เซียนหนุ่มผู้ถูกทอดทิ้ง : ขอโทษที พอดีผมทะลวงปราณแซงหน้าพวกคุณไปแล้ว•ตอนที่ 19

หวนคืนตระกูลเก่า

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"เสียงกระดูกที่หักสะบั้นนั้น... ช่างไพเราะกว่าเสียงกู่เจิงที่พวกเจ้าหลงใหลนัก" เยี่ยเฟิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ท่ามกลางซากปรักหักพังของประตูใหญ่ตระกูลเยี่ยที่ครั้งหนึ่งเคยขับไล่เขาประดุจสุนัขจรจัด ไอสังหารสีเลือดแผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายหนุ่มจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น ความเย็นยะเยือกนั้นมิใช่จากสายลม หากมาจากจิตวิญญาณที่ผ่านการเข่นฆ่ามานับหมื่นปี เบื้องหน้าของเขาคือผู้อาวุโสสามที่กำลังกระอักเลือดกองโตอยู่บนพื้นแผ่นหิน ผู้อาวุโสผู้เคยตัดสินชะตาชีวิตเขาด้วยคำพูดเพียงคำเดียวในวันนั้น บัดนี้ใบหน้าชราภาพกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนบิดเบี้ยว "เจ้า... เจ้ามันปีศาจ! เยี่ยเฟิง! เจ้ากล้าทำลายตระกูลตนเองเชียวหรือ!" ผู้อาวุโสสามแผดเสียงก้องด้วยความแค้นปนตระหนก เยี่ยเฟิงก้าวเดินเข้าไปช้าๆ เสียงฝีเท้าที่เหยียบลงบนเศษกระเบื้องดัง 'กร็อบ' กังวานดุจเสียงพิพากษาจากนรก "ตระกูล? เจ้าเรียกสถานที่ที่ไร้ซึ่งเกียรติและเมตตาธรรมแห่งนี้ว่าตระกูลหรือ? วันที่ข้าถูกขับไล่... วันที่ข้าต้องคลานผ่านกองหิมะเพื่อรักษาลมหายใจอันริบหรี่... พวกเจ้าเคยเห็นข้าเป็นคนในตระกูลบ้างหรือไม่?" สายตาของเขาตวัดขึ้นมองไปยังระเบียงสูงที่บรรดาผู้อาวุโสและเหล่าศิษย์ในตระกูลกำลังยืนสั่นสะท้าน มู่หรงเซียนยืนอยู่อีกฝั่งของลานกว้าง อาภรณ์สีขาวดุจหิมะของนางพลิ้วไหวตามแรงกดดันจากพลังปราณที่เยี่ยเฟิงปล่อยออกมา นางไม่ได้ขยับเข้าไปขัดขวาง แต่ดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปีกลับทอประกายซับซ้อนอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็น "เยี่ยเฟิง... พอได้แล้ว" มู่หรงเซียนเอ่ยขึ้น เสียงของนางเบาหวิวแต่กลับดึงดูดสายตาทุกคู่ "หากเจ้าสังหารพวกเขาทั้งหมด ลิขิตสวรรค์จะหันคมดาบเข้าหาเจ้าแทน" เยี่ยเฟิงชะงักฝีเท้าเล็กน้อย เขาหันไปสบตานาง แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาดุดันดังเดิม "สวรรค์? สำหรับข้า สวรรค์คือสิ่งที่ต้องถูกเหยียบย่ำเมื่อมันริเริ่มจะกดขี่ข้า" เขาเบนความสนใจกลับไปยังชายชราเบื้องหน้า ยกกระบี่คู่กายขึ้นชี้ไปยังลำคอที่สั่นเทา "วันนี้ข้าไม่ได้มาเพื่อล้างบาง ข้ามาเพื่อ 'คืน' สิ่งที่พวกเจ้าเคยมอบให้ข้าเมื่อสามปีก่อน ความอัปยศ ความเจ็บปวด และคำสาปแช่ง... ข้าจะส่งคืนมันให้ครบทุกส่วน!" ทันใดนั้น ผืนดินใต้ฝ่าเท้าของเยี่ยเฟิงก็สั่นสะเทือน อักขระเวทสีทองสว่างวาบขึ้นจากพื้นดินรอบอาณาเขตตระกูลเยี่ย นี่คือ 'ค่ายกลปิดตายมรณะ' ที่เขาซุ่มวางเอาไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่ตระกูล เหล่าผู้อาวุโสที่เคยเย่อหยิ่งต่างหน้าถอดสีเมื่อพบว่าพลังปราณของตนเองถูกปิดกั้นอย่างสิ้นเชิง "เจ้า... เจ้าวางค่ายกลไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่!" ผู้อาวุโสใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดตะโกนก้อง "ตั้งแต่วินาทีที่ข้าตัดสินใจว่า ตระกูลเยี่ยต้องหายไปจากยุทธภพนี้เพื่อสังเวยแก่ความแค้นของข้า" เยี่ยเฟิงสะบัดข้อมือหนึ่งครั้ง คมกระบี่ฟาดฟันออกไปเป็นเส้นสายสีเงินยวบยาบราวกับจันทร์เสี้ยวที่กรีดลึกผ่านมิติ พลังปราณที่รุนแรงจนน่าเกรงขามพุ่งเข้าถล่มศาลาบรรพชนจนพังทลายเป็นผุยผง นี่ไม่ใช่การต่อสู้ แต่มันคือการประกาศศักดาว่าอดีตเด็กหนุ่มที่พวกเขาทอดทิ้ง บัดนี้ได้กลายเป็นมหาเทพผู้ไร้เทียมทานที่แม้แต่สวรรค์ยังต้องก้มหัวให้ ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะสังหารผู้อาวุโสสามให้สิ้นชีพ กลิ่นอายสังหารที่รุนแรงกว่าเดิมนับร้อยเท่าก็พุ่งทะยานมาจากทางทิศตะวันออก ม่านหมอกสีดำมืดมิดปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าเหนือตระกูลเยี่ยทันที มู่หรงเซียนเบิกตากว้าง นางรีบพุ่งตัวเข้ามาขวางหน้าเยี่ยเฟิง "ถอยไป! นั่นไม่ใช่คนของตระกูลเยี่ย... มันคือกลิ่นอายจาก 'แดนต้องห้ามเก้าทมิฬ'!" เยี่ยเฟิงขมวดคิ้วแน่น เขาสัมผัสได้ถึงบุคคลลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวเดินออกมาจากมิติที่บิดเบี้ยว รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าของบุรุษผู้นั้น พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเสียงกรีดร้องของวิญญาณ "เยี่ยเฟิง... ช่างเป็นฉากทัศน์ที่น่าดูชมจริงๆ ที่เจ้าทำลายตระกูลตนเอง... แต่น่าเสียดายที่ 'ของ' ที่เราตามหา ดันอยู่ในร่างของเจ้าเสียได้" ปลายกระบี่ของเยี่ยเฟิงสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ความแค้นของเขากลายเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานของผู้อยู่เบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นเสียแล้ว ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคมกระบี่และหยาดเลือดไปกับชิงเสวี่ยเหมันต์ในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ถูกทอดทิ้ง : ขอโทษที พอดีผมทะลวงปราณแซงหน้าพวกคุณไปแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%