กลิ่นอายของกาแฟคั่วเข้มผสมกับความเย็นเยียบจากระบบปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัวของภัณฑารักษ์ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดนี้นุ่มนวลลงเลยแม้แต่น้อย
สามปีเต็มที่ไอริณเพียรสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาห่อหุ้มหัวใจ ปฏิเสธทุกคำเชิญชวน ปิดตายทุกช่องทางติดต่อ และทำตัวเป็นแม่ชีจำศีลในแกลเลอรีระดับชาติ เพื่อลบเลือนชื่อของ "เรน" ออกจากสารบบความทรงจำ ทว่าเพียงแค่เสี้ยววินาทีที่ดวงตาสองคู่ประสานกันผ่านความสลัวของห้องจัดแสดงนิทรรศการที่ปิดทำการ กำแพงที่ใช้เวลาสร้างนับพันวันก็พังครืนลงมาไม่เป็นท่า—ราวกับปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัดสาดอย่างไร้ความปรานี
"ไม่เจอกันนานนะคะ... ภัณฑารักษ์คนเก่ง ดูท่าทางคุณจะไม่ได้ดีใจที่เห็นฉันสักเท่าไหร่เลยนี่"
น้ำเสียงนั้น... น้ำเสียงที่ติดจะเยาะหยันนิดๆ เจือความพึงพอใจลึกๆ ยามได้เห็นคนตรงหน้าเสียอาการ เป็นอาวุธร้ายกาจชิ้นเดิมที่เรนเคยใช้ปั่นหัวไอริณจนแทบคลั่งในอดีต และตอนนี้ มันก็ยังคงทรงพลังเหมือนวันแรกไม่มีผิดเพี้ยน
ไอริณสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกอบกู้สติสัมปชัญญะที่กระเจิดกระเจิง เธอปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย เย็นชา และไร้รอยร้าว ทว่าปลายนิ้วที่ประสานกันแน่นบนโต๊ะทำงานกลับเย็นเฉียบจนน่าใจหาย
"คุณเข้ามาในเขตหวงห้ามหลังเวลาทำการ แถมยังเป็นพื้นที่จัดเก็บงานศิลปะมูลค่ามหาศาล เรน... คุณคิดว่าตัวเองกำลังเล่นเกมสนุกๆ อยู่หรือไงคะ?" ไอริณเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาคมกริบกวาดมองร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอก ท่าทีสบายๆ ไม่รู้ร้อนรู้หนาวนั่นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนเธออยากจะคว้าที่เจาะกระดาษปาใส่หน้าสักที
เรนไหวไหล่เบาๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของอีกฝ่ายทีละน้อย ระยะห่างที่ลดลงทีละคืบทำให้ไอริณต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของหญิงสาว—กลิ่นไม้จันทน์หอมผสมวานิลลาจางๆ ที่เฝ้าตามหลอนหลอนเธอยามค่ำคืนตลอดสามปี—ลอยวนอยู่ในอากาศ บีบคั้นพื้นที่ส่วนตัวจนอึดอัด
"ก็ไม่ได้คิดจะเล่นเกมอะไรหรอกค่ะ แค่ได้ยินข่าวลือว่างานชิ้นเอก 'The Eclipse' ที่ฉันเพิ่งส่งมอบให้แกลเลอรีของคุณเมื่อวาน... กำลังจะมีปัญหาใหญ่ซะแล้ว ในฐานะศิลปินผู้สร้างสรรค์ ฉันก็แค่เป็นห่วงผลงานของตัวเอง ไม่เห็นแปลกตรงไหนเลยนี่คะ" เรนทิ้งตัวลงนั่งบนขอบโต๊ะทำงานของไอริณอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าสวยคมโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน หากไม่มีโต๊ะกั้นกลางไว้ ระยะห่างระหว่างพวกเธอคงเหลือแค่ศูนย์
ไอริณผนึกกำลังใจทั้งหมดที่มีเพื่อไม่ให้เอนกายหนี เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่สวยที่พราวระยับด้วยความท้าทาย คู่อริ... ไม่สิ อดีตคนรักที่ทิ้งบาดแผลไว้ในใจ กำลังท้าทายอำนาจของเธอในถิ่นของเธอเอง
"งานไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งนั้นค่ะ นอกจากตัวคุณที่โผล่มาสร้างปัญหาให้ฉันอยู่ตอนนี้! ออกไปจากห้องของฉันซะเรน หรือฉันจะเรียก รปภ. มาเชิญคุณออกไปข้อหาบุกรุกยามวิกาล"
"เชิญเลยสิคะ..." เรนกระตุกยิ้มมุมปาก ยิ่งเห็นไอริณพยายามทำตัวแข็งกร้าว เธอก็ยิ่งสนุกกับการได้ขุดคุ้ยความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันเย่อหยิ่งนั้น "แล้วบอก รปภ. เขาด้วยนะคะว่า ภัณฑารักษ์คนสวยกำลังกักตัวศิลปินชื่อดังไว้ในห้องสองต่อสอง... ด้วยเหตุผลอะไรดีล่ะ? กลัวว่าฉันจะหนี? หรือว่า... กลัวใจตัวเองที่จะเผลอทำเรื่องบ้าๆ เหมือนเมื่อก่อนกันแน่?"
คำพูดจี้จุดดำนั่นทำให้ไอริณลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ แรงกระแทกทำให้เก้าอี้ถอยหลังไปชนผนังเสียงดังสนั่น ความอดทนที่สั่งสมมานานขาดผึ่งในชั่วพริบตา
"คุณนี่มัน... ยังหลงตัวเองและน่ารำคาญไม่เปลี่ยนเลยนะคะ!" ไอริณก้าวเข้าไปประชิดตัวเรนอย่างรวดเร็ว มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของอีกฝ่าย บีบแน่นด้วยความโกรธปนเคือง "คิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าเดินเข้ามาแล้วทำตัวกร่างในพื้นที่ของฉัน? สามปีที่ผ่านมา คุณหายหัวไปไหนมา แล้วจู่ๆ ก็โผล่มาพร้อมกับภาพวาดที่มีพิรุธ... บอกมานะเรน ว่าคุณกำลังเล่นตลกอะไรอยู่!"
เรนไม่ได้ขัดขืนปล่อยให้มือเรียวบีบข้อมือตนเองจนขึ้นรอยแดง ดวงตาสีนิลทอประกายลึกล้ำยามมองใบหน้าของคนที่กำลังโกรธจนแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อ ความโกรธแค้นที่ฉายชัดในแววตาคู่นั้นไม่ได้ทำให้เรนกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับกระตุ้นเร้าความปรารถนาบางอย่างที่เธอเก็บกดไว้มานานแสนนาน
แทนที่จะสะบัดหนี เรนกลับพลิกข้อมือกลับเป็นฝ่ายกุมมือของไอริณไว้แน่นเสียเอง แรงดึงอันทรงพลังทำให้ร่างระห่างของไอริณเซถลาเข้าไปกระแทกกับแผงอกของเรนอย่างจัง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน
"อยากรู้เหรอคะว่าฉันหายไปไหนมา..." เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ชิดริมใบหูของไอริณ ลมหายใจร้อนผ่าวที่รินรดซอกคอขาวทำให้ขนกายของภัณฑารักษ์สาวลุกชันไปหมด "แล้วก็อยากรู้ใช่ไหมว่าภาพวาดชิ้นนั้นมีพิรุธยังไง... ถ้าอยากรู้ความจริงนักล่ะก็..."
เรนจงใจเว้นจังหวะ ปลายนิ้วเรียวยาวอีกข้างยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของไอริณออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่คุ้นเคยและแสนอันตรายนั้นทำให้หัวใจของไอริณกระตุกวาบ สมองขาวโพลนไปหมดชั่วขณะ
"...คุณก็ต้องกักตัวฉันไว้ค่ะ" เรนกระซิบต่อด้วยรอยยิ้มร้ายกาจที่มุมปาก "บังคับฉันให้อยู่ในสายตาคุณตลอดเวลาพิสูจน์ความบริสุทธิ์สิคะ... เหมือนอย่างที่กฎเหล็กของภัณฑารักษ์ผู้เคร่งครัดควรจะทำไงคะ ไอริณ"
ไอริณกัดริมฝีปากล่างแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางความใกล้ชิดที่อันตรายถึงชีวิต เธอนี่แหละที่อยากจะบ้าตาย ให้ตายยังไงเธอก็ไม่มีทางปล่อยให้คนอันตรายอย่างเรนคลาดสายตาเด็ดขาด เพราะเธอนั่นแหละที่จะเป็นคนจับพิรุธยายศิลปินจอมเจ้าเล่ห์นี่ให้คาหนังคาเขาด้วยตัวเอง!
"ก็ได้..." ไอริณเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ แววตาเยือกเย็นถูกฉาบด้วยความดื้อรั้นที่พร้อมจะชนทุกอุปสรรค "ในเมื่อคุณท้าทายนัก ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป... คุณห้ามก้าวเท้าออกไปจากสายตาฉันแม้แต่วินาทีเดียว เรน!"
"ยินดีปฏิบัติตามบัญชาค่ะ... ท่านภัณฑารักษ์" เรนหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ รอยยิ้มพึงพอใจระบายอยู่บนใบหน้าสวยจัด ทว่าก่อนที่ไอริณจะได้ต่อว่าอะไรเพิ่มเติม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังแกรก!
ทั้งสองคนสะดุ้งผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดยผู้ช่วยสาวหน้าตาตื่นตระหนก เธอหอบหายใจรัวด้วยความตกใจเมื่อเห็นสภาพของเจ้านายและแขกที่ไม่ได้รับเชิญยืนชิดกันจนแทบจะสิงร่าง
"คุณไอริณคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" เสียงหวีดร้องของลูกน้องทำให้ไอริณต้องหันขวับ "ภาพวาด 'The Eclipse' ในห้องจัดแสดง... จู่ๆ ก็มีรอยร้าวปรากฏขึ้นกลางภาพ ทั้งๆ ที่เพิ่งตรวจสอบระบบความปลอดภัยไปเมื่อชั่วโมงก่อน และที่สำคัญ..."
ผู้ช่วยสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว
"...ในรอยร้าวของภาพวาดนั้น... มีของเหลวสีแดงคล้ายเลือดสดๆ ไหลออกมาค่ะ!"
ไอริณหน้าถอดสีทันที เธอหันกลับไปมองหน้าเรนที่ยืนนิ่งสนิท ทว่ารอยยิ้มระรื่นบนใบหน้าของศิลปินสาวเมื่อครู่ได้หายวับไปแล้ว เหลือเพียงแววตาเรียบนิ่ง เย็นชา และเต็มไปด้วยความลับที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ อย่าลืมกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ!
ภัณฑารักษ์เลือดเย็นกับศิลปินกระหายแสง•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของภัณฑารักษ์
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์เลือดเย็นกับศิลปินกระหายแสง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
