“หยุดเดี๋ยวนี้! เจ้ากำลังจะทำให้เส้นชีพจรตนเองแหลกสลาย!”
เสียงคำรามของจิ่งหลันดังก้องไปทั่วถ้ำลับเขาเมฆาคล้อย แรงกดดันจากปราณกระบี่ที่เขาทุ่มลงมาเพื่อสะกดกลั้นพลังที่กำลังปะทุออกจากร่างของหลินเฟยหงนั้นรุนแรงจนหินผาเบื้องหลังสั่นสะเทือน แต่ดูเหมือนจะไร้ผล
ร่างของหญิงสาวสั่นเทาอยู่กลางวงอักขระอาคมที่จิ่งหลันเพิ่งวาดขึ้นด้วยเลือดปลายนิ้ว ผิวพรรณของนางบัดนี้ปรากฏเส้นสายสีทองดั่งเปลวเพลิงที่ปะทุขึ้นใต้ชั้นผิวหนัง รอยประทับรูปปทุมมาที่ข้อมือทวีความร้อนแรงจนเกิดควันสีขาวจางๆ รอบข้อมือนาง ราวกับตัวตนโบราณที่หลับใหลกำลังกระชากโซ่ตรวนแห่งพันธนาการให้ขาดสะบั้น
“ข้า... ข้าหยุดไม่ได้ ท่านอาจารย์...” เสียงของเฟยหงขาดห้วง ดวงตาที่เคยกระจ่างใสบัดนี้ฉายแวววาวโรจน์ด้วยสีครามเข้มดั่งท้องฟ้าก่อนพายุใหญ่ “ข้าเห็น... ข้าเห็นเส้นด้ายของท่าน... มันกำลังจะขาด...”
“หุบปาก!” จิ่งหลันตวาด แววตาที่เคยนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึกกลับสั่นไหววูบหนึ่ง เขาพุ่งตัวเข้าไปประชิดร่างบาง ใช้ฝ่ามือทาบลงบนแผ่นหลังของนาง ถ่ายทอดปราณกระบี่ไร้อารมณ์อันเย็นเยียบเข้าสู่ร่างเพื่อกดทับพลังมหาศาลนั้นลง
ทันทีที่ปราณสองกระแสปะทะกัน เสียงหวีดหวิวราวกับภูตผีโหยหวนดังสะท้อนก้องทั่วถ้ำ ร่างของทั้งคู่ถูกแรงสะท้อนเหวี่ยงกระเด็น จิ่งหลันกระอักเลือดสีเข้มออกมาคำหนึ่ง เขาเป็นถึงยอดฝีมือระดับบรรลุเซียน แต่พลังที่เฟยหงกำลังปลดปล่อยออกมานั้น... มันไม่ใช่พลังของมนุษย์ แต่มันคือแรงแค้นและเจตจำนงที่สะสมมานานนับพันปี
“นี่มันวิชาลับอะไรกัน...” เขาพึมพำขณะเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก ดวงตาดุดันจ้องมองศิษย์สาวที่ยืนขึ้นช้าๆ ท่ามกลางกระแสพลังที่หมุนวนรอบตัวนางดั่งพายุทอร์นาโด
เฟยหงไม่ได้ยินเสียงของเขา นางกำลังมองเห็นโลกในอีกมิติ เส้นด้ายสีแดงและดำนับพันเส้นโยงใยไปมาระหว่างชะตากรรมของสรรพชีวิต และเส้นด้ายเส้นหนึ่ง... เส้นที่ผูกโยงระหว่างนางกับชายตรงหน้า กำลังถูกคมกระบี่ที่มองไม่เห็นค่อยๆ เฉือนให้ขาดออก
“ท่านอาจารย์ ท่านรู้หรือไม่ว่าเหตุใดท่านถึงไร้อารมณ์...” เฟยหงแค่นยิ้ม รอยยิ้มนั้นงดงามแต่ทว่าเย็นเยียบถึงกระดูก “เพราะหัวใจของท่าน... ถูกเซ่นสังเวยให้แก่คำสาปแห่งหอเซียนตั้งแต่วันแรกที่ท่านก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประมุขแล้ว!”
จิ่งหลันชะงักงัน คำพูดนั้นเปรียบเสมือนศรปักอก เขากระชับกระบี่ไร้อารมณ์ในมือแน่น แรงสังหารแผ่พุ่งออกมาจนบรรยากาศโดยรอบกลายเป็นน้ำแข็ง แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะใช้กระบวนท่าเผด็จศึกเพื่อหยุดอาการคุ้มคลั่งของนาง เขากลับเห็นภาพสะท้อนในแววตาของหญิงสาว...
มันไม่ใช่ความมืดมิด แต่มันคือความเจ็บปวดที่รอคอยมานานแสนนาน
“ข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า” เขาตัดสินใจทิ้งกระบี่ลงพื้น เสียงโลหะกระทบหินดังกังวานกึกก้อง เขาตัดสินใจเลือกทางเลือกที่เสี่ยงที่สุด คือการเปิดปราณชีพจรของตนเองเพื่อรับพลังที่ล้นเกินจากร่างของนางเข้าสู่ร่างตนแทน
“เจ้าจะฆ่าข้าหรือจะให้ข้าช่วยเจ้าเลือกเอา!” เขาตะโกนก้องกลางพายุพลัง
เฟยหงเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เปื้อนสีครามสั่นระริก มือเรียวบางพุ่งเข้าหาจิ่งหลันหมายจะปลิดชีพเขาตามสัญชาตญาณที่ถูกควบคุม แต่ในจังหวะสุดท้าย มือคู่นั้นกลับหยุดชะงักลงเพียงไม่กี่นิ้วจากหัวใจของเขา แววตาของนางกลับมาวูบไหวด้วยหยาดน้ำตา
“ท่าน... ทำไมถึงไม่หลบ...”
ทว่าในจังหวะนั้นเอง เปลวไฟสีดำมืดมิดก็ปะทุขึ้นจากรอยประทับที่ข้อมือของนางอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม มันกระชากร่างของทั้งคู่ให้ลอยขึ้นไปบนอากาศ ก่อนที่กำแพงถ้ำจะแตกออกด้วยแรงปะทะมหาศาล เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก้าวเข้ามาท่ามกลางฝุ่นควันที่ตลบอบอวล
เงาร่างหนึ่งที่จิ่งหลันคุ้นเคยเป็นอย่างดีปรากฏขึ้นในแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางรอยแตกของถ้ำ
“ศิษย์น้องจิ่งหลัน... ดูเหมือนว่าเจ้าจะคุมสัตว์ร้ายที่เจ้าเลี้ยงไว้ไม่อยู่เสียแล้วนะ”
มู่หรงเฉินยืนอยู่ตรงนั้น ในมือถือป้ายอาคมสีโลหิตที่ส่องประกายอัปมงคล และในวินาทีที่จิ่งหลันกำลังจะขยับตัว กระบี่มารที่มู่หรงเฉินถืออยู่ก็พุ่งเข้าหาร่างของเฟยหงอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะตั้งตัวทัน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครของหลิวเยี่ยนซีนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 17
วิชาลับที่ตื่นขึ้น
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!