เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 20

กลลวงในเมืองหลวง

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
ความเงียบงันภายในตำหนักชั้นในของพระราชวังหลวงนั้นหนาแน่นเสียยิ่งกว่าม่านหมอกแห่งหุบเขากระบี่ไร้ใจ ปลายศัสตราวุธขององครักษ์เสื้อแพรนับสิบคู่วางตั้งตรงเป็นระเบียบ แต่ไม่มีผู้ใดกล้าหายใจแรง แม้กระทั่งละอองฝุ่นที่ลอยเคว้งคว้างในแสงเทียนสีชาดก็ยังดูราวกับถูกตรึงไว้ด้วยจิตสังหารอันเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างของบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า "เจ้าคิดจะใช้วิธีใดอธิบายความจริงข้อนี้... เฟยหง" น้ำเสียงของจิ่งหลันราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ ทว่ากลับบาดลึกดั่งคมมีดที่กรีดลงบนเนื้อหนัง หลินเฟยหงสะท้านเฮือก หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม นางรีบก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัวเมื่อเขาหันขวับมามองด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—แววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย ความระแวง และความเย็นชาที่บาดลึกยิ่งกว่าคมกระบี่เล่มใดในใต้หล้า รอยประทับแห่งเทพธิดาบนข้อมือของนางร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่ง ราวกับมันกำลังเตือนภัยถึงเส้นด้ายแห่งชะตาที่กำลังจะขาดสะบั้น "ศิษย์... ศิษย์เพียงแต่..." หลินเฟยหงเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ความฉลาดหลักแหลมที่เคยมีติดตัวมาร่ำรำไรราวกับถูกแผดเผาด้วยกองเพลิงแห่งความกดดัน นางไม่อาจเอ่ยปากบอกเขาได้ว่า เบื้องหลังกำแพงวังหลวงอันโอ่อ่าและเน่าเฟะนี้ กองทัพมารภายใต้การนำของมู่หรงเฉินกำลังหลอมรวมเข้ากับอำนาจมืดของราชสำนักเพื่อเตรียมเปิดประตูมิติโลหิต หากจิ่งหลันรู้ว่านางลอบเข้ามาสืบเรื่องนี้โดยลำพังด้วยเหตุผลอันใด เขาย่อมต้องส่งนางกลับหอเซียนทันที หรือแย่ยิ่งกว่านั้น... เขาอาจเลือกที่จะตัดขาดความสัมพันธ์เพื่อปกป้องนางจากภัยพิบัติที่ใหญ่หลวงเกินกว่าจะต้านทาน "ความเงียบของเจ้า คือคำสารภาพที่ดีที่สุดแล้วสินะ" จิ่งหลันก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงฝีเท้าของเขาหนักแน่นราวกับเสียงกลองศึกที่ทุบลงกลางใจ ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีขาวปักลายเมฆาปราศจากความลังเล ปลายกระบี่วิญญาณในมือข้างขวาสั่นระริกด้วยอณูพลังปราณที่พร้อมจะแผ่ขยาย "ข้าพานางมารดามายังดินแดนแห่งความโสมมนี้ เพื่อสะสางเรื่องราวในอดีต มิใช่เพื่อให้เจ้ามารนหาที่ตายด้วยการเอาชีวิตเข้าแลกกับความลับของราชสำนัก!" "ท่านประมุข... ท่านคิดว่าข้าทำเพื่อความสนุกหรือคะ!" ในที่สุดความดื้อรั้นก็ระเบิดออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ หลินเฟยหงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดุดันและทระนงไม่แพ้กันฉายชัดผ่านม่านน้ำตาที่เอ่อคลอ "ท่านมองเห็นเพียงกฎเกณฑ์และวิถีกระบี่ไร้อารมณ์ แต่มองไม่เห็นเส้นด้ายแห่งความตายที่กำลังพันFระบำอยู่รอบคอของทุกคนในที่นี้! มู่หรงเฉินไม่ได้มาเพื่อแก้แค้น... เขามาเพื่อใช้เลือดของฮ่องเต้เซ่นไหว้ค่ายกลมารโลหิต หากเรายังชักช้าอยู่แม้แต่ก้าวเดียว ทั้งยุทธภพและโลกมนุษย์จะกลายเป็นทะเลเพลิง!" คำพูดของนางทำให้อากาศรอบกายราวกับหยุดนิ่ง จิ่งหลันชะงักฝีเท้าลง ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย ประกายความตกใจฉายผ่านแววตาเพียงเสี้ยววินาที—ชั่วขณะที่ชื่อของ 'มู่หรงเฉิน' หลุดออกจากปากนาง ความทรงจำอันเจ็บปวดจากอดีตชาติก็กรีดแทงเข้าที่ขั้วหัวใจอีกครั้ง ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยถ้อยคำใดเพิ่มเติม เปลวเพลิงสีนิลที่ลุกโชนอยู่ตามคคานไม้ของตำหนักก็พลันเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกต! *เปรี้ยง!* เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว เพดานตำหนักสลักลายมังกรทองพังทลายลงมาเป็น0เศษเสี้ยว ท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบและกลิ่นอายมารที่น่าสะพรึงกลัว ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากเงาความมืด ใบหน้าครึ่งหนึ่งสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก แววตาคู่นั้นเย้ยหยันและเปี่ยมด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่ง "ฮ่าๆๆ... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนัก ศิษย์พี่จิ่งหลัน และ... แม่นางผู้ลิขิตชะตาฟ้า" เสียงหัวเราะก้องกังวานดั่งมาจากขุมนรก มู่หรงเฉินกวาดตามองคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ในมือของเขากำศิลาดาราโลหิตที่กำลังเปล่งแสงเรืองรองดูดกลืนวิญญาณของขันทีและนางกำนัลรอบด้านจนล้มตายลงในพริบตา "พวกท่านคิดว่าเข้ามาในวังหลวงแห่งนี้แล้ว จะออกไปได้โดยง่ายดายอย่างนั้นหรือ? ประตูมิติโลหิตเปิดออกแล้ว... และวันนี้ ที่นี่ จะกลายเป็นสุสานแห่งแรกของสำนักเซียนพวกเจ้า!" จิ่งหลันตวัดสายตากลับไปมองศัตรูคู่อาฆาต รัศมีกระบี่ไร้อารมณ์พวยพุ่งออกจากร่างจนแผ่นดินใต้เท้าสั่นสะเทือน เขาชักกระบี่ออกจากฝักช้าๆ ทว่าเฉียบคมดั่งสายฟ้าฟาด ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะพุ่งทะยานเข้าประจันหน้ากับมู่หรงเฉินนั้นเอง แผ่นดินไสะเทือนครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้นจากใต้พื้นพระราชวัง ข้าราชบริพารกรีดร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว และสิ่งที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของคนทั้งสาม... กลับไม่ใช่กองทัพมารตามที่คาดคิด เงาร่างโปร่งแสงนับร้อยในชุดเกราะโบราณค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากพื้นศิลา พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังระงมไปทั่วทิศทาง—เสียงของเหล่าดวงวิญญาณบรรพกษัตริย์ผู้ล่วงลับที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาด้วยอาคมต้องห้าม และหนึ่งในนั้น... กำลังก้าวตรงมาทางหลินเฟยหง พร้อมกับเอ่ยนามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้ยิน ณ ที่แห่งนี้ "ทายาทแห่งเทพธิดา... เจ้ากลับมาทวงคืนบัลลังก์เลือดของมารดาเจ้าแล้วสินะ..." หลินเฟยหงหน้าถอดสีทันที ข้อมือที่มีรอยประทับส่องแสงสว่างวาบขึ้นมาเองอย่างควบคุมไม่ได้ ขณะที่จิ่งหลันชะงักกุนซือกระบี่ในมือ หันขวับกลับมามองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามนับพันประการที่นางไม่เคยเอ่ยบอกเขามาก่อนเลยแม้แต่น้อย! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมกระบี่บทนี้ไปกับเยี่ยนซีนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%