เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับแรงกระแทกจากด้านนอกที่ทำให้วงกบไม้สักราคาแพงสั่นสะเทือน รวินท์ก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตัวแต่ไร้ความหวาดกลัว ในขณะที่ธันวากลับเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วราวดิ่งพสุธา อดีตเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษคว้าแขนเรียวของนักข่าวหนุ่มไว้ด้วยแรงมหาศาล ลากตัวหลบเข้าสู่มุมอับสายตาหลังชั้นหนังสือบิวต์อินทึบตันอย่างเงียบกริบ ไร้ซึ่งเสียงหายใจหอบเหนื่อยให้ได้ยิน
"ถ้าไม่อยากให้หัวหลุดจากบ่า ก็หุบปากแล้วก้าวขาตามผมมาเงียบๆ ครับคุณนักข่าว"
เสียงกระซิบต่ำลอดไรฟันของธันวาเต็มไปด้วยความเฉียบขาดและดุดัน มือหนาคว้ากระเป๋าเป้ใบเก่งของรวินท์โยนขึ้นสะพายไหล่ข้างหนึ่งในจังหวะเดียวกับที่บานประตูหน้าห้องถูกพังทลายลงด้วยไม้งัด แรงปะทะทำให้ฝุ่นผงฟุ้งกระจาย เจ้าหน้าที่ในชุดเครื่องแบบหน่วยปฏิบัติการพิเศษกรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ กวาดสายตากราดยาดทุกซอกทุกมุมด้วยความดุดัน
รวินท์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นผสมความโกรธกรุ่น ดวงตาคู่คมจับจ้องแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังพาเขาปีนออกทางหน้าต่างหนีไฟที่เชื่อมต่อกับตรอกมืดด้านหลังอาคาร ธันวาไม่มีท่าทีลังเลแม้แต่น้อย เขาดึงรวินท์ให้พุ่งตัวออกไปท่ามกลางสายฝนปรอยที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
กลิ่นไอน้ำฝนปะปนกับกลิ่นควันบุหรี่จางๆ และกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายข้างกาย ทำให้รวินท์ต้องหรี่ตามองในความสลัว แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่ธันวากลับคุมสถานการณ์ไว้ทั้งหมดได้อย่างน่าประหลาดใจ รถเก๋งสีดำทึบติดฟิล์มมืดสนิทจอดรออยู่ตรงมุมตึกที่ลับตาคน ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ธันวาก็ดันร่างโปร่งของรวินท์เข้าไปข้างในอย่างไม่เบามือนัก ก่อนที่ตัวเองจะกระโดดตามขึ้นมาแล้วเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปจากพื้นที่อันตรายทันที
บรรยากาศภายในห้องโดยสารอึดอัดเสียจนแทบหายใจไม่ออก มีเพียงเสียงเครื่องยนต์คำรามเบาๆ และเสียงปัดน้ำฝนที่ทำหน้าที่ของมันอย่างสม่ำเสมอ รวินท์นั่งกอดอก ใบหน้าเรียวเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อแสดงออกถึงความไม่จำนนต่อสถานการณ์ ขณะที่ธันวาซึ่งทำหน้าที่ขับรถยังคงนิ่งขรึม ดวงตาคมกริบมองตรงไปเบื้องหน้าผ่านกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนแสงไฟนีออนจากท้องถนนยามค่ำคืน
"คุณช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมครับว่าเมื่อครู่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมตำรวจตรวจคนเข้าเมืองถึงมีหมายค้นห้องผมได้ ทั้งๆ ที่ผมเพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัดเมื่อวานนี้เอง หรือว่า... คุณเป็นคนแจ้งเบาะแส เพื่อจะได้ลักพาตัวผมมาไว้ในความดูแลแบบนี้?"
รวินท์เปิดฉากยิงคำถามใส่ด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ดวงตาสีเข้มหันไปมองคนข้างกายอย่างคาดคั้น ธันวาถอนหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่ง พวงมาลัยรถถูกหักเลี้ยวเข้าสู่ทางด่วนสายเปลี่ยวด้วยความเร็วสูง ก่อนที่เขาจะปรายตามองนักข่าวปากเก่งเพียงเสี้ยววินาที
"ถ้าผมอยากลักพาตัวคุณจริงๆ คุณคงไม่ได้นั่งหายใจเถียงผมอยู่ในรถคันนี้หรอกครับคุณรวินท์... เลิกคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลแล้วหุบปากพักผ่อนซะบ้าง สมองคุณจะได้มีพื้นที่ไว้คิดเรื่องที่มีประโยชน์มากกว่าการหาเรื่องใส่ตัว"
"นี่คุณ! พูดจาให้มันดีๆ หน่อยนะ ผมเป็นนักข่าวนะครับ ไม่ใช่เด็กอมมือที่จะให้คุณมาออกคำสั่งตามอำเภอใจ อยากให้ผมอยู่ในเซฟเฮาส์งี่เง่าอะไรนั่นนักใช่ไหม งั้นก็จอดรถแล้วปล่อยผมลงตรงนี้เดี๋ยวนี้เลย!"
รวินท์พยายามเอื้อมมือไปบิดกลอนประตูรถ แต่ธันวากลับกดปุ่มล็อกเซ็นทรัลส่วนกลางอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ชั้นใต้ดินของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองที่ถูกอำพรางชื่อไว้อย่างมิดชิด แรงเหวี่ยงจากการเลี้ยวกะทันหันทำให้ร่างของรวินท์เซถลาไปกระแทกกับไหล่กว้างของธันวาเต็มแรง
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้าจมูก รวินท์ชะงักไปชั่วขณะเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าระยะห่างระหว่างใบმართของพวกเขานั้นใกล้กันจนเกินไป ดวงตาคมกริบของธันวาที่ก้มลงมองมาเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับบางอย่างที่ยากจะคาดเดา มันเป็นแววตาที่ดุดันแต่กลับแฝงความห่วงใยลึกซึ้งเอาไว้อย่างแนบเนียน จนคนปากเก่งอย่างรวินท์ถึงกับกลืนคำด่าทอลงคอไปแทบไม่ทัน
"ถึงแล้วครับ เซฟเฮาส์ที่ 'งี่เง่า' ในสายตาของคุณ"
ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่อยู่ใกล้ใบหูจนรวินท์รู้สึกขนลุกซู่ ชายหนุ่มรีบผละตัวออกห่างแล้วจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างลวกๆ เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็ตีรวนขึ้นมาในอก ก่อนจะก้าวลงจากรถด้วยท่าทีฮึดฮัดไม่ยอมแพ้
ภายในเซฟเฮาส์ชั้นบนสุดกว้างขวางและตกแต่งด้วยโทนสีเทาดำอย่างเคร่งขรึม ไร้ซึ่งความอบอุ่นแต่เพียบพร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุด หน้าจอคอมพิวเตอร์หลายตัวแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดรอบอาคารแบบเรียลไทม์ ธันวาวางกระเป๋าลงบนเคาน์เตอร์ครัวก่อนจะหันมามองรวินท์ที่ยืนกอดอกมองสำรวจห้องด้วยสายตาระแวดระวัง
"ที่นี่ปลอดภัย ไม่มีใครตามรอยคุณเจอ... อย่างน้อยก็จนกว่ากวินทร์จะรู้ว่าคุณเก็บหลักฐานชิ้นนั้นไว้ที่ไหน" ธันวาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวรวินท์ทีละก้าวอย่างคุกคาม จนรวินท์ต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
"หลักฐานอะไร ผมไม่รู้เรื่อง..."
"รวินท์" ธันวาเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงจริงจังจนรวินท์ต้องเงยหน้าขึ้นสบตา มือหนายื่นออกไปวางทาบลงบนผนังด้านข้างเพื่อกักตัวนักข่าวหนุ่มไว้ไม่ให้ขยับไปไหน "อย่าทำเป็นเล่นลิ้นกับผม ข้อมูลการโอนเงินระหว่างบริษัทบังหน้ากับบัญชีลับของกรมตำรวจที่คุณถืออยู่ มันเพียงพอที่จะทำให้คนระดับกวินทร์ส่งมือสังหารมาเด็ดหัวคุณได้ทุกเมื่อ และผม... ไม่ต้องการให้คนที่ผมต้องปกป้องมาตายโง่ๆ ในความดูแลของผมเด็ดขาด"
คำพูดประโยคสุดท้ายกระแทกกระทั้นเข้ากลางใจรวินท์อย่างจัง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ไม่ใช่เพราะกลัวคำขู่ แต่เป็นเพราะประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชาและดุดันคู่นั้น มันชัดเจนเสียจนหัวใจที่เคยด้านชาของนักข่าวหนุ่มกระตุกวูบ
รวินท์เม้มริมฝีปากแน่น พยายามรวบรวมความกล้าเพื่อจะเถียงกลับตามนิสัย แต่ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะทันได้ขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมา ประตูห้องนิรภัยด้านหลังห้องก็ส่งเสียงเตือนเบาๆ พร้อมกับไฟสัญญาณสีแดงที่กะพริบถี่ขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
ธันวาสบถลั่นในลำคอ ใบหน้าคมเข้มแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุดในพริบตา ร่างสูงคว้าปืนพกสั้นออกจากเอวขึ้นมาปลดล็อกเซฟอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะหันมาคว้าแขนรวินท์ให้หมุนตัวหลบไปอยู่ด้านหลังทันทีที่หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักแสดงภาพบุคคลแปลกหน้าสามคนกำลังเดินออกจากลิฟต์ตรงมาที่หน้าห้องของพวกเขา
"เข้ามาได้ยังไง..." ธันวาพึมพำกับตัวเองด้วยแววตาดุดันดั่งสัตว์ป่าที่ถูกต้อนจนมุม ก่อนที่เสียงเคาะประตูดังปังๆ สามครั้งจะดังขึ้น พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำลอดเข้ามาจากด้านนอก
"เปิดประตูเถอะครับคุณธันวา... นายใหญ่ฝากความระลึกถึงมาให้คุณกับ 'แขก' ของคุณด้วย"
[...โปรดติดตามตอนต่อไป...]
แบล็กสมิธในตำนานขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าดงกระสุนและเคมีสุดร้อนแรงนี้ไปด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริงสำหรับนักข่าวสายลุย•ตอนที่ 2
บอดี้การ์ดปากเสีย
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริงสำหรับนักข่าวสายลุย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!