เสียงกรรไกรตัดกระดาษในห้องทำงานมืดทึบดังขึ้นเพียงครั้งเดียว ก่อนที่เอกสารลับโครงการรีไซเคิลขยะอุตสาหกรรมของบริษัท เค-กรุ๊ป จะขาดวิ่นคามือ รวินท์โยนเศษกระดาษเหล่านั้นลงถังขยะด้วยความหงุดหงิด ดวงตาคมกวาดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่สว่างวาบสะท้อนกับกรอบแว่นสายตา ข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ขนาดจิ๋วในมือตอนนี้มีค่าเท่ากับชนวนระเบิดเวลา มันคือหลักฐานการทุจริตวงเงินหลายพันล้านที่เชื่อมโยงตรงถึง "กวินทร์" นักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหน้าฉากสังคมชั้นสูง แต่เบื้องหลังกลับชุ่มโชกไปด้วยคราบเลือดของผู้ที่เคยคิดขวางทาง
"คิดจะปิดปากฉันด้วยเงินห้าร้อยล้านเหรอ... ฝันไปเถอะไอ้เวร"
รวินท์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ริมฝีปากบางเฉียบเหยียดยิ้มหยันให้กับข้อเสนอทางอีเมลที่เพิ่งถูกส่งเข้ามาเมื่อสิบนาทีที่แล้ว มันไม่ใช่การเจรจา แต่มันคือคำขู่ฆ่าในคราบของผลประโยชน์ร่วมกัน
แต่สำหรับรวินท์แล้ว นักข่าวสายลุยที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครตั้งแต่ไหนแต่ไร ศักดิ์ศรีและความจริงคือสิ่งเดียวที่เขายอมแลกแม้กระทั่งชีวิต
ครืน—!
เสียงฟ้าร้องคำรามก้องนอกหน้าต่างอพาร์ตเมนต์ย่านใจกลางเมือง พร้อมกับสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งในยามวิกาล บรรยากาศรอบตัวถูกความมืดและไอชื้นเข้าปกคลุม ทว่าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของอดีตกองบรรณาธิการข่าวอาชญากรรมกลับกรีดร้องเตือนภัยขึ้นมาอย่างกะทันหัน
กริ๊ก...
ไม่ใช่เสียงฝน และไม่ใช่เสียงลม เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ ที่กลอนประตูห้องพักชั้นเจ็ดกำลังบอกความจริงที่น่าสะพรึงกลัว มีบางคนกำลังพยายามสะเดาะกลอนประตูห้องของเขา!
หัวใจของรวินท์กระตุกวูบ มือเรียวคว้าแฟลชไดรฟ์สีดำบนโต๊ะยัดใส่กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูง ทางออกระเบียงถูกปิดตาย ลิฟต์ใช้งานไม่ได้ในยามฉุกเฉิน ตัวเลือกเดียวที่มีคือการพุ่งตัวออกไปทางบันไดหนีไฟ แต่ก่อนที่เท้าก้าวแรกจะขยับ ประตูห้องก็ถูกถีบกระเด็นกระแทกผนังเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
ปัง!
"อยู่นิ่ง ๆ!" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบตะคอกก้อง พร้อมกับปลายกระบอกปืนติดเก็บเสียงสีดำสนิทที่เล็งตรงมายังหน้าอกของรวินท์ มือปืนในชุดคลุมสีเข้มสวมฮู้ดปิดบังใบหน้าครึ่งซีกก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีคล่องแคล่วรากับนักฆ่ามืออาชีพ
รวินท์กัดฟันกรอด ไม่มีความหวาดกลัวฉายชัดในดวงตาคู่สวย มีเพียงประกายความดื้อรั้นและเลือดนักสู้ที่พลุ่งพล่าน "พวกแกนี่มันใจร้อนจริงนะ กวินทร์จ้างมาเท่าไหร่ล่ะ ถึงได้ขยันทำงานในคืนฝนตกขนาดนี้"
"ส่งแฟลชไดรฟ์มาซะ แล้วฉันจะปล่อยให้แกตายแบบไม่เจ็บตัวมากนัก" เสียงแหบต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับนิ้วชี้ที่เริ่มออกแรงกดไกปืน
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น ประตูห้องพักห้องข้างเคียงที่ควรจะว่างเปล่าก็เปิดผางออกอย่างรุนแรง ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนพุ่งทะยานเข้ามาเหมือนเสือชีตาร์ที่กระโจนตะครุบเหยื่อ ธันวาในชุดเสื้อกล้ามสีดำเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแกร่งและรอยแผลเป็นจากการปฏิบัติการพิเศษ ไม่รอให้มือปืนตั้งตัว เขากระโดดเตะตัดขาจนมือปืนเสียหลัก ก่อนจะบิดข้อมือข้างที่ถือปืนจนเสียงกระดูกลั่นกรอบ ปืนหลุดร่วงลงพื้นพร้อมกับเสียงร้องโอดครวญ
"ไอ้...!" มือปืนพยายามชักมีดพับออกจากเอว แต่ธันวาไวกว่า เขากดหมัดหนักหน่วงเข้าที่ปลายคางของคนร้ายจนสลบเหมือดไปในพริบตา
ความเงียบงันกลับมาเยือนห้องพักอีกครั้ง ท่ามกลางกลิ่นคราบฝนและกลิ่นเลือดจาง ๆ รวินท์ยืนพิงโต๊ะทำงาน หอบหายใจถี่กระชั้น หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์ที่ยังเตลิดไม่หาย ดวงตาคมกริบมองชายหนุ่มผู้มาใหม่ที่ยืนจัดเสื้อผ้าของตัวเองอย่างใจเย็นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ธันวาปัดฝุ่นที่หัวไหล่ ก่อนจะหันมามองรวินท์ด้วยสายตาตำหนิและเย็นชา "ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ไปเขียนข่าวพรรค์นั้น กรุณาหัดล็อกประตูให้มันแน่นหนากว่านี้หน่อย คุณรวินท์"
รวินท์แค่น ริมฝีปากบางเชิดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ แม้ในใจจะรู้ว่าอีกฝ่ายเพิ่งช่วยชีวิตไว้ก็ตาม "นี่คือคำขอบคุณจากอดีตหน่วยปฏิบัติการพิเศษผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบงั้นเหรอ? ขอบใจนะที่เสือกเรื่องของฉัน!"
"ถ้าผมไม่เสือก ป่านนี้คุณคงกลายเป็นศพอยู่ในห้องนี้ไปแล้ว และไอ้แฟลชไดรฟ์ในกระเป๋าเสื้อของคุณก็คงไปนอนอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณกวินทร์เรียบร้อย" ธันวาก้าวเข้าไปประชิดตัวรวินท์ด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายผถะถอยหลังจนสะโพกชนขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกัน
รวินท์ชะงัก หัวใจที่สงบลงไปครู่ใหญ่กลับเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้งด้วยเหตุผลอื่น ความใกล้ชิดที่อันตรายและกลิ่นอายบุรุษเพศที่อีกฝ่ายแผ่ออกมาทำให้เขาเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ปากที่เคยจัดจ้านเริ่มหาคำพูดมาเถียงไม่เจอ
"ถอยไปนะ..." รวินท์พยายามดันแผงอกแกร่งของอีกฝ่ายออก แต่ธันวากลับนิ่งสนิทราวกับภูเขาหิน มือหนาข้างหนึ่งคว้าข้อมือเรียวที่พยายามผลักไสเอาไว้ตรึงกับโต๊ะ ส่วนมืออีกข้างเอื้อมมาปัดปอยผมที่เปียกชื้นออกจากหน้าผากของรวินท์อย่างเบามืออย่างไม่คาดคิด
แววตาของธันวาที่มองมาไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่ มีเพียงความดุดันที่แฝงไปด้วยความห่วงใยจนน่าหมั่นไส้ "ปากเก่งให้มันตลอดเถอะน่า... เพราะจากนี้ไป คุณไม่มีทางรอดเงื้อมมือพวกมันได้ด้วยตัวคนเดียวแน่"
รวินท์เบิกตากว้าง กำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบตามนิสัย แต่ยังไม่ทันที่เสียงจะหลุดจากลำคอ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติด ๆ กัน จากกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่อยู่ด้านนอกทางเดิน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
"ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่พิเศษ! ขอให้เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" เสียงตะโกนจากด้านนอกทำเอาบรรยากาศในห้องพลิกคว่ำในพริบตา ธันวาสบถเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะหันมามองหน้ารวินท์ด้วยแววตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความนัยบางอย่าง
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านผลงานชิ้นนี้ด้วยความอินและฟินไปด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริงสำหรับนักข่าวสายลุย•ตอนที่ 1
ข่าวที่ทำเอาเกือบตาย
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริงสำหรับนักข่าวสายลุย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!