โลหิตสีชาดหยดลงกระทบพื้นศิลาเย็นเฉียบ...
"เด็กน้อย... เจ้าบังอาจนักที่กล้าลบหลู่กฎเหล็กแห่งสำนักสวรรค์!"
เสียงคำรามกึกก้องราสายัณห์พิโรธสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเยี่ยเฟิง แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณแผ่ซ่านกดทับจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น แต่นัยน์ตาคู่คมกริบของเด็กหนุ่มกลับปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงประกายแสงสีเงินยวดยิ่งที่เยียบเย็นดุจน้ำแข็งพันปี สะท้อนภาพเงาของผู้อาวุโสผู้เปี่ยมด้วยอำนาจที่กำลังก้าวเข้ามาหาเขาด้วยจิตสังหารเปี่ยมล้น
เยี่ยเฟิงแค่นเสียงหัวroาะในลำคอ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่แยแส
กฎเหล็กอันใด? ในสายตาของมหาเทพผู้เคยเหยียบย่ำดาราและคว้าตะวันจันทรา กฎของสำนักสวรรค์เป็นเพียงเศษกระดาษชิ้นหนึ่งที่ฉีกขาดได้ด้วยกระบี่เดียวเท่านั้น
"กฎรึ?" เยี่ยเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจกดดันที่ทำให้ผู้ฟังถึงกับหัวใจกระตุกวูบ "ในสายตาข้า มีเพียงวิถีแห่งฟ้าดินและคมกระบี่ในมือ... สุนัขรับใช้เช่นเจ้า มีสิทธิ์อันใดมากล่าวคำว่ากฎกับข้า?"
สิ้นคำพูด ร่างกายของเยี่ยเฟิงก็พลุ่งพล่านไปด้วยกระแสลมปราณสีทองอร่ามผสมผสานกับอัสนีสีคราม ความเจ็บปวดจากการถูกพลังงานมหาศาลตีกลับแล่นพล่านไปทั่วทุกเส้นชีพจร แต่มหาเทพหนุ่มกลับกัดฟันกรอด ข่มความเจ็บปวดนั้นไว้ด้วยจิตใจที่แข็งแกร่งดุจหินผา ทะเลปราณในตันtianของเขาเริ่มปั่นป่วนราวมหาสมุทรคลั่ง นี่คือช่วงเวลาความเป็นความตาย—หากก้าวผ่านไม่ได้ เขาจะแหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลี แต่หากก้าวผ่านไปได้... ขอบเขตพลังที่สูญเสียไปจะถูกชำระล้างจนบริสุทธิ์ยิ่งกว่าเดิม!
"เจ้าเด็กสารเลว อยากตายนักใช่ไหม!"
ผู้อาวุโสสำนักสวรรค์บันดาลโทสะ ฝ่ามือปราณตบลงมาหมายปลิดชีพในกระบวนท่าเดียว พลังลมปราณกดทับจนแผ่นศิลาในถ้ำมรณะแตกละเอียดเป็นผุยผง
ในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายนั้นเอง ร่างของสตรีผู้หนึ่งก็พุ่งทะยานเข้ามาดั่งสายเซียน เมฆหมอกสีขาวบริสุทธิ์แผ่ขยายปกป้องร่างของเยี่ยเฟิงเอาไว้ ปลายกระบี่เรียวยาวพุ่งแหวกอากาศเข้าปะทะกับฝ่ามือปราณจนเกิดประกายไฟสว่างวาบไปทั่วถ้ำลึก
"มู่หรงเซียน?" ผู้อาวุโสเบิกตาคว้างด้วยความตกตะลึง "เจ้า... ศิษย์พี่หญิงอันดับหนึ่ง เหตุใดจึงปกป้องสวะผู้นี้!"
มู่หรงเซียนยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเยี่ยเฟิง ใบหน้างดงามล่มเมืองยังคงเรียบเฉยเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง ทว่าแววตาที่มองผู้อาวุโสกลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและรังสีฆ่าฟัน นางไม่ได้เอ่ยอันใด เพียงแต่กระชับกระบี่ในมือแน่นขึ้น ไอเย็นจากเคล็ดวิชาเหมันต์นิรันดร์แผ่ซ่านจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง
"ผู้ใดที่บังอาจแตะต้องเขา... ต้องก้าวผ่านศพของข้าไปก่อน" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวดาบน้ำแข็งเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจใด
เยี่ยเฟิงมองแผ่นหลังบอบบางที่ยืนหยัดปกป้องตนเอง ความรู้สึกแปลกประหลาดสายหนึ่งไหลผ่านก้นบึ้งหัวใจที่ด้านชามานับหมื่นปี ในอดีตเขาเคยชินกับการยืนอยู่บนจุดสูงสุดเพียงลำพัง ไม่เคยมีผู้ใดกล้าหาญพอที่จะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขา แต่วันนี้... สตรีผู้เย่อหยิ่งเย็นชาผู้นี้ กลับยอมหันคมกระบี่เข้าใส่สำนักเพื่อเขา
"เซียนเอ๋อร์..." เยี่ยเฟิงพึมพำแผ่วเบา รอยยิ้มอ่อนโยนที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"หุบปากแล้วโคจรพลังของเจ้าซะ!" มู่หรงเซียนกล่าวเสียงดุโดยไม่หันกลับมามอง หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก แม้ภายนอกนางจะดูสงบนิ่ง แต่การเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสระดับสูงด้วยตัวคนเดียวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาทำให้ลมหายใจของนางเริ่มติดขัด
เยี่ยเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึก ศาสตราวิญญาณในห้วงสำนึกหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง เขาหลับตาลงตัดขาดจากโลกภายนอก ทิ้งให้ภายนอกมีเพียงเสียงปะทะกันของกระบี่และลมปราณอันดุเดือด
*ตูม! ตูม! ตูม!*
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวภายในถ้ำมรณะ มู่หรงเซียนกระอักเลือดคำโตออกมาเมื่อต้องรับมือกับการโจมตีอันรุนแรง แต่อาการบาดเจ็บของนางกลับยิ่งกระตุ้นจิตวิญญาณนักสู้ในตัวเยี่ยเฟิงให้ลุกโชน
*พรวด!*
กระแสลมปราณในร่างเยี่ยเฟิงทะลวงผ่านจุดชีพจรสุดท้ายที่ถูกปิดตาย! พลังงานมหาศาลระเบิดออกรอบตัวจนแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น ท้องฟ้าเหนתถ้ำมรณะที่เคยปลอดโปร่งพลันปรากฏเมฆทัณฑ์สวรรค์สีดำทะมึน สายฟ้าสีม่วงเข้มคำรามกึกก้องราวกับมังกรพิโรธที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสรรพสิ่งให้ดับสูญ
ขอบเขตปราณแท้จริงขั้นที่เก้า... ทะลวงผ่าน!
ไม่เพียงเท่านั้น พลังของเขายังคงทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างไร้ขีดจำกัด ราวกับอ่างเก็บน้ำที่พังทลาย เขื่อนกั้นพลังถูกทำลายลงทีละชั้น ทีละขั้น!
ผู้อาวุโสสำนักสวรรค์หน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง พลังกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของเยี่ยเฟิงในขณะนี้... แม้แต่เจ้าสำนักก็ยังเทียบไม่ติด!
"สัตว์ประหลาด... มันเป็นตัวประหลาดอะไรกัน!" ผู้อาวุโสกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก ถอยหลังกรูดจนล้มลุกคลานคลุก
เยี่ยเฟิงค่อยๆ ลืมตาขึ้น นัยน์ตาทั้งสองข้างข้างหนึ่งเปล่งประกายสีทองอร่าม อีกข้างหนึ่งดำสนิทดุจห้วงอวกาศอันไร้ขอบเขต เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเดินผ่านร่างของมู่หรงเซียนที่กำลังหอบหายใจอย่างอ่อนแรง มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะไหล่บางเบาเพื่อถ่ายเทพลังลมปราณบริสุทธิ์ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บให้นางอย่างอ่อนโยน
"เจ้าทำได้ดีมาก..." เยี่ยเฟิงกระซิบข้างหูของนางด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทรงอำนาจสะท้านฟ้าดิน
ก่อนที่ผู้อาวุโสผู้นั้นจะทันได้หนีรอด เยี่ยเฟิงก็สะบัดมือเพียงครั้งเดียว คลื่นกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งแหวกอากาศตัดผ่านความมืดมิดอย่างไร้เสียง...
ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะปลิดชีพศัตรู เสียงหัวเราะเยือกเย็นอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดมิดลึกเข้าไปในถ้ำมรณะ เป็นเสียงที่ทำให้แม้แต่มหาเทพเยี่ยเฟิงยังต้องหรี่ตาลงด้วยความประหลาดใจ
"นึกไม่ถึงเลยว่า... ศิษย์น้องเยี่ยผู้ไร้ค่าในวันนั้น จะกลายเป็นยอดฝีมือที่น่าสนใจถึงเพียงนี้... หึหึ เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าเจ้าคือผู้เดียวที่ครอบครองความลับของถ้ำมรณะแห่งนี้?"
เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความมืด พร้อมกับกลิ่นอายโลหิตที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ...
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิถีเซียนไปพร้อมกับชิงเสวี่ยเหมันต์นะคะ
เซียนหนุ่มผู้ถูกทอดทิ้ง : ขอโทษที พอดีผมทะลวงปราณแซงหน้าพวกคุณไปแล้ว•ตอนที่ 6
ขุมทรัพย์ในถ้ำมรณะ
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ถูกทอดทิ้ง : ขอโทษที พอดีผมทะลวงปราณแซงหน้าพวกคุณไปแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!