เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 16

รอยยิ้มท่ามกลางคมดาบ

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
“เจ้าคิดว่าวิชากระบี่ไร้อารมณ์ของอาจารย์ จะช่วยปกป้องเจ้าจากคมดาบมารได้ตลอดรอดฝั่งงั้นรึ หลินเฟยหง?” เสียงทุ้มต่ำดั่งเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของพงไพรที่บัดนี้ถูกอาบย้อมด้วยกลิ่นคาวเลือด มู่หรงเฉินยืนตระหง่านอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ เงาร่างของเขาสั่นไหวคล้ายจะเลือนหายไปกับความว่างเปล่า ในมือถือดาบโลหิตที่สั่นระริกด้วยแรงอาฆาต หลินเฟยหงไม่ตอบนางเพียงแต่กุมข้อมือที่ปรากฏรอยประทับเทพธิดาซึ่งกำลังร้อนผ่าว เส้นด้ายแห่งชะตาชีวิตที่นางเห็นด้วยนัยน์ตาคู่พิเศษบัดนี้เริ่มขาดสะบั้นลงทีละเส้น รอบกายของนางหมุนวนด้วยกระแสลมปราณที่ปั่นป่วน สายตาของนางจ้องมองไปยังแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้หนึ่งที่ยืนขวางหน้าอยู่ จิ่งหลัน... ท่านประมุขหอเซียนผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี บัดนี้กระบี่ในมือของเขาสั่นสะท้านด้วยพลังปราณที่รุนแรงจนชั้นบรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยว “หุบปากของเจ้าเสีย มู่หรงเฉิน” จิ่งหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่เยียบเย็นถึงกระดูก “หากเจ้าแตะต้องนางแม้เพียงเส้นผม ข้าจะทำให้วิญญาณของเจ้าแตกสลายจนไม่เหลือแม้แต่เศษธุลีให้หวนคืนสู่ปรโลก” “หึ ความรักมันทำให้ใจของท่านขุ่นมัวจนเสียกระบวนไปแล้วรึ จิ่งหลัน?” มู่หรงเฉินแสยะยิ้ม “เจ้าสอนให้นางรู้จักวิถีกระบี่ แต่กลับลืมสอนนางว่า... ในยุทธภพนี้ ผู้ที่อ่อนแอย่อมเป็นเพียงเบี้ยบนกระดานหมากของผู้อื่น!” สิ้นคำนั้น เงาร่างสีดำมืดนับสิบสายก็พุ่งออกมาจากเงามืดราวกับฝูงอีกาที่หิวโหย พวกมันคือนักฆ่ามารที่ได้รับการฝึกฝนมาเพื่อการสังหารโดยเฉพาะ อาวุธในมืออาบด้วยพิษร้ายที่พร้อมจะกัดกินปราณเซียนให้เหือดแห้ง จิ่งหลันไม่รอช้า เขาสะบัดชายแขนเสื้อเพียงครั้งเดียว ปราณกระบี่ไร้อารมณ์พุ่งทะยานออกจากฝักดุจสายฟ้าแลบแปลบปลาบ เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องกัมปนาทไปทั่วหุบเขา คมกระบี่ของเขาไม่ได้มุ่งเน้นที่การฟาดฟันเพื่อชัยชนะ แต่คือการเคลื่อนไหวที่แม่นยำดั่งบทกวี สวยงาม ทว่าโหดเหี้ยม หลินเฟยหงมองภาพเบื้องหน้าด้วยใจที่บีบรัด ในฐานะที่นางมองเห็นเส้นด้ายแห่งชะตา นางตระหนักดีว่าในวินาทีนี้ เส้นด้ายสีทองของจิ่งหลันเริ่มแตกร้าว... การที่เขาเลือกจะปกป้องนางโดยไม่ใช้กระบวนท่าป้องกันตนเอง คือการเปิดช่องว่างให้คมดาบมารเข้าถึงกายา “ท่านอาจารย์! อย่า...” หลินเฟยหงก้าวออกไปข้างหน้า ทว่านักฆ่ามารคนหนึ่งกลับอาศัยจังหวะนั้นพุ่งเข้ามาทางด้านหลังของนาง ประกายดาบสีเลือดพุ่งตรงสู่จุดตายที่ลำคอระหง ทว่า ก่อนที่คมดาบจะสัมผัสผิวเนื้อ จิ่งหลันที่อยู่ห่างออกไปหลายวาพลันเปลี่ยนทิศทางกระบี่อย่างฉับพลัน เขาหมุนตัวกลับด้วยท่วงท่าที่เหนือมนุษย์ ใช้ร่างตนเองเป็นโล่กำบังให้ศิษย์รัก ปราณกระบี่อันมหาศาลระเบิดออกรอบกายจนนักฆ่ามารที่ล้อมอยู่กระเด็นออกไปคนละทิศละทาง “อึก...” เลือดสีสดไหลซึมออกมาจากมุมปากของจิ่งหลัน เขาไม่ได้หันกลับมามองนาง แต่กลับเผยรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าที่มักจะไร้ความรู้สึกมาตลอดหลายปี “ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว... ข้าไม่ได้ไร้อารมณ์อย่างที่ใครต่อใครเข้าใจ” จิ่งหลันกล่าวเสียงพร่า คมกระบี่ในมือยังคงมั่นคง “แต่ข้าเพียงแค่เลือกที่จะไม่แสดงมันออกมา จนกว่าจะถึงเวลาที่ข้าต้องปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุด... แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม” รอยยิ้มท่ามกลางคมดาบนั้นช่างบาดลึกเข้าไปในความทรงจำของหลินเฟยหง นางรู้สึกได้ว่ารอยประทับบนข้อมือของนางเริ่มเปล่งแสงสีขาวนวลตา พลังลึกลับที่นางไม่เคยควบคุมได้มาก่อนกำลังตื่นขึ้น มันไม่ใช่พลังเซียน ไม่ใช่พลังมาร แต่มันคือพลังแห่งการลิขิต จิ่งหลันหันกลับมาสบตานาง แววตาที่เคยเย็นชาบัดนี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่นางถวิลหามาตลอด “เฟยหง... ถอยไปเสีย นี่ไม่ใช่สมรภูมิของเจ้า” “หากท่านต้องตาย ข้าก็ไม่ขอยืนดูอยู่เฉยๆ!” หลินเฟยหงตวาดกลับ น้ำตาแห่งความเจ็บปวดรินไหลอาบแก้ม “ท่านคิดว่าข้ามาที่นี่เพื่อเป็นภาระงั้นรึ? ท่านมองไม่เห็นหรืออย่างไร... ว่าเส้นด้ายของท่านกับข้า มันได้ผูกปมเข้าด้วยกันจนไม่สามารถแยกจากได้อีกแล้ว!” ทันใดนั้น มู่หรงเฉินที่สังเกตการณ์อยู่บนที่สูงพลันหัวเราะร่วน ดาบโลหิตในมือขยายขนาดขึ้นนับสิบเท่า พลังปราณมารสีดำทะมึนก่อตัวเป็นรูปมังกรเพลิงที่อ้าปากกว้างหมายจะกลืนกินทั้งคู่ “ถ้าเช่นนั้น ก็จงตายไปพร้อมกับความรักที่โง่เขลานี้เสียเถิด!” มู่หรงเฉินสะบัดดาบลงมาดั่งหุบเขาถล่ม จิ่งหลันคำรามลั่นพร้อมทะยานร่างขึ้นสู่ฟ้า กระบี่ในมือส่องประกายสีทองเจิดจ้า เขาไม่ได้เข้าปะทะเพียงลำพัง แต่เมื่อเงาร่างของเขาสัมผัสกับเงาร่างของหลินเฟยหงที่กระโดดขึ้นไปพร้อมกัน พลังที่รวมกันนั้นกลับกลายเป็นกระบี่คู่ผสานใจที่เหนือล้ำเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด แสงสีทองและสีเงินหลอมรวมกัน ก่อเกิดเป็นคลื่นพลังมหาศาลที่สั่นสะเทือนไปถึงสรวงสวรรค์ ทว่า ในขณะที่กระบี่ทั้งสองกำลังจะปะทะกับมังกรโลหิต จิ่งหลันกลับเหลือบเห็นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในเงามืดเบื้องหลังมู่หรงเฉิน... มันคือศรสีดำที่ฉาบด้วยพิษสังหารเทพ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่หัวใจของหลินเฟยหงโดยตรง เขาตัดสินใจในเสี้ยววินาทีเดียว... การเบี่ยงกระบี่เพื่อทำลายศรนั้นหมายถึงการละทิ้งการป้องกันตนเองจากพลังมารของมู่หรงเฉิน จิ่งหลันเหวี่ยงหลินเฟยหงออกไปทางด้านข้างด้วยพลังปราณนุ่มนวล ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับคมดาบมารและศรสังหารเพียงลำพัง! “ไม่!!!” เสียงกรีดร้องของหลินเฟยหงดังระงมไปทั่วผืนป่า ร่างของนางลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นคมดาบของมู่หรงเฉินทะลวงผ่านแผ่นอกของอาจารย์ผู้เป็นที่รัก จิ่งหลันกระอักเลือดออกมาคำโต เลือดของเขาหยดลงบนพื้นดินดั่งกลีบดอกเหมยที่ร่วงหล่น ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิด เขากลับคว้าด้ามดาบของมู่หรงเฉินไว้แน่น และยิ้มให้หลินเฟยหงอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของนางแทบแตกสลาย “หลินเฟยหง... ลิขิตชะตา... ของเจ้า... เริ่มต้นจากตรงนี้” สิ้นคำนั้น ร่างของจิ่งหลันก็ระเบิดออกเป็นแสงสว่างวาบที่กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว หายนะกำลังจะเริ่มต้นขึ้น หรือนี่จะเป็นเพียงจุดจบของชะตากรรมที่แสนร้าวราน? ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%