"กระดาษแผ่นบางแค่นี้ กลับมีน้ำหนักราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก... น่าขันเสียจริง"
เสียงหัวเราะในลำคอของหลินฟางเซียนดังขึ้นเบาๆ แววตาคู่คมมองซองจดหมายสีน้ำตาลหยาบกร้านในมือด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ปลายกระดาษจดหมายยับย่นเล็กน้อยจากการถูกกำแน่นด้วยความตกใจเมื่อครู่ ในยุคทหารหาญและการสื่อสารที่เชื่องช้าเช่นนี้ ข่าวสารจากแนวหน้ามักนำพามาซึ่งความเปลี่ยนแปลงเสมอ ไม่ว่าจะเป็นความยินดีหรือหายนะ
บนโต๊ะไม้เก่าๆ ในห้องครัวกลิ่นอายยุคเจ็ดสิบ ไอร้อนพวยพุ่งขึ้นมาจากหม้อดินเผาที่เคี่ยวสมุนไพรบำรุงกำลัง กลิ่นหอมฉุนของโสมตังกุยและรากขิงสดผสมผสานกับกลิ่นอับของบ้านไม้เก่าคร่ำคร่า หลินฟางเซียนสะบัดข้อมือเบาๆ เพื่อไล่ความรู้สึกประหม่าที่หลงเหลืออยู่ในอก เธอไม่ใช่เด็กสาวอ่อนต่อโลกที่ยอมก้มหน้าให้โชคชะตาเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว นับตั้งแต่เธอก้าวเข้ามาอยู่ในร่างนี้ ศัลยแพทย์มือหนึ่งจากยุคปัจจุบันอย่างเธอก็จัดระเบียบชีวิตใหม่จนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ไม่ว่าจะเป็นการใช้มิติลับสะสมสมุนไพรล้ำค่า การตบหน้าแม่สามีและญาติจอมดูถูกอย่างมีชั้นเชิง จนพวกเขากลัวหัวหดไม่กล้ามาหาเรื่องถึงหน้าประตูลึก
แต่จดหมายฉบับนี้... ส่งตรงมาจากชายผู้ขึ้นชื่อว่าเป็น "สามีในนาม"
เจียงเฉิง นายทหารหนุ่มผู้เคร่งขรึม เย็นชา และไม่เคยกลับบ้านเลยตลอดสองปีเต็มหลังการแต่งงาน ผู้ชายที่ปล่อยให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความโหดร้ายของแม่สามีตระกูลเจียงตามลำพัง จนกระทั่งร่างเดิมตรอมใจตายไป ทว่าตอนนี้ เขากำลังจะกลับมา
"พี่สะใภ้รอง! ท่านพี่รองกำลังจะกลับมาจริงๆ หรือเจ้าคะ!" เสียงตื่นตระหนกของเจียงเหมย น้องสามีตัวแสบดังแหวะขึ้นที่หน้าประตูก่อนที่ร่างผอมแห้งจะพุ่งพรวดเข้ามา ดวงตาของเด็กสาวเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดกลัว ใบหน้าซีดเซียวเจือด้วยรอยยิ้มแห้งแล้ง "แม่บอกว่า... แม่บอกว่าถ้าพี่รองรู้เรื่องที่เราแอบเอาแป้งสาลีไปขายในตลาดมืด หรือเรื่องที่ท่านแม่ชอบกลั่นแกล้งท่าน... พวกเราต้องโดนพี่รองลงโทษแน่ๆ!"
หลินฟางเซียนชำเลืองมองเด็กสาวที่ตัวสั่นเทาด้วยหางตา เธอไม่ได้ตกใจตามอีกฝ่ายแม้แต่น้อย มือเรียวบางยังคงคนยาในหม้ออย่างใจเย็น จังหวะการเคลื่อนไหวมั่นคงราวกับผิวน้ำในยามไร้ลม
"กลัวอะไรกันเล่า เจียงเหมย" หลินฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังอำนาจจนอีกฝ่ายต้องสะดุ้ง "ในเมื่อพวกเธอทำอะไรลงไป ย่อมรู้อยู่แก่ใจไม่ใช่หรือ? อีกอย่าง... ฉันไม่ได้เป็น 'พี่สะใภ้รอง' ที่ยอมให้ใครโขกสับเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ถ้าเขาจะกลับมาจัดการใคร คงไม่ใช่ฉันที่เป็นคนกุมความลับเรื่องบัญชีเงินเก็บของครอบครัวนี้ไว้หรอกกระมัง"
เจียงเหมยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางอ้าปากพะงาบๆ อยากจะเถียงแต่ก็เถียงไม่ออก เพราะตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา หลินฟางเซียนเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ไม่เพียงแต่ฉลาดเป็นกรด ทว่าฝีมือการปรุงอาหารและการรักษาโรคชาวบ้านยังทำให้คนในหมู่บ้านต่างพากันเกรงใจ ยิ่งคิดถึงเรื่องที่ตนเองเคยร่วมมือกับแม่สามีกลั่นแกล้งพี่สะใภ้คนนี้ เจียงเหมยก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีเข็มมาทิ่มแทงที่แผ่นหลัง
"แม่... แม่กำลังจะกลับมาจากไร่แล้ว ท่านแม่บอกให้ฉันมาตามท่านไปช่วยต้อนรับ... เอ๊ย เตรียมสำรับ!" เจียงเหมยละล่ำละลักพูดเปลี่ยนคำเมื่อเห็นสายตานิ่งสนิทที่มองตรงมา
หลินฟางเซียนแค่นหัวเราะในใจ 'เตรียมสำรับ' อย่างนั้นหรือ? ที่แท้แม่สามีตัวแสบก็แค่กลัวว่าลูกชายสุดที่รักกลับมาแล้วเห็นสภาพบ้านเรือนที่เสื่อมโทรม หรือเห็นว่าพวกนางกดขี่ลูกสะใภ้จนผอมโซ จึงรีบหาทางสร้างภาพจอมปลอมขึ้นมากลบเกลื่อนต่างหาก
"บอกแม่เธอไป ว่าฉันกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมยาให้คนไข้ ถ้าอยากให้ต้อนรับลูกชายนักหนa ก็เชิญไปกวาดพื้นเช็ดโต๊ะเอาเองเถอะ" หลินฟางเซียนปัดมือไล่อย่างไม่ไยดี ก่อนจะหันหลังกลับไปสนใจหม้อสมุนไพรต่อ
ครั้นเมื่อเสียงฝีเท้าของเจียงเหมยวิ่งหนีเตลิดออกไปด้วยความหวาดกลัว หลินฟางเซียนจึงหยิบจดหมายขึ้นมาคลี่อ่านอีกครั้ง ลายมือบนกระดาษเป็นระเบียบและหนักแน่น บ่งบอกถึงตัวตนของผู้เขียนได้เป็นอย่างดี ข้อความสั้นกระชับไม่ได้แสดงความรักใคร่หวานซึ้งใดๆ มีเพียงประโยคสั้นๆ ที่ทำเอาหัวใจของศัลยแพทย์สาวกระตุกวูบ
*“ฉันจะถึงสถานีรถไฟในอีกสามวัน... รอฉันด้วย ฟางเซียน”*
แค่สามวันเท่านั้น!
หลินฟางเซียนสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของความท้าทายใหม่ลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ สามีทหารผู้เคร่งขรึมและยึดมั่นในกฎระเบียบคนนั้น จะรับมือกับ "ภรรยา" ที่ไม่ใช่คนเดิมคนนี้ได้อย่างไร? และที่สำคัญที่สุด... เขาจะมาเพื่อขอหย่าตามความตั้งใจเดิมของเธอ หรือจะมาเพื่อสร้างความปั่นป่วนให้ชีวิตสงบสุขของเธอกันแน่?
ในขณะที่หลินฟางเซียนกำลังใช้ความคิด ทันใดนั้นเอง ประตูรั้วไม้ไผ่หน้าบ้านก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงกระแทกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงโวยวายของแม่สามีที่ดังลั่นเข้ามาในลานบ้าน
"นังตัวดี! ลูกชายฉันใกล้จะถึงบ้านอยู่รอมรอม แกยังกล้าทำตัวเป็นคุณนายปล่อยให้บ้านช่องรกเร้าอย่างนี้อีกหรือ!"
หลินฟางเซียนหรี่ตาลงรอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นที่มุมปาก เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากโต้
ทว่าเสียงเคาะประตูด้านนอกสามครั้งติดกัน ก็ดังแทรกขึ้นมาตัดจังหวะความวุ่นวายเสียก่อน... เป็นเสียงเคาะที่หนักแน่น ทรงพลัง และไม่มีใครในหมู่บ้านกล้าทำเช่นนี้
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนอวี้ซินหมอยายุค 70 มาโดยตลอดนะคะ
คุณหมอทะลุมิติ: ซุปตาร์ย้อนยุคขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 15
จดหมายจากแนวหน้า
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอทะลุมิติ: ซุปตาร์ย้อนยุคขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!