"มู่หรงเฉิน... เจ้ากล้าดียังไงถึงเหยียบย่างเข้ามาในเขตอาคมของหอเซียนกระบี่โลหิต!"
เสียงคำรามทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์บาดเจ็บดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบผาสวรรค์ เมฆหมอกสีเทาทะมึนเหนือศีรษะม้วนตัวเข้าหากันอย่างรุนแรง ราวกับฟ้าดินกำลังพิโรธต่อการปรากฏตัวของผู้มาเยือน
หลินเฟยหงยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของจิ่งหลัน นางสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างของศัตรูผู้เคยเป็นสหายร่วมสำนัก รอยประทับแห่งเทพธิดาบนข้อมือของนางร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ราวกับมันกำลังเตือนภัยถึงเลือดเนื้อและหยาดน้ำตาที่กำลังจะหลั่งรินในไม่ช้า
เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคือชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิท ปักลวดลายอัคคีโลหิตที่ชายผ้า ใบหน้าหล่อเหลาแต่ซีดเซียวราวกับคนตาย ดวงตาทั้งคู่ลุกโชนด้วยแสงสีแดงฉานของวิชามารนอกรีต เขาคือ "มู่หรงเฉิน" ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเคียงบ่าเคียงไหล่กับจิ่งหลัน ฝึกฝนวิชากระบี่สำนักเดียวกัน ทว่าบัดนี้... เส้นทางของพวกเขากลับตัดขาดออกจากกันด้วยหุบเหวแห่งศีลธรรมและวิญญาณที่แปดเปื้อน
"ศิษย์น้องรอง..." มู่หรงเฉินแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่เคลือบด้วยความขื่นขม "เจ้ายังคงยึดติดกับกฎระเบียบคร่ำครึของสำนักเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง... หอเซียนกระบี่โลหิตงั้นหรือ? น่าขันสิ้นดี! สำนักที่ทอดทิ้งแม้กระทั่งชีวิตของคนรักตนเอง เพื่อแลกกับชื่อเสียงจอมปลอมน่ะหรือที่เจ้าปกป้องอยู่?"
จิ่งหลันไม่สะทกสะท้าน ดวงตาคมกริบดั่งใบกระบี่ไร้ใจจดจ้องไปยังศัตรูเบื้องหน้า มือเรียวยาวกุมด้ามกระบี่ประจำกายแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ปราณกระบี่ไร้อารมณ์แผ่พุ่งออกจากร่างเป็นระลอกคลื่นสีฟ้าคราม กดดันให้อากาศรอบกายบิดเบี้ยว
"ความตายของนางเซียนไป๋หลิง เป็นสิ่งที่เจ้าเลือกเส้นทางนั้นเอง มู่หรงเฉิน" จิ่งหลันเอמהขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ไร้ซึ่งความลังเล "เจ้าฝืนกฎสวรรค์ ใช้โลหิตบริสุทธิ์นับร้อยชีวิตเพื่อทำพิธีชุบชีวิตคนตาย วิถีมารเช่นเจ้านั้น... ไม่อาจเก็บรักษาชีวิตไว้บนโลกย우ทภพนี้ได้อีกต่อไปแล้ว"
"หึ! พูดได้ดี!" มู่หรงเฉินระเบิดเสียงหัวسาะลั่น กลิ่นอายมารทะลทะลักออกมาจากร่างราวกับคลื่นพายุ "ถ้าเช่นนั้น ก็จงเอาชีวิตของข้าไปสิ! หากเจ้ามีความสามารถพอที่จะตัดสายใยอดีตสหายเช่นข้าได้จริงๆ!"
พริบตานั้น ร่างของมู่หรงเฉินก็เลือนหายไปจากจุดเดิม ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งเบื้องหน้าจิ่งหลันในชั่วพริบตา คมดาบโลหิตสีแดงฉานตวัดเข้าใส่ลำคอของประมุขหอเซียนอย่างเหี้ยมเกรียม เสียงกรีดร้องของอากาศยามเมื่อคมดาบแหวกผ่านดังแสบแก้วหู
*เคร้ง!*
ประกายไฟสีทองสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด จิ่งหลันชักกระบี่ออกจากฝักด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ คมกระบี่ไร้อารมณ์ปะทะเข้ากับดาบโลหิตอย่างแม่นยำ แรงปะทะสะท้อนเป็นคลื่นกระแทกวงกว้าง ต้นไม้ใบหญ้ารอบบริเวณถูกตัดขาดสะบั้นในพริบตาเดียว หลินเฟยหงต้องใช้พลังปราณสร้างม่านคุ้มกันเพื่อป้องกันเศษหินและแรงลมที่โหมกระหน่ำ
นางมองภาพการต่อสู้เบื้องหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระรัว แม้จิ่งหลันจะบรรลุวิชากระบี่ไร้อารมณ์ที่ทรงพลังที่สุด แต่การต้องลงมือห้ำหั่นกับสหายร่วมสำนักที่เติบโตมาด้วยกัน ย่อมทิ้งรอยแผลเป็นไว้ในจิตวิญญาณของเขาอย่างแน่นอน
กระบี่ของจิ่งหลันรวดเร็วและเด็ดขาดราวกับสายฟ้าแลบ ทว่ามู่หรงเฉินในยามนี้กลับแข็งแกร่งผิดมนุษย์ด้วยพลังมารที่ได้รับจากการสังเวยวิญญาณ ทั้งสองแลกกระบี่และเพลงดาบกันนับร้อยกระบวนท่าในเวลาเพียงชั่วลมหายใจเดียว ร่างทั้งสองร่างพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภา ตวัดวิชาเซียนและวิชามารเข้าหักล้างกันจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า
"จิ่งหลัน! เจ้าคิดว่าวิชากระบี่ไร้อารมณ์จะไร้เทียมทานจริงๆ งั้นหรือ!" มู่หรงเฉินแผדเสียงคำราม ดวงตาแดงก่ำด้วยความบ้าคลั่ง เขากวาดดาบโลหิตสร้างเป็นพายุมารนับพันสายพุ่งเข้าโอบล้อมร่างของจิ่งหลันจากทุกทิศทุกทาง "เจ้าไม่เคยเข้าใจความรักที่แท้จริง! เจ้ามันก็เป็นแค่หุ่นเชิดไร้หัวใจตัวหนึ่งเท่านั้น!"
จิ่งหลันนิ่งเงียบ แววตาของเขายังคงราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ทว่าลึกเข้าไปในดวงตานั้นกลับซ่อนร่องรอยความเจ็บปวดที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชา เขาหลับตาลงชั่วพริบตา ก่อนจะลืมตาขึ้นพร้อมกับประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้าที่ระเบิดออกจากร่าง
"วิชากระบี่สวรรค์... พิพากษาไร้ลักษณ์!"
สิ้นเสียงของจิ่งหลัน ท้องฟ้าเบื้องบนพลแหวกออกเป็นสองเสี่ยง ปราณกระบี่นับหมื่นเล่มก่อตัวขึ้นกลางอากาศราวกับฝนดาวตกพุ่งดิ่งลงมาอย่างไร้ความปรานี พลังอันยิ่งใหญ่กดทับร่างของมู่หรงเฉินจนเขากระอักเลือดคำโตออกมากลางอากาศ
มู่หรงเฉินทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นศิลาเบื้องล่าง ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ เลือดสีดำไหลรินจากมุมปาก ดวงตาสีแดงฉานเริ่มเลือนรางลงทีละน้อย ทว่าบนใบหน้าที่ซีดเซียวกลับปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันขึ้นมาอีกครั้ง
จิ่งหลันร่อนลงสู่พื้นเบื้องหน้าเขา ปลายกระบี่คมกริบจดจ่ออยู่ที่กลางหน้าอกของอดีตสหาย ระยะห่างเพียงแค่ปลายนิ้ว ความตายอยู่ห่างเพียงแค่การขยับข้อมือเท่านั้น
"เจ้าแพ้แล้ว มู่หรงเฉิน..." จิ่งหลันเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าลมหายใจของเขากลับสะดุดเล็กน้อย
"ใช่... ข้าแพ้..." มู่หรงเฉินหัวเราะร่าทั้งที่เลือดทะลัก "แต่เจ้าคิดจริงๆ หรือ... ว่าศัตรูที่แท้จริงของหอเซียนกระบี่โลหิต... คือข้าคนนี้?"
จิ่งหลันขมวดคิ้วเล็กน้อย "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"
มู่หรงเฉินเงยหน้าขึ้น ดวงตาจ้องมองข้ามไหล่ของจิ่งหลันไปยังร่างของหลินเฟยหงที่ยืนอยู่เบื้องหลัง รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากลายเป็นรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัว "ลองหันไปดูคนที่เจ้าปกป้องไว้... สิว่านางซ่อน 'อะไร' ไว้ในคัมภีร์ลับที่ขโมยมาจากหออัคคีสวรรค์..."
หลินเฟยหงสะعอนเฮือกทันที หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม นางรีบก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัวเมื่อจิ่งหลันหันขวับมามองนางด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—แววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย ความระแวง และความเย็นชาที่บาดลึกยิ่งกว่าคมกระบี่เล่มใด
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านผลงานของหลิวเยี่ยนซีนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 19
มิตรภาพที่กลายเป็นศัตรู
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!