เซียนหนุ่มผู้ถูกทอดทิ้ง : ขอโทษที พอดีผมทะลวงปราณแซงหน้าพวกคุณไปแล้ว•ตอนที่ 16

เล่ห์เหลี่ยมแดนยุทธภพ

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งเช่นนี้... เจ้าคิดว่ามันคือกลิ่นของความตาย หรือกลิ่นของกับดักที่เขาวางไว้รอเรากันแน่?" เสียงของเยี่ยเฟิงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นดุจภูผาที่กดทับลงบนอากาศรอบข้าง เขาไม่ได้หันไปมองมู่หรงเซียนที่ยืนเคียงข้าง แต่ดวงตาคมกริบดุจกระบี่หิมะกลับจับจ้องไปที่เงาดำเบื้องหน้า ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในความมืดมิดของหุบเขาไร้ชื่อแห่งนี้ มู่หรงเซียนกระชับกระบี่ในมือแน่น ไอเย็นเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างของนางจนหยาดน้ำค้างบนใบไม้รอบข้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง "ไม่ว่ามันจะเป็นสิ่งใด ในเมื่อเราก้าวเข้ามาแล้ว ย่อมไม่มีทางให้ถอยกลับ เยี่ยเฟิง... เจ้าสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของมิติหรือไม่? มันไม่ได้มาจากที่นี่ แต่มันมาจาก 'เบื้องบน' ที่เจ้าเคยกล่าวถึง" เยี่ยเฟิงแค่นยิ้ม มุมปากของเขายกขึ้นเพียงเล็กน้อย ทว่าแววตากลับว่างเปล่าราวกับหลุมศพที่ไร้ก้นบึ้ง "เจ้าฉลาดเกินไป มู่หรงเซียน... บางครั้งความฉลาดก็เป็นดาบสองคมที่เชือดเฉือนตัวเจ้าเอง" ยังไม่ทันสิ้นคำพูด กลิ่นอายมารอันชั่วร้ายก็พวยพุ่งขึ้นจากพื้นดินรอบทิศทาง อักขระสีโลหิตนับหมื่นตัวปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อตัวเป็นค่ายกลตารางหมากรุกที่ขังพวกเขาไว้ภายใน ทุกเส้นสายของค่ายกลสั่นไหวด้วยพลังที่แปรปรวน มันไม่ใช่พลังของมนุษย์ผู้บำเพ็ญเพียรในยุทธภพนี้ แต่เป็นพลังแห่งแดนทุรกันดารที่สาบสูญ "ค่ายกลพันธนาการโลหิตมืด..." มู่หรงเซียนพึมพำ ใบหน้าเย็นชาเริ่มซีดเผือดเล็กน้อย "พวกมันเตรียมการมาดีนัก นี่มิใช่กับดักธรรมดา แต่มันคือการปิดผนึกสวรรค์!" "ปิดผนึกสวรรค์หรือ? หึ... สวรรค์ที่ไร้ความยุติธรรม ก็สมควรถูกทำลายตั้งแต่วันนี้" เยี่ยเฟิงก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยเท้าที่เขาเหยียบลงบนพื้นดินก่อให้เกิดคลื่นพลังปราณรุนแรง จนพื้นดินที่รายล้อมด้วยค่ายกลถึงกับแตกร้าว ทันใดนั้น เสียงหัวเราะแหบพร่าดุจเสียงกระดูกกระทบกันก็ดังขึ้นจากเงามืด "มหาเทพผู้ร่วงหล่น... เจ้าช่างอวดดียิ่งนัก คิดหรือว่าในร่างมนุษย์ที่เปราะบางเช่นนี้ เจ้าจะต้านทาน 'อาคันตุกะ' จากเบื้องบนได้?" ร่างของชายชุดดำปรากฏกายขึ้นบนยอดชะง่อนผา ดวงตาของมันเป็นสีม่วงคล้ำไร้ตาดำ ใบหน้าซีกหนึ่งมีรอยแผลเป็นที่ไหลเวียนไปด้วยไอพิษสีดำสนิท มันคือขุนพลจากสำนักมารทมิฬที่หายสาบสูญไปนานนับร้อยปี "เยี่ยเฟิง..." มู่หรงเซียนกระซิบเรียก "ระวังตัวด้วย พลังของมันไม่ใช่ระดับที่ศิษย์ทั่วไปจะรับมือได้" เยี่ยเฟิงไม่ตอบโต้ เขาเพียงชักกระบี่ออกจากฝักช้าๆ เสียงโลหะกระทบฝักกระบี่ดังกังวานก้องไปทั่วหุบเขา คล้ายเสียงคำรามของมังกรที่ตื่นจากการหลับใหล ไอสังหารพุ่งทะลุทะลวงค่ายกลจนอักขระโลหิตสั่นสะเทือน "ข้าเคยบอกเจ้าไปแล้วไม่ใช่หรือ ว่าในสายตาของข้า ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนเป็นเพียงธุลี" "โอหัง!" ขุนพลมารคำราม พลันสะบัดมือเรียกอาวุธรูปร่างประหลาดคล้ายกรงเล็บกระดูกพุ่งเข้าใส่ร่างของเยี่ยเฟิงด้วยความเร็วที่ตาเปล่าไม่อาจมองทัน ทว่าเยี่ยเฟิงกลับยืนนิ่ง... นิ่งเสียจนราวกับเขากลายเป็นรูปปั้นหิน ทว่าในวินาทีที่กรงเล็บนั้นจะสัมผัสเข้ากับลำคอ เขากลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และปรากฏตัวขึ้นข้างหลังร่างขุนพลมารในชั่วพริบตาเดียว! "ความเร็วของเจ้า... ช้าเกินไป" คมกระบี่จ่ออยู่ที่ลำคอของขุนพลมาร ทว่าทันใดนั้น เยี่ยเฟิงก็ชะงัก สายตาเขามองไปที่ฝ่ามือของขุนพลมารที่กำลังบีบผลึกแก้วสีดำสนิทเอาไว้ แรงดันมหาศาลจากผลึกนั้นเริ่มบิดเบือนมิติรอบข้าง "เจ้าเข้าใจผิดแล้ว เยี่ยเฟิง..." ขุนพลมารแสยะยิ้ม เลือดสีดำไหลออกมาจากมุมปาก "นี่ไม่ใช่กับดักเพื่อสังหารเจ้า แต่มันคือประตู... ประตูที่จะเปิดต้อนรับ 'ท่านผู้นั้น' ลงมาสู่ยุทธภพนี้อย่างสมบูรณ์!" สิ้นเสียงของมัน ท้องฟ้าเหนือหุบเขาก็ฉีกขาดออกเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ เผยให้เห็นห้วงอวกาศที่มืดมิดและเต็มไปด้วยพายุสายฟ้าสีคราม ร่างเงาขนาดมหึมาที่แฝงไปด้วยแรงกดดันระดับเทพเซียนค่อยๆ ก้าวผ่านรอยแยกมิตินั้นลงมา มู่หรงเซียนเบิกตากว้าง ร่างกายของนางสั่นสะท้านด้วยแรงกดดันมหาศาลจนแทบทรุดเข่าลง "นั่นมัน... พลังระดับที่เหนือกว่าขอบเขตราชันเซียน! เยี่ยเฟิง... เราถูกหลอกให้เปิดประตูให้พวกมัน!" เยี่ยเฟิงเงยหน้าขึ้นมองร่างเงานั้น แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความดุร้ายที่เปี่ยมไปด้วยจิตสังหารที่แท้จริง เขาไม่ได้กลัวเกรงแม้แต่น้อย กลับกัน... เขากลับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง "ดี... ดีมาก! ในที่สุด ข้าก็ได้เจอกับศัตรูที่คู่ควรกับการได้เห็นวิชากระบี่สวรรค์ของข้าอีกครั้ง!" เขากระชับกระบี่แน่น ประกายแสงสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นรอบตัวจนท้องฟ้าที่มืดมิดกลับกลายเป็นสีทองเจิดจ้า แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะฟาดฟันกระบี่ออกไปนั้น เงาร่างนั้นกลับยื่นมือลงมา คว้าลำคอของมู่หรงเซียนขึ้นไปสู่ฟ้าในชั่วพริบตา! "เยี่ยเฟิง... หากเจ้าก้าวตามมา ข้าจะบดขยี้สตรีผู้นี้ให้กลายเป็นเถ้าถ่านต่อหน้าเจ้า!" เสียงที่ก้องกังวานดุจฟ้าร้องทำลายโสตประสาทของทุกสรรพสิ่ง เยี่ยเฟิงชะงักงัน กระบี่ในมือสั่นสะท้านด้วยพลังปราณที่อัดอั้นจนเกือบจะแตกสลาย... เขามองดูร่างของมู่หรงเซียนที่กำลังถูกลากหายเข้าไปในรอยแยกมิติ ท่ามกลางเสียงหัวเราะเย้ยหยันของขุนพลมารที่ค่อยๆ สลายกลายเป็นผุยผงไป กระบี่ถูกยกขึ้นชี้ไปที่รอยแยกมิติที่กำลังจะปิดสนิท ทว่าสายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นบางอย่าง... อักขระลับที่ถูกสลักไว้บนฝ่ามือของขุนพลมารก่อนตาย มันคือสัญลักษณ์ของการทรยศจากภายในสำนักที่เขาเคยไว้วางใจที่สุด! นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของสำนักมาร... แต่มันคือแผนการล้างบางเขาจากผู้ที่เขาเคยเรียกขานว่า "สหาย"! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคมกระบี่และหยาดเลือดไปกับชิงเสวี่ยเหมันต์ในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ถูกทอดทิ้ง : ขอโทษที พอดีผมทะลวงปราณแซงหน้าพวกคุณไปแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%