คราบเลือดสีดำบนหน้ากระบวนคัมภีร์โบราณยังคงส่งกลิ่นอายอัปมงคลคละคลุ้ง ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของจิ่งหลันในยามนี้ หาใช่ร่องรอยของพลังมารที่มู่หรงเฉินทิ้งไว้ไม่ หากแต่เป็นหยดโลหิตสีแดงสดที่หยดลงจากปลายนิ้วเรียวบางของหลินเฟยหง หยดลงบนอักษรลับตระכולซ่อนเร้นที่หลับใหลมานับพันปี
"ท่านประมุข... เลือดของข้า มันกำลังตอบสนองต่ออักขระพวกนั้นค่ะ"
เสียงของหลินเฟยหงสั่นพร่าเล็กน้อย นางทรุดกายลงคุกเข่าเบื้องหน้าแท่นบูชาหินอัคนี แรงกดดันจากอาคมโบราณถาโถมเข้าใส่จนแผ่นหลังบอบบางสั่นสะท้าน ทว่าดวงตากลับเปล่งประกายความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้ รอยประทับแห่งเทพธิดาบนข้อมือขวาของนางบัดนี้สว่างวาบเป็นสีทองเจิดจ้า ราวกับดวงดาราที่ตื่นจากการหลับใหล
จิ่งหลันก้าวเข้าไปใกล้ รัศมีกระบี่ไร้อารมณ์รอบตัวเขาแผ่ซ่านจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น เขาไม่อาจละสายตาจากแผ่นหลังของนางได้เลย ความทรงจำในอดีตชาติที่เคยเลือนรางกลับชัดเจนขึ้นมาในห้วงคำนึง—ภาพของสตรีผู้หนึ่งที่ยอมใช้ร่างเนื้อของตนเองเป็นสะพานเชื่อมระหว่างแดนมนุษย์และประตูเซียน เพื่อแลกกับการปกป้องโลกยุทธภพจากมหันตภัย
"ถอยออกไป เฟยหง" จิ่งหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นดังเช่นเคย ทว่าแววตาคู่คมกลับฉายความห่วงใยที่ปิดไม่มิด "พลังของคัมภีร์นี้กลืนกินวิญญาณ เจ้ากำลังเอาชีวิตเข้าแลก"
"หากข้าถอย แล้วใครจะเป็นคนหาคำตอบให้ท่านเล่าคะ?" หลินเฟยหงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนริมฝีปากที่ซีดเซียว "ท่านฝึกวิชากระบี่ไร้อารมณ์เพื่อตัดขาดความผูกพัน แต่วันนี้... หัวใจของท่านกลับเต้นแรงยามที่อยู่เบื้องหน้าข้า มิใช่หรือ?"
คำพูดนั้นราวกับคมกระบี่ที่กรีดแทงเข้าไปถึงก้นบึ้งหัวใจของประมุขหอเซียนผู้เย่อหยิ่ง จิ่งหลันชะงักงัน ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ เขาไม่เคยปริปากพูดถึงความรู้สึกที่ซ่อนเร้น แต่นางกลับมองทะลุผ่านกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีได้อย่างง่ายดาย
ในวินาทีนั้นเอง อักษรโบราณบนคัมภีร์ก็พากันลอยเคว้งคว้างขึ้นสู่อากาศ หมุนวนรอบตัวของหลินเฟยหงราวกับฝูงผีเสื้อเพลิง ลวดลายบนข้อมือของนางเชื่อมโยงกับอักษรเหล่านั้นทีละตัว ดั่งเส้นด้ายแห่งชะตาชีวิตที่ถูกถักทอขึ้นใหม่อีกครั้ง เสียงกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับสวรรค์กำลังพิโรธ แรงกดดันระดับบรรพกาลกดทับลงบนร่างของทั้งสองจนแทบกระอักเลือด
"นั่นมัน..." จิ่งหลันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นภาพสะท้อนภายในดวงตาของหญิงสาว
แท้จริงแล้ว คัมภีร์สวรรค์บทนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อผนึกพลังมาร หรือเพื่อบันทึกเคล็ดวิชาใดๆ บนโลกหล้า แต่มันคือ "ประตู" และหลินเฟยหง... ศิษย์สาวผู้มีรอยประทับแห่งเทพธิดากลับเป็น "กุญแจ" เพียงหนึ่งเดียวที่จะสามารถเปิดประตูเซียนเพื่อปลดปล่อยพลังบรรพกาล หรือทำลายล้างสามภพให้สิ้นซากได้ในคราเดียว
ถ้าหากมู่หรงเฉินล่วงรู้ความจริงข้อนี้ และชิงตัวนางไปก่อน... ยุทธภพทั้งหมดคงไม่เหลือแม้แต่เศษธุลี!
จิ่งหลันขบกรามแน่น ฝ่ามือหนากำด้ามกระบี่ประจำกายจนข้อต่องอขาวโพลน ความลังเลเพียงชั่วเสี้ยววินาทีถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยว เขาพุ่งทะยานเข้าไปหมายจะใช้พลังปราณสกัดกั้นการเชื่อมต่อระหว่างนางกับคัมภีร์ ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว
แสงสีทองสว่างจ้าพุ่งทะยานทะลุเพดานถ้ำศิลา ดังก้องกังวานไปทั่วทั้งหุบเขาเซียน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นเคยดังแทรกผ่านม่านพลังเข้ามา
"ช้าไปแล้วท่านพี่จิ่งหลัน..."
เงาร่างของมู่หรงเฉินปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้าถ้ำ ในมือถือกระบี่มารโลหิตที่อาบไปด้วยกลิ่นอายสังหาร พร้อมกับรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่ซ่อนความบ้าคลั่งไว้จนหมดสิ้น
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับตัวละครของหลิวเยี่ยนซีนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 18
ความลับใต้คัมภีร์
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!