เสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังระคนกับเสียงคำรามของสายฟ้าเหนือลานพิธีตระกูลเยี่ย ราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณอาฆาตในขุมนรกโลกันตร์
"ฮ่าๆๆ! เยี่ยเฟิง! เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการก้าวเท้ากลับมายังตระกูลสายหลักด้วยสภาพไร้ค่าเช่นนี้ จะทำให้พวกเราไว้หน้าเจ้า? มดปลวกเช่นเจ้า ต่อให้คุกเข่าโขกศีรษะจนเลือดอาบ ก็ไม่มีวันล้างมลทินให้มารดาผู้ให้กำเนิดที่เป็นเพียงหญิงต่ำต้อยคนนั้นได้หรอก!"
ผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลเยี่ยแผดเสียงหัวเราะลั่น ดวงตาคู่ฝ้าฟางฉายแววเหยียดหยามถึงขีดสุด ขณะกวาดสายตามองร่างระหงของเด็กหนุ่มที่ยืนตระหง่านท่ามกลางแรงกดดันนับร้อยสาย รอบกายของเยี่ยเฟิงในยามนี้ เต็มไปด้วยรอยฉีกขาดของอาภรณ์และคราบโลหิตจางๆ อันเกิดจากการทดสอบพลังปราณกดดันที่พวกมันร่วมมือกันจัดฉากขึ้นเพื่อเหยียบย่ำเขาให้จมดิน
ทว่า... ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว หรือแม้แต่ความเจ็บปวดปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาดั่งหยกสลักนั้นเลยแม้แต่น้อย
เยี่ยเฟิงเพียงแค่ปรายตามองชายแก่ตรงหน้า ราวกับกำลังมองดูสุนัขข้างถนนที่กำลังเห่าหอนใส่ความว่างเปล่า นัยน์ตาคู่คมกริบดุจดั่งห้วงน้ำแข็งหมื่นปีคู่นั้นสะท้อนภาพความน่าสมเพชของเครือญาติสายเลือดเดียวกัน ที่บัดนี้จิตใจเน่าเฟะยิ่งกว่าศากลางกองเพลิง
"เห่าจบแล้วหรือยัง?"
น้ำเสียงนุ่มทุบทว่าเย็นยะเยือกจนคนฟังต้องสะท้านเฮือก เยี่ยเฟิงค่อยๆ ยกมือขึ้นปัดฝุ่นตามไหล่ออกอย่างไม่ี่ใส่ใจ ราวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงแค่ละอองฝุ่นที่ปลิวมาติดอาภรณ์ "ตระกูลเยี่ย... สถานที่ที่ครั้งหนึ่งข้าเคยคิดว่ามีความผูกพันหลงเหลืออยู่บ้าง แต่บัดนี้ ข้ากลับพบเพียงฝูงสุนัขบ้าที่แย่งชิงเศษเนื้อเน่าๆ ด้วยความหิวกระหาย"
"สามหาว!"
เยี่ยฉางเฟิง บุตรชายของผู้อาวุโสใหญ่ผู้กุมตำแหน่งอัจฉริยะอันดับหนึ่งรุ่นเยาว์ของตระกูล ทนความหยิ่งผยองนี้ไม่ไหว พุ่งทะยานออกมาร่างพร่ามัวด้วยวิชาตัวเบาขั้นสูง พลังปราณขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่เก้าพรั่งพรูออกมาจากร่างราวกับคลื่นพายุหมุน ดาบยาวในมือวาบแสงประกายสีครามพร้อมปลิดชีพ "ไอ้สวะ! วันนี้ข้าจะตัดลิ้นระยำๆ ของเจ้าเสีย!"
*เปรี้ยง!*
เสียงกระบี่กระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว แต่ทว่า... ไม่มีใครมองทันแม้แต่เงาว่าเยี่ยเฟิงชักกระบี่ออกจากฝักตั้งแต่เมื่อใด!
ประกายแสงสีเงินยวดยิ่งกว่าแสงจันทร์ในคืนเหมันต์วาดผ่านอากาศเพียงเสี้ยววินาที แรงกดดันมหาศาลระดับที่ทำเอาแผ่นหินปูพื้นลานพิธีแตกร้าวเป็นทางยาวแผ่พุ่งออกมาราวกับมังกรคำราม
*อ๊ากกก—!*
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่น เยี่ยฉางเฟิงที่มั่นใจนักหนาว่าตนเองคือผู้ไร้เทียมทานในรุ่นราวคราวเดียวกัน กลับพบว่าแขนขวาที่ถือดาบของตนได้หลุดกระเด็นลอยเคว้งกลางอากาศ พร้อมกับโลหิตสีแดงฉานที่สาดกระเซ็นราวกับสายฝนโปรยปราย! ร่างของเขาปลิวราวกับใบไม้หลุดจากขั้ว กระแทกเข้ากับเสาหินมังกรแกะสลักจนหักโค่นลงมาทับร่าง ปิดฉากความเย่อหยิ่งทระนงลงในชั่วพริบตาเดียว!
ความเงียบงันราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมลานพิธีในทันที บรรดาผู้อาวุโสและศิษย์สายตรงนับร้อยชีวิตต่างอ้าปากค้าง ดวงเบิกfกว้างจนแทบถล่นออกมานอกเบ้า หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความหวาดกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาจับขั้วหัวใจ
*เมื่อครู่นี้... มันเกิดอะไรขึ้น?*
เยี่ยฉางเฟิงผู้มีพลังหลอมรวมลมปราณขั้นเก้า... พ่ายแพ้แก่ขยะที่ถูกระบุว่าเส้นชีพจรลมปราณพิการผู้นี้... ภายในกระบวนท่าเดียวเท่านั้นหรือ?!
ในวินาทีแห่งความตื่นตระหนกนั้นเอง ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายเมฆาเหมันต์ก็ก้าวล่วงเข้ามาในเขตลานพิธีอย่างเงียบเชียบ มู่หรงเซียน ศิษย์พี่หญิงผู้เย็นชาและงดงามล่มเมืองแห่งสำนักกระบี่สวรรค์ นางกวาดสายตาคมปลาบดุจกระบี่เยือกแข็งมองไปยังบรรดาผู้อワุโสตระกูลเยี่ยที่ตัวสั่นเทาด้วยความตื่นกลัว รัศมีพลังปราณขอบเขตกำเนิดวิญญาณอันยิ่งใหญ่กดทับลงมาจนทุกคนแทบทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น
"พวกเจ้า... ช่างกล้ายิ่งนัก"
น้ำเสียงของมู่หรงเซียนหวานหยาดเยิ้มทว่ากลับเย็นยะเยือกเสียจนกระดูกสันหลังของผู้คนเยือกแข็ง นางเดินเคียงข้างเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเยี่ยเฟิง ปลายกระบี่ในมือส่งเสียงร้องคำรามเบาๆ ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ "สามีของข้า... เป็นบุคคลที่แม้แต่เงาของสวรรค์ยังไม่กล้าทาบทับแตะต้อง แล้วพวกเจ้าเป็นสิ่งมีชีวิตน่ารังเกียจอันใด ถึงบังอาจมาท้าทายเขา?"
*สามี...?*
คำพูดนี้ดั่งสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมของผู้อาวุโสใหญ่และทุกคนในตระกูลเยี่ย! ศิษย์พี่หญิงผู้สูงส่ง เย็นชา และเป็นถึงความหวังของสำนักกระบี่สวรรค์ ผู้นี้... ประกาศตัวว่าเป็นภรรยาของเยี่ยเฟิงอย่างโจ่งแจ้งแล้วหรือ?!
"เซียนเอ๋อร์... เจ้า... เจ้าพูดเหลวไหลอะไรกัน!" ผู้อาวุโสใหญ่หน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก ละล่ำละลักกล่าวด้วยความหวาดหวั่น "น... นาฃขยะนี่มันเป็นเพียง...!"
"หุบปากเน่าๆ ของเจ้าเสีย!"
เยี่ยเฟิงก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แรงกดดันมหาศาลที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของเขาในยามนี้ทะยานทะลวงผ่านขอบเขตเดิมอย่างไร้ขีดจำกัด คลื่นพลังปราณสีทองอร่ามผสมผสานกับจิตสังหารอันเข้มข้นระเบิดออกเป็นวงกว้าง ท้องนภารอบด้านแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท สายฟ้าสีครามคำรามกึกก้องราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย
ขอบเขตปราณแท้จริง! ไม่ส... มันก้าวข้ามไปถึงขอบเขตผสานดาราแล้ว!
เด็กหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าทอดทิ้งและไร้ค่า บัดนี้กลับยืนอยู่จุดสูงสุดที่คนตระกูลเยี่ยทั้งชีวิตก็ไม่มีวันเอื้อมถึง!
"พวกเจ้าอยากเห็นพลังที่แท้จริงของตระกูลเยี่ยที่ไม่สมควรมีอยู่บนโลกใบนี้ใช่หรือไม่?"
เยี่ยเฟิงแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกด้วยรอยยิ้มที่งดงามทว่าเหี้ยมเกรียมถึงขีดสุด มือเรียวยาวเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ที่ข้างเอว พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังชัดเจนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคน
"เช่นนั้น... ข้าจะใช้กระบี่เดียวนี้... ล้างบางพวกเจ้าให้สิ้นซาก!"
ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่สีเงินกำลังจะถูกชักออกจากฝักเพื่อสะบั้นลมหายใจของคนทั้งตระกูล ท้องฟ้าเบื้องบนกลับฉีกขาดออกเป็นทางยาวด้วยเสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัว!
มิติเบื้องหน้าของลานพิธีบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ละอองหมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งออกมาพร้อมกับกลิ่นอายโลหิตที่เหม็นเน่า และเงาร่างของบุคคลลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่ง ที่ก้าวเท้าออกมาจากรอยแยกมิติด้วยรอยยิ้มอันชวนขนพองสยองเกล้า...
"ช้าก่อน... เยี่ยเฟิง เจ้าคิดว่าจะจัดการปัญหาของครอบครัวเสร็จง่ายดายเช่นนั้นเชียวหรือ? หึหึ... สหายเก่า... เจ้าจำหนี้เลือดเมื่อร้อยปีก่อนไม่ได้แล้วกระมัง?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันหนเหน็บและคมกระบี่นี้ไปกับชิงเสวี่ยเหมันต์ในตอนนี้นะคะ
เซียนหนุ่มผู้ถูกทอดทิ้ง : ขอโทษที พอดีผมทะลวงปราณแซงหน้าพวกคุณไปแล้ว•ตอนที่ 20
ตบหน้าบรรดาญาติใจทราม
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ถูกทอดทิ้ง : ขอโทษที พอดีผมทะลวงปราณแซงหน้าพวกคุณไปแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!