เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 29

เสียงเพลงที่หยุดยั้งศึก

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
ควันสีเทาคลุ้งกระจายผสมกับกลิ่นอายโลหิตที่คละคลุ้งไปทั่วหุบเขาหมื่นกระบี่ แรงระเบิดเมื่อครู่แผดเผาผืนป่าจนกลายเป็นจุล ทิ้งไว้เพียงหลุมอุกกาบาตขนาดมหึมาและเศษซากศิลาที่ยังคงคุกรุ่นด้วยไอเพลิงแห่งทัณฑ์สวรรค์ จิ่งหลันยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้เปรอะเปื้อนด้วยละอองเลือดและฝุ่นผง ปลายกระบี่ไร้ใจในมือขวายังคงหยดหยาดโลหิตสีชาดลงสู่พื้นดินทีละหยด เสียงสะท้อนของมันก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงคำรามของปีศาจที่กระหายการสังหาร เบื้องหน้าของเขาคือทหารมารนับพันที่ถาโถมเข้ามาดุจคลื่นใต้น้ำ นำโดยมู่หรงเฉินผู้มีดวงตาสีแดงฉานราวกับโลหิต รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของอดีตสหายร่วมสำนักผู้นั้น "จิ่งหลัน... เจ้าคิดว่ากระบี่เล่มเดียว จะต้านทานกองทัพอสูรโลหิตได้หรือ? วันนี้ศิษย์และสำนักของเจ้าจะต้องดับสูญ!" เสียงคำรามของมู่หรงเฉินสั่นสะเทือนปฐพี พร้อมกับที่กองทัพมารนับพันพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกัน เสียงกรีดร้องและเสียงคำรามสะท้านฟ้าทำให้มิติรอบด้านบิดเบี้ยว จิ่งหลันไม่แม้แต่จะกะพริบตา แววตาคมกริบดุจใบกระบี่เยียบเย็นไร้ซึ่งความหวาดหวั่น เขายกกระบี่ขึ้นตั้งรับ ปราณกระบี่ไร้อารมณ์แผ่พุ่งออกรอบตัวจนเกิดเป็นพายุหมุนสีขาวโพลน เตรียมตัวปลิดชีพพวกมันทั้งหมดในคราเดียว แม้ว่านั่นจะหมายถึงการเผาผลาญพลังชีวิตที่เหลืออยู่ของตนเองก็ตาม ทว่า— "ท่านพี่... หยุดก่อนค่ะ!" เสียงหวานใสแต่ทรงพลังดังก้องกังวานตัดผ่านเสียงคำรามของเหล่าอสูร ท่ามกลางพายุฝุ่นและกลุ่มควัน หลินเฟยหงก้าวออกมาจากแนวหลัง ร่างบางในชุดอาภรณ์สีม่วงอ่อนปลิวไสวตามแรงลมปราณ ข้อมือเรียวเล็กปรากฏรอยประทับแห่งเทพธิดาที่ส่องแสงเจิดจ้า แสงสีทองเรืองรองแผ่ขยายออกรอบตัวนาง ขับเน้นให้บรรยากาศอันดุเดือดเมื่อครู่พลันสงบลงอย่างน่าประหลาด จิ่งหลันชะงักมือที่กำลังจะตวัดกระบี่ สายตาคมหันกลับไปมองนางด้วยความตกตะลึงระคนไม่พอใจ "เฟยหง! ที่นี่อันตรายเกินไป ถอยไป!" "ข้าไม่ถอยค่ะ..." เฟยหงสบตากับเขา แววตาของนางเด็ดเดี่ยวและมั่นคงยิ่งกว่าครั้งใด นางสูดลมหายใจเข้าลึก, หลับตาลง ปล่อยให้จิตวิญญาณเชื่อมต่อกับเส้นด้ายแห่งชะตาชีวิตนับล้านที่โยงใยอยู่ทั่วผืนแผ่นดิน นี่ไม่ใช่เวลาของการใช้กำลังห้ำหั่น แต่มันคือเวลาของการใช้บทเพลงแห่งจิตวิญญาณเพื่อชำระล้างจิตมาร นางหยิบขลุ่ยหยกขาวที่เหน็บไว้ที่เอวขึ้นมาจรดริมฝีปาก ลมหายใจแรกถูกเป่าออกไปเบาๆ แต่กลับสร้างคลื่นเสียงใสราวกระจกกระทบกัน มันไม่ใช่เสียงดนตรีธรรมดา หากแต่เป็น "บทเพลงชำระจิตวิญญาณ" ที่สืบทอดมาจากแดนเทพโบราณ คลื่นพลังเสียงสีทองบริสุทธิ์แผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ดุจระลอกคลื่นบนผิวน้ำที่ไร้จุดสิ้นสุด เมื่อคลื่นเสียงนั้นสัมผัสกับทหารมารแถวหน้า ร่างของพวกมันก็พลันแข็งค้าง ดาบในมือร่วงหล่นลงพื้น ดวงตาที่เคยแดงฉานด้วยความกระหายเลือดค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ ความแค้น ความโกรธเกรี้ยว และจิตมารที่ถูกครอบงำด้วยกลิ่นอายของมู่หรงเฉินถูกชำระล้างออกไปทีละน้อย เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดเปลี่ยนเป็นเสียงถอนหายใจยาวนาน ก่อนที่ร่างของทหารมารเหล่านั้นจะทรุดลงคุกเข่า หลับตาลงอย่างสงบ ราวกับหลุดพ้นจากขุมนรก "นะ... นี่มันวิชาอะไรกัน?" มู่หรงเฉินเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เขาพยายามรวบรวมปราณมารเพื่อต้านทานคลื่นเสียง แต่ยิ่งเขาฝืนมากเท่าไหร่ หัวใจของเขาก็ยิ่งเจ็บปวดราถูกฉีกกระชาก ภาพความทรงจำในอดีตที่เขาเคยร่วมฝึกวิชากับจิ่งหลันและคนรักที่ล่วงลับไหลทะลักเข้ามาในหัวจนตั้งรับไม่ทัน "หยุดนะ! อย่าฟังเพลงของนาง!" มู่หรงเฉินตะโกนก้อง พยายามกระโดดเข้าประชิดตัวเฟยหงเพื่อขัดขวาง แต่จิ่งหลันไวกว่า พริบตานั้น ร่างของเขาก็พุ่งทะยานมาขวางหน้ามู่หรงเฉิน ปลายกระบี่ไร้ใจจ่ออยู่ที่ลำคอของอดีตสหายโดยไม่ลังเล แม้กระบี่จะยังไม่แทงทะลุ แต่ความเย็นยะเยือกของคมกระบี่ก็ทำให้เลือดบนลำคอของมู่หรงเฉินซึมออกมา "ก้าวเดียวจากนี้ หัวของเจ้าจะหลุดออกจากบ่า" เสียงของจิ่งหลันเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลายและเสียงเพลงของเฟยหงกำลังจะสะกดกองทัพมารทั้งหมดให้สงบลงได้ ท้องฟ้าเบื้องบนที่ควรจะกระจ่างใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ เมฆสีดำทะมุนรวมตัวกันเป็นรูปเกลียวคลื่นหมุนวนเหนือยอดเขา พร้อมกับเสียงฟ้าร้องคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ รอยประทับบนข้อมือของเฟยหงสว่างวาบขึ้นด้วยแสงสีทองเจิดจ้าจนแสบตา นางหยุดเป่าขลุ่ยทันที ร่างกายเซถอยหลังไปสองก้าวด้วยความเจ็บปวดราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้าที่กลางอก จิ่งหลันหันไปมองนางด้วยความตกใจ "เฟยหง เกิดอะไรขึ้น?" นางไม่ได้ตอบคำถามของเขา ดวงตากลมโตมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความหวาดกลัวที่แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ปากอั่นอึ้งเอ่ยออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ "ไม่ใช่... พวกเราคำนวณพลาด... เส้นด้ายแห่งชะตาไม่ได้ถูกตัดขาดโดยมู่หรงเฉิน... แต่มันกำลังถูกดึงโดย..." ยังไม่ทันที่นางจะกล่าวจบ ประตูมิติสีดำสนิทก็เปิดออกกลางอากาศเหนือหัวของพวกเขา แรงกดดันระดับมหาเทพที่ทำให้ขุนเขาทั้งลูกแทบแหลกสลายแผ่พุ่งลงมา พร้อมกับเงาร่างอันคุ้นเคยในชุดเกราะทองคำโบราณที่ก้าวออกมาจากความมืด—ผู้ที่ควรจะสูญสลายไปเมื่อหมื่นปีก่อน! ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของหลิวเยี่ยนซีมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%