“ก่อนที่พวกคุณจะออกจากห้องนี้... ช่วยตอบผมก่อนว่า ใครเป็นคนสั่งให้พวกคุณมารังแกภรรยาของผม”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนแทบจะแช่แข็งบรรยากาศรอบตัวให้กลายเป็นน้ำแข็ง น้ำเสียงของเจียงเฉิงไม่ได้ดังตึงตัง แต่มันกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันระดับนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน ผู้บุกรุกทั้งสองคนที่ถูกกดตัวไว้กับพื้นถึงกับตัวสั่นเทา เหงื่อกาฬแตกพลั่กไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าสกปรกมอมแมม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคมกริบราวกับใบมีดของชายหนุ่ม
หลินฟางเซียนยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายยาก ไออุ่นจากฝ่ามือหนาที่เพิ่งเอื้อมมาแตะไหล่ของเธอเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณว่า *“ทุกอย่างมีฉันจัดการเอง”* ทำให้หัวใจดวงน้อยที่เคยต้องต่อสู้ดิ้นรนตามลำพังในยุค 70 อันแห้งแล้งนี้เกิดความรู้สึกอิ่มเอมอย่างประหลาด สามีปากแข็งคนนี้... ในเวลาวิกฤตกลับพึ่งพาได้มากกว่าที่เธอคาดคิดไว้เสียอีก
“คะ...
คือว่าพวกเรา...” หญิงวัยกลางคนผู้มีใบหน้ายับย่นละล่ำละลักละเมอเสียงสั่นเครือ ชำเลืองมองไปทางประตูห้องด้วยความหวาดระแวง “มีคนบอก... มีคนจ้างพวกเรามาค่ะ! บอกว่าถ้าทำให้ชื่อเสียงของหมอหลินเสื่อมเสียได้ จะได้เงินค่าจ้างก้อนโต!”
“ใคร?” เจียงเฉิงเค้นเสียงถาม ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าว จนเงาทะมึนทาบทับร่างของคนทั้งสองมิดชิด
“คะ... คือแม่สามีของคุณนั่นเองค่ะ! นางเป็นคนเอาเงินมาวางมัดจำและบอกแผนการทั้งหมดให้พวกเราทำตาม!”
สิ้นคำสารภาพ บรรยากาศภายในห้องแคบๆ พลันตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ หลินฟางเซียนมิได้แสดงความตกใจแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างบางเบา เป็นไปตามคาด... งูพิษในบ้านตระกูลเจียงตัวนั้นไม่มีวันยอมรามือจากเธอโดยง่ายจริงๆ ในเมื่ออีกฝ่ายเลือกที่จะเปิดฉากเกมสกปรกนี้ขึ้นมาก่อน ก็อย่าหาว่าเธอใจร้ายที่จะใช้โอกาสนี้สะสางบัญชีแค้นเก่าและยกระดับชีวิตของตนเองให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือคนพวกนั้นเสียที
ครึ่งชั่วยามต่อมา หลังจากจัดการส่งตัวผู้บุกรุกให้ฝ่ายความมั่นคงของค่ายทหารไปจัดการตามกฎหมาย เจียงเฉิงก็เดินกลับเข้ามาในห้องพักด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเล็กน้อยบ่งบอกถึงความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับเอาไว้ เขาหันมามองภรรยาด้วยความกังวล กลัวว่าเธอจะขวัญเสีย แต่สิ่งที่เขาพบกลับเป็นหลินฟางเซียนที่กำลังฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี พร้อมกับหยิบกระดาษจดรายการสิ่งของออกมาจากลิ้นชัก
“ฟางเซียน...” เจียงเฉิงเอ่ยเรียกเสียงแหบพร่า “เรื่องแม่ของผม... ผมสัญญาว่าผมจะจัดการให้เด็ดขาด นางไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายคุณลับหลังแบบนี้อีก”
“ฉันรู้ค่ะว่าคุณจัดการได้” หลินฟางเซียนเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้สามี ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด “แต่เรื่องของแม่สามีเอาไว้ก่อนเถอะค่ะ วันนี้... สามีของฉันเพิ่งได้รับเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงพิเศษไม่ใช่หรือคะ? ในเมื่อเรามีเงินก้อนโตอยู่ในมือแล้ว ทำไมเราถึงจะไม่ใช้มันให้คุ้มค่าล่ะคะ?”
ชายหนุ่มกะพริบตาปริบๆ ปรับอารมณ์ตามภรรยาแทบไม่ทัน จากบรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่ กลายมาเป็นประกายตาดุดันแบบนักธุรกิจหญิงผู้กุมความลับทางการค้าไปเสียแล้ว
“คุณอยากได้อะไรล่ะ?” เจียงเฉิงถอนหายใจยาวอย่างจำยอม มุมปากหยักลึกยกยิ้มเอ็นดูโดยไม่รู้ตัว ตั้งแต่ภรรยาคนนี้ฟื้นจากไข้คราวนั้น เธอกลายเป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจจนเขาละสายตาไม่ได้เลยสักครั้ง
“เสื้อผ้าเก่าๆ ซีดๆ พวกนี้สมควรแก่เวลาปลดระวางได้แล้วค่ะ” หลินฟางเซียนกวาดสายตามองชุดผ้าฝ้ายหยาบสีตุ่นที่สวมอยู่ด้วยความรังเกียจเล็กน้อย “อีกอย่าง ของใช้ในครัวเรือนของเราก็ขาดแคลนเหลือเกิน วันนี้เราจะไปสหกรณ์ประจำอำเภอค่ะ! ไปซื้อผ้าเนื้อดี เครื่องปรุงรสชั้นเลิศ และวัตถุดิบดีๆ มาทำอาหารฉลอง ‘ชีวิตที่รุ่งเรือง’ ของเรากันเถอะค่ะ!”
ตลาดสหกรณ์ประจำอำเภอในยุค 70 เต็มไปด้วยผู้คนจอแจ เสียงร้องตะโกนขายของผสมผสานกับกลิ่นอายของฝุ่นดินและควันไฟจากเตาถ่าน หลินฟางเซียนในชุดเดิมแต่ใบหน้าเปล่งปลั่งสดใส เดินเคียงคู่มากับนายทหารหนุ่มรูปงามรูปร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบรีดเรียบกริบ การปรากฏตัวของทั้งคู่ดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้างให้หันมามองเป็นตาเดียว หลายคนกระซิบกระซาบกันด้วยความอิจฉา
“นั่นมันผู้กองเจียงกับภรรยาไม่ใช่หรือ? ทำไมวันนี้พวกเขาดูแปลกไป...”
“ภรรยาของเขาดู... สวยสะดุดตาขึ้นมากเลยนะ ไม่เห็นโทรมเหมือนแต่ก่อนเลย แถมดูท่าทางมั่นอกมั่นใจด้วย”
หลินฟางเซียนหาได้สนใจเสียงนินทาเหล่านั้นไม่ เป้าหมายของเธอในวันนี้คือการช็อปปิ้งยกระดับคุณภาพชีวิตให้สมกับที่เป็นแพทย์สาวมือหนึ่งจากยุคปัจจุบัน ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่แผนกสิ่งทอของสหกรณ์ เธอก็กวาดสายตาสำรวจม้วนผ้าต่างๆ ด้วยความรวดเร็ว
“สหายครับ ช่วยตัดผ้าฝ้ายเนื้อละเอียดสีชมพูอ่อนม้วนนี้สามเมตรครับ แล้วก็ผ้าซาตินสีน้ำเงินเข้มสำหรับตัดเสื้อเชิ้ตอีกสองเมตรด้วย” เจียงเฉิงเอ่ยปากสั่งพนักงานขายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มือหนากลับควักปึกเงินและคูปองอุตสาหกรรมออกมาวางบนเคาน์เตอร์อย่างใจถึง สร้างความตกตะลึงให้แก่พนักงานขายและผู้คนรอบข้างเป็นอย่างมาก
“คุณซื้อผ้าซาตินให้ฉันด้วยหรือคะ?” หลินฟางเซียนเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ
“คุณเป็นภรรยาผม แต่งตัวดีๆ หน่อย ใครจะกล้าดูถูกคุณอีก” เจียงเฉิงตอบเสียงเรียบ แต่ใบหูทั้งสองข้างกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ปากแข็งเสียให้ตลอดเถอะสามีทหารคนนี้!
หลังจากกวาดซื้อผ้าเนื้อดีรองรับการตัดชุดใหม่ หลินฟางเซียนก็ลากสามีตรงดิ่งไปยังแผนกเสบียงและเครื่องปรุงอาหารทันที ในยุคนี้เนื้อสัตว์เป็นของหายากและต้องใช้คูปองเนื้อจำนวนมาก แต่สำหรับเจียงเฉิงผู้มีสิทธิ์พิเศษในฐานะนายทหารระดับสูง การกวาดซื้อเนื้อหมูสามชั้นติดมันสวยๆ ครึ่งกิโลกรัม กระดูกหมูสดๆ และแป้งสาลีขาวสะอาดจึงไม่ใช่เรื่องยากเลย นอกจากนี้เธอยังแอบหยิบเครื่องเทศชั้นดีและน้ำตาลทรายแดงคุณภาพเยี่ยมใส่ตะกร้าเพิ่มอีกหลายอย่าง จนพนักงานขายต้องมองด้วยความทึ่ง
ระหว่างทางเดินกลับบ้านพักค่ายทหาร กลิ่นอายของความสุขและความหวังใหม่ลอยอบอวลอยู่รอบตัว ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันมากนัก แต่สัมผัสอุ่นๆ จากฝ่ามือหนาที่กุมมือเรียวของเธอเอาไว้ตลอดทาง กลับบอกเล่าความรู้สึกลึกซึ้งแทนคำพูดนับพันคำ
เมื่อกลับมาถึงบ้านพัก หลินฟางเซียนไม่รอช้า เธอจัดการสวมผ้ากันเปื้อนแล้วลงมือเข้าครัวทันที ครัวเล็กๆ ที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นหอมเย้ายวนของเครื่องเทศ น้ำตาลทรายแดงเคี่ยวจนละลายเป็นคาราเมล และเนื้อหมูสามชั้นที่ถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำกำลังเคี่ยวอยู่ในหม้อดินเผาจนน้ำซุปงวดข้นเป็นสีแดงฉ่ำเงางาม—เมนู ‘หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงสูตรลับเฉพาะ’ ที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งทะลุผ่านหน้าต่างและประตูบ้าน ลอยละล่องไปทั่วบริเวณค่ายพักแรมจนเหล่าทหารและเพื่อนบ้านต่างพากันสูดจมูกฟุดฟิดด้วยความหิวโหย
เจียงเฉิงนั่งมองแผ่นหลังของภรรยาที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมอาหารบนโต๊ะด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นหัวใจ ชีวิตแต่งงานที่เคยคิดว่าเป็นเพียงภาระหน้าที่ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา บัดนี้กลับกลายเป็นวิมานอันอบอุ่นที่เขาไม่อยากจากไปไหนเลย
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความสุขสงบภายในบ้าน หลินฟางเซียนชะงักมือเล็กน้อย หันไปมองหน้าสามีด้วยความฉงน ขณะที่เจียงเฉิงขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่มีคนมารบกวนเวลาส่วนตัวของครอบครัว
ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยใบหน้าบึ้งตึง ทว่าทันทีที่บานประตูเปิดออก ร่างของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญที่ยืนอยู่เบื้องหน้า กลับทำให้ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนประหลาดใจ
“พี่รอง? ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร... แล้วนั่น... เกิดอะไรขึ้นกับทางบ้านใหญ่กันแน่?”
คำถามของเจียงเฉิงแขวนค้างอยู่กลางอากาศ เมื่อพี่ชายคนรองของตระกูลเจียงก้าวเข้ามาในห้องด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมม ดวงตาแดงก่ำราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้อย่างหนักมาทับถม และคำพูดประโยคแรกที่หลุดออกมาจากปากของอีกฝ่าย ก็ทำให้บรรยากาศที่กำลังหอมหวานพลันพลิกผันเป็นความระทึกขวัญในชั่วพริบตา
“เฉิงซาน... น้องชาย! แม่... แม่ถูกคนจับตัวไปที่สถานีตำรวจอำเภอแล้ว! ช่วยพวกเราด้วย!”
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70" เสมอมานะคะ)
คุณหมอทะลุมิติ: ซุปตาร์ย้อนยุคขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 30
ชีวิตที่รุ่งเรือง
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอทะลุมิติ: ซุปตาร์ย้อนยุคขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!