กลิ่นอายของสีน้ำมันราคาแพงผสมผสานกับแชมเปญวินเทจราคาเหยียบหมื่นลอยอบอวลอยู่ภายใต้โดมกระจกนิรภัยของ "แกลเลอรี ลูมิแอร์" ค่ำคืนนี้ควรจะเป็นค่ำคืนที่สมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ—หากไม่ใช่เพราะไอริณกำลังยืนจ้องมองรอยเปื้อนสีแดงฉานเป็นทางยาวบนภาพวาดชิ้นเอกมูลค่าหลายสิบล้าน
"มันไม่ใช่ความผิดพลาดของฉัน"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราคมมีดโกนของไอริณดังขึ้น โดยไม่ต้องหันไปมองเธอก็รู้ว่าผู้ช่วยสาวกำลังตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหลัง
"คะ... ภัณฑารักษ์ไอริณคะ ทางเราตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้วค่ะ แต่ว่า..."
"แต่ว่าอะไรคะ หรือว่าระบบรักษาความปลอดภัยราคาแพดระยับที่ฉันอนุมัติงบไปเมื่อเดือนก่อน มันมีไว้แค่ประดับให้แกลเลอรีดูไฮโซขึ้นเฉยๆ?" ไอริณหมุนตัวกลับอย่างช้าๆ นัยน์ตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เฉียบตวัดมองลูกน้องด้วยความเย็นชาที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที "จัดการเคลียร์แขกวีไอพีออกไปให้หมด ก่อนที่ฉันจะประสานงานกับตำรวจศิลป์"
แต่ก่อนที่ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสไตล์ตัดเย็บชั้นสูงจะก้าวเท้าออกไปจัดการปัญหา เสียงปรบมือเบาๆ แต่กวนประสาทอย่างถึงที่สุดก็ดังขึ้นจากมุมมืดหลังเสาหินอ่อน
*แปะ... แปะ... แปะ...*
"ใจเย็นน่า คุณภัณฑารักษ์คนเก่ง เล่นใหญ่เสียจนงานศิลป์ของฉันดูด้อยค่าลงไปถนัดตาเลยนะรู้ไหม"
เจ้าของเสียงก้าวออกมาจากเงาสลัว แสงไฟสปอตไลท์สีนวลส่องกระทบเรือန်ผมสีเข้มและรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งและท้าทายในเวลาเดียวกัน เรน—ศิลปินอิสระผู้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นปัญหาเดินเอามือล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ตตัวโคร่ง ท่าทางไม่สะทกสะท้านต่อความหายนะตรงหน้าแม้แต่น้อย
ไอริณสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับโทสะที่กำลังตีรวนขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ผู้ชายคนนี้... คนที่สื่อทุกสำนักขนานนามว่าอัจฉริยะเพี้ยน แต่วันนี้เธอนิยามเขาใหม่ว่าเป็น "ภัยพิบัติเดินได้" ชัดๆ
"คุณเรน" ไอริณก้าวเข้าไปประชิดตัวศิลปินหนุ่มด้วยฝีเท้ามั่นคง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบดำและนิโคตินจางๆ จากตัวเขาลอยเข้าปะทะจมูก "คุณคงสนุกมากสินะคะที่ได้เห็นผลงานตัวเองถูกทำลาย หรือว่านี่เป็นแค่แผนเรียกร้องความสนใจราคาถูกของพวกศิลปินถังแตกที่อยากดังชั่วข้ามคืนกันแน่"
เรนไม่ถอยหนี เขากลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้เสียจนปลายจมูกเกือบจะชนกับกรอบแว่นของเธอ ดวงตาสีอำพันพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน ราวกับกำลังมองดูแมวป่าพยายามขู่ฟ่อใส่
"ปากเก่งเสียจริง... สมกับที่ร่ำลือกัน" เรนกระซิบเสียงต่ำ ทุบ6นหัวใจของคนฟังให้กระหน่ำรัวอย่างไร้สาเหตุ "แต่ช่วยใช้สายตาคู่สวยๆ นั่นเพ่งมองให้ดีสكريน... รอยสีแดงนั่นน่ะ มันไม่ใช่ความผิดพลาด และไม่ใช่การทำลาย"
ไอริณขมวดคิ้วมุ่น ปรายตามองกลับไปที่เฟรมผ้าใบบนผนังอีกครั้ง เมื่อเพ่งมองผ่านเลนส์แว่นอย่างละเอียด ความตระหนกวาบผ่านดวงตาคู่สวยไปชั่วพริบตา—รอยสีแดงฉานที่เธอนึกว่าถูกสาดด้วยความโกรธเกรี้ยว แท้จริงแล้วมันคือพู่กันที่ถูกตวัดด้วยลวดลายอันประณีตจนกลายเป็นอักษรละตินตัวเขียนซ้อนทับกันอย่างกลมกลืนกับองค์ประกอบเดิม มันไม่ใช่รอยเปื้อน แต่มันคือ "ส่วนหนึ่ง" ของภาพวาดที่ถูกเติมแต่งขึ้นมาใหม่สดๆ ร้อนๆ!
"คุณ..." ไอริณหันขวับกลับมาต่อว่า แต่ทว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ในตอนนี้กลับเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดพวงแก้มทำให้สมองของภัณฑารักษ์สาวผู้ไร้ที่ติประมวลผลช้าลงไปสามวินาที
"ฉันแค่เติมเต็มสิ่งที่แกลเลอรีน่าเบื่อของคุณขาดหายไปต่างหาก" เรนยิ้มมุมปาก ยิ่งเห็นอีกฝ่ายนิ่งอึ้ง เขากยิ่งได้ใจ ไล่สายตามองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่กำลังขึ้นสีระเรื่อด้วยความโกรธ "ความสมบูรณ์แบบมันน่าเบื่อจะตายไป คุณว่าไหมล่ะ... ไอริณ"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องงานในความดูแลของฉัน!" ไอริณกัดฟันกรวด พยายามดึงสติแล้วผลักอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่เรนกลับคว้าข้อมือเรียวเล็กไว้ทันอย่างรวดเร็ว แรงบีบกระชับพอเหมาะไม่เจ็บแต่ปฏิเสธไม่ได้ ทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้
"ถ้าฉันไม่มีสิทธิ์ แล้วใครจะมี?" เรนกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่งจนน่าใจหาย "ในเมื่อคุณเองก็... ละสายตาไปจากผลงานของฉันไม่ได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เคมีอันตรายพุ่งพล่านจนแทบจะจุดประกายไฟขึ้นมากลางงานนิทรรศการ ไอริณเม้มริมฝีปากแน่น สมองกำลังหาคำพูดเชือดเฉือนมาตอกหน้าคนอวดดี แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับทรยศด้วยการเต้นรัวแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
ก่อนที่สงครามประสาทระหว่างภัณฑารักษ์สาวกับศิลปินจอมกวนจะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงประตูกระจกบานใหญ่ที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
"คุณไอริณครับ! แย่แล้วครับ! ประธานกรรมการบริหารกำลังเดินตรวจงานมาทางนี้แล้ว!"
ไอริณสะดุ้งสุดตัว เธอสะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุมของเรนอย่างแรง จัดสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทีเยือกเย็นดังเดิมในเสี้ยววินาที ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้หันไปสั่งการผู้ช่วย ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
"เกิดอะไรขึ้นทำไมตรงนี้ถึงเสียงดัง... แล้วภาพวาดชิ้นนั้น มันหมายความว่ายังไง?"
ดวงตาคมกริบของบุคคลมาใหม่กวาดมองไปที่ภาพวาด และหยุดลงที่ใบหน้าของเรนกับไอริณสลับกันไปมา
...และในวินาทีนั้นเอง หัวใจของไอริณก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเธอตระหนักได้ว่าบุคคลที่ก้าวเข้ามาในเวลาวิกฤตินี้ ไม่ใช่ใครอื่น—นอกจาก "อดีตคนรักเก่า" ที่เธอพยายามหนีหน้ามาตลอดสามปีเต็ม!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูเข้าสู่โลกอันหอมหวานและอันตรายนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดonค่ะ!
ภัณฑารักษ์เลือดเย็นกับศิลปินกระหายแสง•ตอนที่ 1
รอยนิ้วมือบนเฟรมผ้าใบ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์เลือดเย็นกับศิลปินกระหายแสง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
