คุณหมอทะลุมิติ: ซุปตาร์ย้อนยุคขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 14

ชื่อเสียงเริ่มขจรไกล

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
“ถ้าฝังเข็มจุดนี้ลึกเกินไปอีกเพียงมิลลิเมตรเดียว เส้นประสาทของยายเฒ่าซ่งคงใช้งานไม่ได้ไปตลอดชีวิต... แต่โชคดีที่มือของฉันนิ่งพอ” หลินฟางเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่ปลายนิ้วเรียวบรรจงดึงเข็มเงินเล่มสุดท้ายออกจากจุด ‘จู๋ซานหลี่’ บนข้อพับเข่าของหญิงชราแห่งหมู่บ้านหงซิงอย่างแม่นยำ ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงระคนโล่งอกของชาวบ้านนับสิบคนที่เบียดเสียดกันแน่นขนัดอยู่ในห้องโถงสถานีอนามัยประจำคอมมูน กลิ่นอายของยาจีนต้มเคี่ยวอบอวลผสมผสานกับกลิ่นอับของผนังดินเผาและเสื้อผ้าเก่าคร่ำคร่า แต่วันนี้บรรยากาศภายในสถานีอนามัยกลับแปลกตาไปอย่างสิ้นเชิง ไร้ซึ่งเงาของหมอเฒ่าเฉินผู้มักวินิจฉัยโรคด้วยการเดาและจ่ายยาพาราเซตามอลเม็ดโตๆ สรรพคุณครอบจักรวาล มีเพียงร่างเพรียวระหงในเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาและกางเกงผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มที่ขยับตัวแต่ละครั้งคล้ายสายน้ำไหลริน ท่วงท่ามั่นใจและแววตาดุดั่งประกายเพชรของหลินฟางเซียน ทำให้ไม่มีใครกล้าส่งเสียงดังแม้แต่คนเดียว “เป็นอย่างไรบ้างครับคุณแม่?” ชายวัยกลางคนสวมหมวกซุน yat-sen สีซีดรีบปรี่เข้าไปประคองมารดาด้วยความร้อนรน ยายเฒ่าซ่งกะพริบตาปริบๆ ขยับขาซ้ายที่เคยบวมเป่งและปวดแปลบจนเดินไม่ได้มานานนับปีอย่างช้าๆ ก่อนจะอุทานออกมาด้วยความตกใจ “โอ๊ย! ไม่ปวดแล้ว! แม่... แม่รู้สึกเหมือนขาเบาหวิวราวกับลอยได้เลยลูก!” เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันทีราวกับเขื่อนแตก ชาวบ้านต่างเบียดเสียดกันชะโงกหน้าเข้ามาดูปาฏิหาริย์ตรงหน้า “พระเจ้าช่วย! หมอหลินรักษาโรคข้ออักเสบเรื้อรังของยายซ่งหายขาดได้จริงๆ ด้วย!” “นั่นสิ เมื่อวานแกยังร้องครวญครางอยู่เลย วันนี้ลุกขึ้นยืนได้แล้ว หมอหลินคนนี้เก่งกาจเสียยิ่งกว่าหมอประจำอำเภอเสียอีกนะเนี่ย!” “ต่อไปใครจะกล้าไปหาหมอเฒ่าเฉินกันเล่า มือไม้สั่นขนาดนั้น ขืนให้รักษาคงได้ตายเร็วกว่าเดิม” ถ้อยคำซุบซิบชื่นชมดังระรัวรอบทิศทาง หลินฟางเซียนเพียงแย้มยิ้มบางๆ อย่างสงบเสงี่ยม นางเก็บเข็มเงินลงในกล่องไม้เนื้อหอมอย่างประณีต ความเหนื่อยล้าจากการใช้สมาธิขั้นสูงเจือจางหายไปเมื่อเห็นรอยยิ้มของคนไข้ นี่ไม่ใช่แค่การรักษาโรค แต่เป็นการทวงคืนศักดิ์ศรีและสร้างรากฐานที่มั่นคงให้ตนเองในยุคที่ผู้หญิงมักถูกมองข้าม ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังชื่นมื่น เสียงกระแทកเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงแหลมสูงเป็นเอกลักษณ์ก็ดังแหวกลมเข้ามาจากหน้าประตู “หลบไป! หลบไปให้พ้นนะพวกแก! ข้าจะเข้าไปหาลูกสะอก... เอ๊ย หาอีตัวดีหลินฟางเซียน!” แม่สามีตระกูลเจียงแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นผมที่เคยหวีเรียบร้อยยุ่งเหยิงเล็กน้อยเพราะความรีบร้อน ในมือถือตะกร้าผักสานเก่าๆ ที่ข้างในอัดแน่นไปด้วยมันเทศลูกโต นางถลึงตาใส่ลูกสะใภ้ตัวดีราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ หลินฟางเซียนชะงักมือเล็กน้อย หุบยิ้มลงทันที นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับแม่สามีด้วยแววตานิ่งสนิทไร้ความหวาดกลัวแม้แต่น้อย “อ้าว คุณแม่ ลมอะไรหอบท่านมาถึงสถานีอนามัยได้ล่ะคะ หรือว่าปวดเมื่อยตรงไหน อยากให้ฉันฝังเข็มให้สักเข็มสองเข็มไหมคะ รับรองว่าจะช่วยกระตุ้นความจำและสมองส่วนที่ชอบลืมตัวได้ดีนักแล” หลินฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าทุกถ้อยคำกลับเชือดเฉือนจนแม่สามีหน้าชาดล “นัง... นังสารเลวหลินฟางเซียน!” แม่สามีตระกูลเจียงกรี๊ดลั่น เอานิ้วชี้หน้าลูกสะใภ้ “แกกล้าดียังไงถึงพูดจายอกย้อนแบบนี้! รู้ไหมว่าชาวบ้านเขานินทากันให้แซดว่าแกทำตัวกระด้างกระเดื่อง ไม่ยอมกลับบ้านไปปรนนิบัติสามี เอาแต่มาทำตัวเด่นเป็นสง่าอยู่ที่นี่จนชาวบ้านเขาหัวเราะเยาะตระกูลเจียงของฉันจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว!” ชาวบ้านที่กำลังชื่นชมหลินฟางเซียนเมื่อครู่ต่างเงียบกริบ หันมามองแม่ลูกคู่นี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น หลินฟางเซียนถอนหายใจเบาๆ อย่างเหนื่อยหน่าย นางค่อยๆ วางกล่องเข็มลงบนโต๊ะไม้ ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาแม่สามีช้าๆ ความสูงโปร่งและออร่าที่ถูกขัดเกลาจากชาติภพก่อนทำให้นางดูน่าเกรงขามขึ้นอย่างประหลาด จนแม่สามีที่ตั้งท่าจะพ่นคำด่าต่อถึงกับถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว “คุณแม่คะ ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าบ้านตระกูลเจียงมา มีวันไหนบ้างที่ฉันไม่ได้ซักผ้า หุงข้าว หาบน้ำ หรือแม้แต่หาเงินมาจุนเจือครอบครัว? เงินที่ฉันได้จากการรักษาคนไข้ในวันนี้ ก็เป็นเงินที่ได้มาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของฉันเอง ไม่ได้ไปเบียดเบียนข้าวสารในยุ้งฉางของตระกูลท่านแม้แต่ตำลึงเดียว” หลินฟางเซียนกวาดสายตามองฝูงชนรอบข้าง ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงกังวานชัดเจน “ส่วนเรื่องเจียงเฉิงสามีของฉัน... เขากำลังรับราชการทหารเพื่อประเทศชาติ ทำหน้าที่ปกป้องบ้านเมือง ฉันในฐานะภรรยา นอกจากจะไม่เป็นภาระให้เขาต้องกังวลใจแล้ว ฉันยังใช้ความรู้ความสามารถมาช่วยเหลือเพื่อนบ้านยามเจ็บไข้ได้ป่วย ท่านในฐานะแม่ของทหารหาญ ไม่ภาคภูมิใจในตัวลูกสะใภ้ที่ทำคุณประโยชน์ให้สังคม กลับมาโวยวายด้วยเรื่องไร้สาระกลางที่สาธารณะเช่นนี้... ท่านคิดว่าถ้าเจียงเฉิงรู้เข้า เขาจะรู้สึกอย่างไรกับพฤติกรรมของท่านคะ?” คำว่า ‘เจียงเฉิง’ ถูกงัดขึ้นมาใช้ราวกับดาบอาบยาพิษ แม่สามีตระกูลเจียงหน้าซีดเผือดลงทันที นางรู้ดีว่าบุตรชายคนนี้รักความถูกต้องและเคารพกฎระเบียบยิ่งกว่าอะไร หากเจียงเฉิงรู้ว่าแม่ของตนมาอาละวาดใส่ภรรยาที่กำลังทำความดีความชอบ เกรงว่าคงได้โดนบุตรชายตำหนิจนแทบไม่มีแผ่นดินกลบหน้าแน่ “แก... แกกล้าเอาเจียงเฉิงมาขู่ฉันเรอะ!” แม่สามีเสียงสั่น แต่มือกำตะกร้าแน่นด้วยความคับแค้นใจ “ฉันไม่ได้ขู่ค่ะ ฉันเพียงแต่พูดความจริง” หลินฟางเซียนแย้มยิ้มอ่อนหวาน แววตาฉายประกายเย้ยหยันที่ซ่อนไว้ภายใต้ความสุภาพ “ถ้าท่านไม่มีธุระเรื่องเจ็บป่วยอะไร เชิญกลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อนเถอะค่ะ คนไข้คนต่อไปกำลังรออยู่... อ้อ หมอเฒ่าเฉินคะ ช่วยพาแขกผู้มีเกียรติท่านนี้ออกไปรับอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกหน่อยค่ะ นางอาจจะหายใจไม่ออกเพราะกลิ่นยาจีนในห้องนี้มากเกินไป” หมอเฒ่าเฉินที่ยืนหลบมุมอยู่รีบพยักหน้ารัวๆ เดินเข้ามาผายมือเชิญด้วยความเกรงกลัวบารมีของหมอหลินคนใหม่ที่แผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจน แม่สามีตระกูลเจียงอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ นางอยากจะกรี๊ดด่าให้ลั่นสถานีอนามัย แต่เมื่อเห็นสายตานับสิบคู่ที่มองมาด้วยความรังเกียจและตำหนิ นางจึงทำได้เพียงสะบัดหน้าหนีอย่างหัวเสีย หิ้วตะกร้ามันเทศเดินกระแทกส้นเท้าออกไปท่ามกลางเสียงหัวเราะเบาๆ ของชาวบ้าน หลินฟางเซียนปัดชายเสื้อเบาๆ หันกลับมาปั้นยิ้มต้อนรับคนไข้รายต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าในใจกลับครุ่นคิดถึงสถานการณ์ที่กำลังขยายวงกว้างออกไป ชื่อเสียงของ ‘หมอหลิน’ เริ่มขจรไกลเกินกว่าขอบเขตของหมู่บ้านหงซิงเสียแล้ว และนั่นย่อมดึงดูดทั้งมิตรและศัตรูในเวลาเดียวกัน ตกดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า แสงสีส้มแดงสาดส่องกระทบหลังคาบ้านเรือน ท่ามกลางความเงียบสงบยามค่ำคืน หลินฟางเซียนกำลังงละมุนละไมอยู่กับการเคี่ยว ‘น้ำยาสมุนไพรบำรุงกำลังสูตรลับโบราณ’ ในมิติคลังยา กลิ่นหอมหวานล้ำลึกของโสมป่าและเก๋ากี้ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณห้องครัวเล็กๆ ส่งกลิ่นเย้ายวนชวนน้ำลายสอ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งที่หน้าบ้าน... ก๊อก ก๊อก ก๊อก หลินฟางเซียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ดึกดื่นป่านนี้ใครกันที่มาเคาะประตู? นางวางทัพพีไม้ลง ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยความระแวดระวัง ทันทีที่แง้มบานประตูไม้เก่าออก แสงตะเกียงสลัวก็กระทบเข้ากับร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่คุ้นเคย เจียงเฉิงยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ใบหน้าคมเข้มมีหยาดเหงื่อและร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล แววตาคมกริบจ้องมองนางนิ่งสนิท ทว่าในวินาทีต่อมา เขากลับยื่นกล่องไม้ประณีตใบเล็กมาตรงหน้า พร้อมกับเอמהด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด “ฉันได้ยินข่าวเรื่องที่สถานีอนามัย... เธอเป็นอย่างไรบ้าง?” หลินฟางเซียนชะงักค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับประกายความห่วงใยที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของสามีทหารผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาผู้นี้ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนอวี้ซินหมอยายุค 70 มาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอทะลุมิติ: ซุปตาร์ย้อนยุคขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%