“ถ้าคุณยังเอาไม้กระดานผุ ๆ แผ่นนี้ตีแปะลงไปอีกล่ะก็ อีกไม่ถึงสามวัน ลมหนาวจากเทือกเขาฉางไป๋คงได้หอบเอาหลังคาห้องครัวปลิวไปตกกลางลานบ้านผู้ใหญ่บ้านแน่ ๆ ค่ะ เจียงเฉิง”
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเฉียบคมดังขึ้น ท่ามกลางเสียงตอกตะปูและเสียงไม้กระทบกันอย่างต่อเนื่อง หลินฟางเซียนยืนกอดอกพิงกรอบประตู เธอกวาดสายตามองนายทหารร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบที่ถูกพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี เหงื่อเม็ดโตไหลซึมตามไรผมและลาดไหล่กว้าง ภาพของเจียงเฉิงในยามที่กำลังงละเลงฝีมือซ่อมแซมบ้านด้วยตัวเอง ช่างเป็นทัศนียภาพที่เจริญหูเจริญตาไม่น้อยสำหรับศัลยแพทย์สาวจากศตวรรษที่ 21 เช่นเธอ
เจียงเฉิงชะืองานในมือเล็กน้อย เขาชำเลืองมองภรรยาตัวน้อยที่วันนี้สวมเสื้อกันหนาวไหมพรมสีครีม ซึ่งเธอบรรจงถักเองด้วยฝีมืออันประณีต ดวงตาคมกริบฉายแววอ่อนโยนวูบหนึ่งก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นความมาดมั่นตามวิสัยของชายชาติทหาร
“ผมคำนวณโครงสร้างไว้หมดแล้ว ฟางเซียน ไม้สนชุดนี้ผ่านการแช่น้ำยาป้องกันแมลงและตากแห้งสนิทจนได้ที่ รับรองว่าต่อให้พายุหิมะโหมกระหน่ำแรงแค่ไหน ห้องครัวของเราก็ยังอุ่นจนไข่ไก่ในตระกร้าแทบจะฟักออกมาเป็นตัวได้เลยทีเดียวเชียว” น้ำทุ้มต่ำเอ่ยตอบด้วยความมั่นใจ พร้อมกับเสียงตอกตะปูดัง *ปัง ปัง* สองสามทีอย่างแม่นยำ
นับตั้งแต่วันที่หลินฟางเซียนประกาศจุดยืนและจัดการขั้นเด็ดขาดกับแม่สามีจอมเจ้าเล่ห์ บรรยากาศรอบตัวของบ้านตระกูลเจียงหลังน้อยที่เคยอึมครึม ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นความสงบสุขอย่างแท้จริง แม่สามีไม่กล้าแม้แต่จะเฉียดกรายมาป้วนเปี้ยนหน้าบ้าน ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่เปิดโอกาสให้สองสามีภรรยาได้ปรับความเข้าใจและสร้างรากฐานชีวิตร่วมกันอย่างแท้จริง
ฟางเซียนเดินเข้าไปใกล้ร่างหนา กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นไม้สนสดใหม่ลอยเข้าเตะจมูก เธอหยิบผ้าขนับผืนเล็กซับเหงื่อที่ขมับให้เขาอย่างเป็นธรรมชาติ การกระทำที่อ่อนโยนนี้ทำให้เจียงเฉิงถึงกับชะงัก ร่างกายกำยำแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนที่นัยน์ตาคมจะทอประกายความลึกซึ้งระคนประหลาดใจ ปรกติแล้วภรรยาของเขามักจะหลบเลี่ยงการสัมผัส แต่นับวันเธอกลับยิ่งแสดงความใส่ใจออกมาอย่างเปิดเผยทีละน้อย
“เหนื่อยไหมคะ? งานซ่อมแซมบ้านช่วงใกล้หน้าหนาวแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณทนเห็นฉันกับเจ้าตัวเล็ก... เอ๊ย หมายถึงทนเห็นฉันหนาวตาย คงไม่ต้องมาเหนื่อยแรงเอาตอนนี้หรอก” ฟางเซียนแสร้งเปลี่ยนคำพูดเกือบไม่ทันเมื่อเกือบจะหลุดปากเรื่องลูก
เจียงเฉิงวางค้อนในมือลง เขาหันมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับต้องการค้นหาความหมายบางอย่าง มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับอาวุธและงานช่างเอื้อมขึ้นมาสัมผัสแก้มเนียนนุ่มเบา ๆ นิ้วโป้งลูบไล้ผิวแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเธอจะบอบช้ำ
“เพื่อคุณและบ้านของเรา ต่อให้เหนื่อยกว่านี้สิบเท่า ผมก็เต็มใจ ฟางเซียน... คุณเปลี่ยนไปมาก ตั้งแต่... ตั้งแต่เราผ่านเรื่องพวกนั้นมา คุณเก่งขึ้น ใจเด็ดขึ้น และทำให้ผมละอายใจ ที่ผ่านมาผมเป็นสามีที่ไม่เอาไหน ปล่อยให้คุณต้องลำบากเผชิญหน้ากับแม่และน้องสาวโดยลำพัง” น้ำเสียงของเจียงเฉิงหนักแน่นและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่อัดอั้นมานาน
ฟางเซียนนิ่งงันไปครู่หนึ่ง เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่สะท้อนออกมาจากแววตาของนายทหารหนุ่ม ปากแข็งนักรึ? แต่การกระทำและการยอมรับผิดอย่างลูกผู้ชายเช่นนี้ กลับทำให้หัวใจที่ปิดตายของแพทย์หญิงสาวยุคใหม่เกิดรอยร้าวขึ้นมาเบา ๆ ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก
“เรื่องผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปค่ะ คนเราต้องมองไปข้างหน้า ปัจจุบันและอนาคตสำคัญที่สุด ตอนนี้สิ่งที่เราต้องเร่งทำคือการทำให้บ้านหลังนี้กลายเป็น ‘บ้าน’ ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ที่ซุกหัวนอนไปวัน ๆ” เธอยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มที่สว่างไสวราวกับแสงแดดยามเที่ยงท่ามกลางฤดูหนาว ทำเอาเจียงเฉิงถึงกับใจกระตุกวูบ
“นั่นสินะ... บ้านที่แท้จริง” เจียงเฉิงพึมพำกับตัวเอง เขารวบเอวบางเข้ามาประชิดตัวโดยไม่ทันให้ตั้งตั้งตัว ฟางเซียนอุทานเบา ๆ ด้วยความตกใจ มือเล็กดันแผงอกกว้างตามสัญชาตญาณ แต่ทว่าอ้อมแขนที่โอบกอดเธอกลับมั่นคงและอบอุ่นเสียจนเธอไม่กล้าขัดขืน
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลง มีเพียงเสียงลมหนาวที่พัดผ่านยอดสนด้านนอก ทว่าภายในพื้นที่แคบ ๆ ระหว่างเขากับเธอ กลับร้อนรุ่มขึ้นทีละน้อย กลิ่นกายสะอาดสะอ้านผสมกับความอบอุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มทำให้สติของแพทย์สาวเริ่มเลือนราง
*ก๊อก ๆ ๆ!*
เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านดังขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกทันที เจียงเฉิงขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ ขณะที่ฟางเซียนรีบผลكอกสามีออกทันที ใบหน้าเนียนแดงก่ำด้วยความเขินอาย เธอจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว
“ใครกันมาขัดจังหวะเอาตอนนี้...” เจียงเฉิงบ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ก่อนจะก้าวเดินออกไปดูที่ประตูรั้วด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ฟางเซียนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมา เธอหันไปจัดการกับเศษไม้และอุปกรณ์ช่างที่กระจัดกระจาย ทว่าในขณะที่เธอกำลังก้มลงเก็บค้อนเหล็กอยู่นั้น เสียงพูดคุยจากหน้าบ้านก็ดังแว่วเข้ามา ซึ่งทำให้มือของเธอชะงักค้างทันที
“ผู้กองเจียงครับ! แย่แล้วครับ ทางกองอำนวยการหมู่บ้านได้รับโทรศัพท์ด่วนจากอำเภอ แจ้งว่า... มีคนไข้โรคปริศนากำลังล้มป่วยกะทันหัน อาการสาหัสมาก แพทย์ประจำสุขศาลาเอาไม่อยู่แล้ว พวกเขาต้องการหมอหลิน... ต้องการคุณหมอหลินฟางเซียนไปช่วยด่วนที่สุดครับ!”
เสียงตะโกนอย่างร้อนรนของเจ้าหน้าที่หนุ่มประจำหมู่บ้าน ทำให้หัวใจของฟางเซียนกระตุกวูบ โรคปริศนาในยุค 70 กลางเหมันตฤดูเช่นนี้ มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นโรคติดต่อร้ายแรงหรือพิษจากสารเคมีบางชนิด!
เจียงเฉิงหันขวับกลับมามองภรรยา สีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นในทันที ดวงตาคมกริบฉายแววความเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนกกับข่าวร้ายนั้น เสียงฝีเท้าหนัก ๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยก็ดังขึ้นจากมุมมืดนอกรั้วบ้าน
“หึ! อยากอวดเก่งนักไม่ใช่เหรอ คราวนี้แหละ ต่อให้เป็นหมอเทวดามาจากไหน ก็ไม่มีทางรักษาโรค ‘คำสาปตระกูลซุน’ หายหรอก เตรียมตัวรับใช้กรรมที่เธอทำไว้กับแม่ฉันได้เลย หลินฟางเซียน!”
เสียงแหลมเล็กที่เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายของซุนหลาน น้องสาวสามีที่หายหน้าไปหลายวันดังแทรกขึ้นมา ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่ยืนอยู่ ณ ที่นั้น!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70" เสมอมานะคะ
คุณหมอทะลุมิติ: ซุปตาร์ย้อนยุคขอหย่าแล้วไปรวย•ตอนที่ 19
ซ่อมบ้านรับหน้าหนาว
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอทะลุมิติ: ซุปตาร์ย้อนยุคขอหย่าแล้วไปรวย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!