข้างแก้ม สัมผัสได้ถึงความใกล้ชิดที่อันตรายเกินกว่าจะควบคุม "กล้าดียังไงถึงแอบย่องมาเปิดตู้เซฟของผม รวินท์ คุณคิดว่าข้อมูลข้างในนั้นเป็นของเล่นเด็กหรือไง?"
"มันไม่ใช่ของเล่น!" รวินท์เงยหน้าสบตา ปากเรียวเม้มเข้าหากันด้วยความโกรธ "มันคือหลักฐานที่จะลากคอมันเข้าคุก! หลักฐานที่พ่อผมต้องแลกด้วยชีวิต แต่คุณ... คุณกลับบอกให้นั่งรอความตายเงียบๆ ในเซฟเฮาส์งี่เง่าเนี่ยนะ!"
น้ำเสียงของรวินท์สั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอัดอั้นตันใจ ภาพความทรงจำในคืนวันนั้น—วันที่ครอบครัวถูกพรากไป—ผุดขึ้นมาซ้ำเติมจนขอบตาร้อนผ่าว ทว่าชายหนุ่มกลับเลือกที่จะกลืนก้อนสะอื้นนั้นลงคออย่างรวดเร็ว ปฏิเสธที่จะหลั่งน้ำตาต่อหน้าผู้ชายเย็นชาคนนี้
ธันวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาเจ็บปวดที่ฉายชัดอยู่ภายใต้ความดื้อรั้น ความแข็งกร้าวในดวงตาสีนิลอ่อนลงชั่วเสี้ยววินาที นิ้วเรียวแกร่งยื่นออกไปหมายจะแตะลงบนไหล่บางเพื่อปลอบประโลม แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศแล้วดึงกลับทันทีราวกับเตือนสติ
"คุณไม่เข้าใจอะไรเลย รวินท์" ธันวาถอนหายใจยาว น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังขึ้น "ข้อมูลในนั้นไม่ได้ทำให้คุณชนะกวินทร์ แต่มันกำลังจะส่งคุณไปลงนรกทั้งเป็น... เหมือนที่ผมเคยพลาดมาแล้ว"
"ฉันไม่กลัว!" รวินท์สวนกลับทันควัน ขยับตัวพยายามจะเบี่ยงหลบเพื่อเอื้อมมือไปที่ตู้เซฟอีกครั้ง "ถ้าฉันต้องตายเพราะความจริง อย่างน้อยฉันก็ได้ทำหน้าที่ของนักข่าว ไม่ใช่หางจุกตูดหนีตายไปวันๆ เหมือน—อุ๊บ!"
ประโยคถัดไปถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อธันวาตัดสินใจรวบเอวบางเข้าหาตัวด้วยความเร็วระดับสัตว์ป่า มือหนาอีกข้างรวบข้อมือทั้งสองข้างไขว้ไว้ด้านหลังอย่างแน่นหนา ร่างเพียบพร้อมของรวินท์ถูกดันจนแนบชิดกับแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ติดขัด
"ปล่อยนะ! คุณทำบ้าอะไรเนี่ย!" รวินท์ดิ้นขุกขัก ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโมโหและอารมณ์บางอย่างที่ปั่นป่วนอยู่ในอก หัวใจเต้นรัวแรงจนแยกไม่ออกว่าเป็นเพราะความโกรธหรือความใกล้ชิดอันตรายนี้กันแน่
"ถ้าคุณยังดื้อด้านและส่งเสียงดังปลุกคนทั้งบ้าน ผมคงต้องใช้วิธีอื่นในการปิดปากคุณ" ธันวาเอ่ยเสียงพร่า ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนริมฝีปากแทบจะชนกัน สัมผัสอุ่นร้อนจากลมหายใจทำให้รวินท์ชะงักงัน สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออก
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันตา มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งคู่ที่ประสานกัน ท่ามกลางความตึงเครียดและเคมีเร่าร้อนที่พุ่งพล่านเกินควบคุม ธันวาจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยสายตาที่ลุ่มลึกขึ้นเรื่อยๆ มือที่จับข้อมืออีกฝ่ายไว้คลายแรงลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของธันวาเคลื่อนเข้าไปใกล้มากกว่าเดิมจนหัวใจของรวินท์แทบจะหลุดออกมานอกอก เสียงโลหะกระทบกันดังแกร็กจากระเบียงด้านนอกก็ทำลายความเงียบทั้งหมดลง
ธันวาชะงักกว้าง สัญชาตญาณนักฆ่าและอดีตหน่วยรบพิเศษทำงานในเสี้ยววินาที ร่างสูงผลักรวินท์ไปหลบหลังเสาต้นใหญ่ พร้อมกับชักปืนพกสั้นออกจากเอวขึ้นมาเล็งตรงไปยังประตูระเบียงที่แง้มอยู่ครึ่งหนึ่ง
"เงียบซะ..." ธันวา กระซิบเสียงต่ำเฉียบคม ดวงตาดุดันจ้องเขม็งไปยังเงาดำที่ทาบทับอยู่บนผ้าม่านโปร่ง
รวินท์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดระแวงครั้งใหม่ เมื่อเงาดำปริศนานั้นค่อยๆ เงื้อมือขึ้นผลักกระจกบานเลื่อนให้เปิดออก พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นยะเยือกที่ดังลอดเข้ามาในความมืด
แบล็กสมิธในตำนานขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังเดือดพล่านนี้นะครับ
เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริงสำหรับนักข่าวสายลุย•ตอนที่ 5
ใครจะคุมใคร
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริงสำหรับนักข่าวสายลุย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!