“ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของพวกเจ้า... ศิษย์พี่”
ถ้อยคำนั้นดุจมีดโกนที่กรีดลึกลงบนความเงียบงัน มู่หรงเฉินยืนอยู่บนยอดชะง่อนผา ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มด้วยปราณมารสีนิลที่เต้นเร่าดั่งอสรพิษกระหายเลือด ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยมิตรภาพบัดนี้กลับเหลือเพียงความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง จิ่งหลันไม่ตอบโต้ เขาเพียงแต่นิ่งเงียบ ดั่งขุนเขาที่ไร้ซึ่งการสั่นคลอน กระบี่ 'จันทร์กระจ่าง' ในมือส่งเสียงหวีดหวิวเบาบาง ดั่งสัญญาณเตือนจากขุมนรก
“เจ้าเปลี่ยนไปมาก มู่หรง” จิ่งหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยว “วิถีมารที่เจ้าเลือก ไม่ได้ทำลายเพียงสำนัก แต่มันกำลังกัดกินตัวตนที่หลงเหลืออยู่ของเจ้าให้มอดไหม้”
หลินเฟยหงที่ยืนอยู่เคียงข้างขยับกายเล็กน้อย รอยประทับรูปดอกบัวที่ข้อมือของนางเรืองแสงสีทองจางๆ สายตาของนางมองทะลุผ่านรูปลักษณ์ภายนอกของมู่หรงเฉิน ไปยังเส้นด้ายแห่งชะตาที่พันธนาการเขาไว้ นางเห็นความโศกเศร้าที่บิดเบี้ยวและแรงอาฆาตที่ถูกสั่งสมจนกลายเป็นคำสาป
“ท่านอาจารย์... ไม่ใช่เรื่องของท่านที่จะไปตัดสิน” นางเอ่ยแทรก เสียงของนางใสกระจ่างดั่งกระดิ่งเงิน แต่แฝงด้วยความเด็ดขาด “เส้นด้ายที่ผูกมัดเขามิใช่ชะตาฟ้า แต่เป็นความยึดติดที่เขาสร้างขึ้นเอง การจะพังทลายป้อมปราการแห่งขุนเขานี้ เขาต้องแลกด้วยสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ นั่นคือจิตวิญญาณของเขาเอง”
มู่หรงเฉินหัวเราะร่า เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วหุบเขา “จิตวิญญาณหรือ? ข้าขายมันให้กับความมืดมิดนานแล้ว เพื่อที่จะเห็นนางฟื้นคืน เพื่อที่จะเหยียบย่ำคนเหล่านั้นที่ทอดทิ้งพวกเรา!”
ทันใดนั้น กองทัพมารนับหมื่นที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านหมอกสีเลือดก็เริ่มเคลื่อนไหว เสียงเกราะเหล็กกระทบกันดั่งเสียงฟ้าผ่า แผ่นดินสั่นสะเทือนตามจังหวะการย่างกรายของสัตว์อสูรที่ถูกปลุกจากนิทรา จิ่งหลันตวัดกระบี่เพียงครั้งเดียว รัศมีกระบี่สีครามพุ่งทะยานออกไป ตัดผ่านอากาศจนเกิดเป็นรอยแยกมิติ ผลักดันกองทัพมารที่รุดหน้าเข้ามาให้หยุดชะงัก
“ป้อมปราการแห่งนี้ สร้างขึ้นจากโลหิตของบรรพชน” จิ่งหลันกล่าวขณะก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว ทุกย่างก้าวคือการวางรากฐานของอาคมปกป้อง “หากเจ้าปรารถนาจะข้ามผ่าน ก็จงพิสูจน์ว่ากระบี่ของเจ้าคมพอที่จะตัดขาดสายสัมพันธ์นี้ได้จริงหรือไม่”
หลินเฟยหงประสานมือร่ายอักขระ อักขระสีทองนับพันลอยเด่นขึ้นเหนือยอดเขา กลายเป็นตาข่ายดักจับพลังมารที่กำลังพุ่งเข้าใส่ นางไม่ได้เพียงแค่รับมือ แต่นางกำลังถักทอ 'ความจริง' เข้ากับ 'ความลวง' เพื่อบีบให้กองทัพมารเผยจุดอ่อนออกมา
การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างดุเดือดดั่งพายุคลั่ง จิ่งหลันทะยานเข้าหามู่หรงเฉิน พลังกระบี่ไร้อารมณ์ของเขาเรียบง่ายแต่ไร้ช่องโหว่ ทุกกระบวนท่าแฝงไปด้วยหลักสัจธรรมแห่งการปล่อยวางและการทำลายล้าง มู่หรงเฉินโต้ตอบด้วยวิชามารที่วิปริต ปราณมารสีนิลพุ่งเข้าปะทะกับปราณกระบี่สีคราม เกิดเป็นคลื่นกระแทกที่ทำลายต้นไม้และโขดหินโดยรอบจนราบเป็นหน้ากลอง
“ศิษย์พี่! ระวัง!” หลินเฟยหงแผดเสียงเตือนเมื่อเห็นเงาร่างลึกลับพุ่งออกมาจากเงามืดของมู่หรงเฉิน มันคืออสูรกายไร้หน้าที่มีกรงเล็บแหลมคมดุจเพชร มันพุ่งเป้าไปที่จุดบอดของจิ่งหลันขณะที่เขากำลังทุ่มเทพลังเข้าปะทะกับมู่หรงเฉิน
จิ่งหลันชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เขากลับไม่หันกลับไป เขาตัดสินใจทิ้งการป้องกันทั้งหมดแล้วเลือกที่จะทะลวงหน้าด้วยพลังกระบี่ขั้นสูงสุด รัศมีกระบี่กลายเป็นเสาแสงพุ่งทะลุร่างมู่หรงเฉินอย่างจัง ในวินาทีนั้นเอง กรงเล็บของอสูรกายก็จ่อเข้าที่ลำคอของจิ่งหลัน ห่างออกไปเพียงเส้นผมเดียว
ทว่า กระบี่ของจิ่งหลันไม่ได้แทงทะลุร่างของมู่หรงเฉิน แต่มันกลับหยุดลงที่จุดชีพจรสำคัญของอีกฝ่าย มู่หรงเฉินเบิกตากว้าง เลือดสีดำไหลซึมออกมาจากมุมปาก เขาไม่ได้พ่ายแพ้ด้วยพลัง แต่มันคือการสอนสั่งครั้งสุดท้ายที่จิ่งหลันมอบให้
“นี่คือวิถีแห่งกระบี่ที่เจ้าเคยใฝ่ฝันถึงไม่ใช่หรือ?” จิ่งหลันกระซิบข้างหูอดีตสหายที่กำลังสั่นสะท้าน “กระบี่ที่ไม่มีวันทำร้ายผู้ที่ยังมีหัวใจเหลืออยู่”
ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าที่เคยหมองหม่นด้วยพลังมารกลับถูกฉีกขาดออกเป็นช่องโหว่ เสียงหวีดร้องของจิตวิญญาณที่ถูกกักขังดังก้องไปทั่วสารทิศ แรงกดดันมหาศาลจากสวรรค์เบื้องบนเริ่มบีบอัดลงมายังป้อมปราการแห่งขุนเขา หลินเฟยหงมองดูเส้นด้ายชะตาที่บัดนี้กลายเป็นสีเลือดเข้มข้น นางรีบตะโกนเสียงหลง
“ท่านอาจารย์ ถอยออกมา! สวรรค์กำลังพิพากษาคนที่ฝืนชะตา... แต่มันไม่ได้เลือกว่าจะลงโทษแค่คนเดียว!”
พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาเริ่มแตกออกเป็นรอยแยกขนาดใหญ่ พลังงานสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งพุ่งลงมาจากฟากฟ้า มันมิใช่การช่วยเหลือ แต่มันคือทัณฑ์สวรรค์ที่หมายจะบดขยี้ทุกชีวิตที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ให้แหลกสลาย จิ่งหลันเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาที่สงบนิ่ง ผิดกับหลินเฟยหงที่หน้าถอดสีเมื่อนางพบว่า ร่างของมู่หรงเฉินเริ่มสลายกลายเป็นละอองทิพย์สีทอง แทนที่จะเป็นไอปีศาจ!
“มู่หรง... เจ้าไม่ได้เป็นมาร” หลินเฟยหงพึมพำด้วยความตระหนก “เจ้าคือเครื่องสังเวยที่สวรรค์ส่งมาเพื่อล่อให้ท่านอาจารย์ก้าวเข้าสู่กับดักนี้ตั้งแต่ต้น!”
ยังไม่ทันที่จิ่งหลันจะตอบสนอง แสงสีขาวนั้นก็กระทบลงมากลางยอดเขา ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วชั่วขณะ ก่อนที่เสียงระเบิดกัมปนาทจะทำลายล้างทุกสิ่งรอบตัวจนสิ้น!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับโศกนาฏกรรมครั้งนี้กับหลิวเยี่ยนซีนะคะ
เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 28
ป้อมปราการแห่งขุนเขา
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!