เซียนหนุ่มผู้ถูกทอดทิ้ง : ขอโทษที พอดีผมทะลวงปราณแซงหน้าพวกคุณไปแล้ว•ตอนที่ 13

เมืองแห่งการค้าลับ

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
กลิ่นอายคาวเลือดและควันกำยานราคาถูกคละคลุ้งไปทั่วตรอกซอกซอยมืดทึบเบื้องล่าง ความกดดันจากค่ายกลอำพรางระดับสี่แผ่ซ่านปกคลุมทอดตัวยาวเหยียดราวกับเงาอสูรที่อ้าปากรอเขมือบผู้มาเยือน ที่นี่คือ "ตลาดมืดหลงอวิ๋น" หัวใจแห่งการค้าลับที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ของสำนักใหญ่ มีเพียงกฎแห่งผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่ถูกบัญญัติไว้ด้วยหยาดเลือดและศิลาปราณ เยี่ยเฟิงก้าวเดินผ่านม่านพลังโปร่งใสที่สั่นกระเพื่อมราวกับผิวหนองน้ำยามต้องลม ร่างโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทกลมกลืนไปกับความมืดมิด ใบหน้าคมคายราบเรียบดุจน้ำในบึงลึก ทว่าดวงตาดำขลับคู่นั้นกลับสะท้อนประกายกระบี่เยือกเย็นที่พร้อมจะปลิดชีพสรรพชีวิตได้ทุกเมื่อ ด้านข้างของเขามีร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ทว่าคลุมทับด้วยผ้าคลุมหน้าอำพรางตัวตน—มู่หรงเซียน ศิษย์พี่หญิงผู้สูงส่งแห่งยอดเขาเทียนเจี้ยน บัดนี้ลมหายใจของนางแผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ความตึงเครียดฉายชัดผ่านเรียวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "ระวังตัวด้วย ที่นี่ไม่ได้มีเพียงแค่พวกค้าของเถื่อน แต่มีผู้อาวุธจากพรรคมารและผู้หลบหนีคดีจากสี่แคว้นใหญ่ปะปนอยู่ไม่น้อย" เสียงหวานเย็นเยียบของมู่หรงเซียนกระซิบผ่านกระแสจิตมายังหูของเยี่ยเฟิง นางสัมผัสได้ถึงจิตสังหารนับไม่ถ้วนที่พุ่งตรงมายังพวกเขาทันทีที่ก้าวเท้าเหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตนี้ เยี่ยเฟิงเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันบางเบา ไม่แม้แต่จะหันไปมองสตรีข้างกาย "ต่อให้พวกมันไม่ใช่แค่โจรปลายแถว แต่เป็นราชันย์โลหิตที่หลับใหลมานับร้อยปี... หากขวางทางขวา ข้าก็แค่ผ่าพวกมันออกเป็นสองซีกก็เท่านั้น" น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ทว่าเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่สั่นคลอนจิตวิญญาณของผู้ฟังได้อย่างประหลาด มู่หรงเซียนชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ความรู้สึกอุ่นซ่านแล่นพล่านขึ้นมาท่ามกลางความหนาวเหน็บของยุทธภพ สตรีสูงศักดิ์อย่างนางผู้ไม่เคยพึ่งพาผู้ใด กลับพบว่าแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้นี้ช่างเป็นที่พักพิงที่มั่นคงเสียยิ่งกว่ายอดเขาที่นางฝึกตนมาทั้งชีวิต ทั้งสองเดินลึกเข้าไปในตลาดมืด แผงลอยสองข้างทางเต็มไปด้วยสมุนไพรวิญญาณระดับสูงที่หาได้ยากยิ่ง ศิลาจารึกเคล็ดวิชาโบราณที่เปื้อนคราบเลือด และชิ้นส่วนอสูรบรรพกาลที่ยังคงส่งไอสังหารระอุออกมา ทว่าไม่มีสิ่งใดดึงดูดสายตาของเยี่ยเฟิงได้เลย จนกระทั่งพวกเขาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าแผงค้าโทรมๆ แห่งหนึ่ง ที่มีชายชราตาบอดคนหนึ่งนั่งกอดกระบี่ขึ้นสนิมเล่มหนึ่งไว้แนบอก "ท่านต้องการสิ่งใด" เสียงแหบแห้งรากไม้เสียดสีกันดังขึ้นจากชายชราตาบอด โดยที่เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำ เยี่ยเฟิงกวาดตามองกระบี่ขึ้นสนิมเล่มนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปแตะที่ปลายฝักกระบี่เบาๆ พลังปราณลึกลับสายหนึ่งไหลเวียนเข้าสู่ตัวกระบี่ทันที พริบตานั้น สนิมที่เกรอะกรังก็เริ่มร่วงกราวลงมา เผยให้เห็นเนื้อโลหะสีนิลกาฬที่สลักลวดลายอักขระดาราโบราณประกายแสงสีฟ้าจางๆ ออกมา "กระบี่กลืนดารา... ไม่นึกเลยว่าของล้ำค่าระดับนี้จะตกมาอยู่ในมือของขอทานตาบอด" เยี่ยเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชมแกมเยาะหยัน ชายชราตาบอดสะดุ้งเฮือก รอยยิ้มเหี่ยวย่นปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ตาแก่เช่นข้าไม่มีปัญญาปลุกพลังของมันหรอก หากคุณชายต้องการ... ราคาของมันไม่ใช่ศิลาวิญญาณ แต่คือ 'ชีวิต' ของคนที่กำลังสะกดรอยตามท่านมาในรัศมีสามร้อยเมตรนี้" สิ้นเสียงของชายชรา บรรยากาศรอบด้านก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ! *ตูม!* เสาพลังปราณสีเลือดพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรี แรงกดดันระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ซ่ายกดทับลงมาจนผู้คนในตลาดมืดต่างพากันแตกตื่นถอยร่น ร่างของชายชุดดำนับสิบคนปรากฏตัวขึ้นบนหลังคารอบทิศทาง ทุกคนล้วนถือครองอาวุธวิญญาณระดับสูงและมีดวงตาสงตร้ายกาจ "เยี่ยเฟิง! วันนี้คือวันตายของเจ้า!" เสียงคำรามดังก้องด้วยความแค้นเคืองจากเงาร่างหนึ่งที่ยืนอยู่บนยอดเสาธง หญิงสาวในชุดอาภรณ์ปักลายหงส์เพลิงปรากฏกายขึ้น นางคือ 'ลี่อินอิน' ศิษย์น้องเอกแห่งสำนักกระบี่อัคคี ผู้มีความแค้นฝังลึกกับเยี่ยเฟิงจากการประลองครั้งก่อน มู่หรงเซียนก้าวขึ้นมาขนาบข้างเยี่ยเฟิงทันที กระบี่ในมือของนางเปล่งประกายแสงสีขาวเจิดจ้า ความเย็นเยือกแผ่ขยายออกไปจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ดวงตาสีคู่นั้นเย็นชาไร้ปรานี "พวกสุนัขรับใช้ที่ยังไม่รู้จักจำ... ดูท่าข้าคงต้องออกแรงสั่งสอนพวกมันเสียหน่อยแล้ว" เยี่ยเฟิงยกมือขึ้นห้ามมู่หรงเซียนเบาๆ เขาก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงสง่าทอดเงาทับร่างของเหล่าศัตรูเบื้องล่างทั้งหมด ดวงตาดำขลับกวาดมองลี่อินอินด้วยแววตาราวกับกำลังมองมดปลวกไร้ค่า "เจ้าคิดว่าพาคนมานับร้อย จะเปลี่ยนผลลัพธ์ได้งั้นหรือ?" เยี่ยเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกจากร่างของเขาทันที แรงกดดันระดับสะท้านฟ้าดินกดทับจนพื้นศิลาเบื้องล่างแตกละเอียดเป็นจุล มือเรียวยาวเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่กลืนดาราที่เพิ่งได้มาใหม่ ปลายกระบี่ชี้ตรงไปที่ลี่อินอินอย่างไม่เกรงกลัว ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมาด้วยความหวาดผวา และก่อนที่คมกระบี่จะถูกชักออกจากฝักเพื่อสังหารหมู่... เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่งก็ร่อนลงมาขวางกั้นระหว่างกลาง พร้อมกับโยนป้ายคำสั่งหยกโบราณที่สลักตราสัญลักษณ์ต้องห้ามตกลงแทบเท้าของเยี่ยเฟิง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ช้าก่อน! นายท่าน... คนผู้นี้เป็นคนของวังหลวง หากท่านฆ่านาง แผ่นดินนี้จะไม่เหลือที่ให้ท่านยืนอีกต่อไป!" เยี่ยเฟิงหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง... แล้วขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันลิขิตสวรรค์ไปกับตัวละครของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ถูกทอดทิ้ง : ขอโทษที พอดีผมทะลวงปราณแซงหน้าพวกคุณไปแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%