เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 27

จิตวิญญาณที่สั่นคลอน

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
“รอยประทับที่ข้อมือของเจ้า... ไม่ใช่พรจากสวรรค์ แต่เป็นคำสาปจากข้าเอง” เสียงนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงสำนึกของหลินเฟยหง ราวกับคมมีดน้ำแข็งที่กรีดลึกลงบนผนังจิตวิญญาณ ความเงียบงันภายในห้องโถงลับอวลไปด้วยกลิ่นอายอับชื้นของกาลเวลาและคราบเลือดเก่าเก็บ แสงจันทร์สีนวลที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างหินสลักสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของจิ่งหลัน ประมุขหอเซียนผู้ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจและบรรลุวิชากระบี่สูงสุด ทว่ายามนี้ ร่างที่เคยสงบนิ่งดั่งขุนเขาและเยือกเย็นราวน้ำแข็งพันปีกลับกำลังสั่นเทาอย่างรุนแรง *เปรี๊ยะ...* เสียงแตกร้าวเบาๆ ดังขึ้นจากอากาศรอบตัวเขา ปราณกระบี่ไร้อารมณ์ที่เคยบริสุทธิ์และทรงพลังจนสามารถสะบั้นดารา บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นพายุหมุนสีดำทมิฬที่ปั่นป่วนอย่างไร้ระเบียบ ไmใช่... มันไม่ใช่ความตั้งใจที่จะควบคุม แต่เป็นการ "สูญเสียการควบคุม" อย่างสมบูรณ์แบบ "อาจารย์!" หลินเฟยหงอุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงตาคู่งามเบิกกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่ม ปราณกระบี่ในกายเขาตีรวนราวกับสัตว์ป่าที่คลุ้มคลั่ง มันกำลังฉีกกระชากเส้นชีพจรและอวัยวะภายในของเขาเองทีละน้อย จิ่งหลันไม่ตอบคำถาม มือข้างที่ถือกระบี่ประจำกายสั่นสะท้านจนโลหะเย็นเฉียบส่งเสียงครวญคราง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นเป็นสีดำคล้ำ ดวงตาที่เคยราบเรียบดั่งแอ่งน้ำลึก บัดนี้กลับฉายแววสีแดงฉานดั่งโลหิต ความทรงจำอันมืดมนที่เขาพยายามกดทับไว้ด้วยวิชากระบี่ไร้ใจมานานนับร้อยปี กำลังทะลักทลายออกมาดั่งเขื่อนแตก "ออกไป... เฟยหง..." เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทรมานที่ถูกซ่อนเร้น มันไม่ใช่เสียงของประมุขหอเซียนผู้ยิ่งใหญ่ แต่เป็นเสียงของมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังถูกแผดเผาด้วยไฟแห่งกรรมชั่วในอดีต "ไม่ค่ะ ศิษย์จะไม่ไปไหนทั้งนั้น!" นางก้าวเข้าไปใกล้ แม้จะรู้ว่าพลังที่กำลังระเบิดออกนั้นสามารถบดขยี้ร่างของนางให้แหลกเป็นจุลได้ในพริบตา รอยประทับรูปดอกบัวโลหิตบนข้อมือขวาของหลินเฟยหงเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ มันเปล่งแสงสีทองสลับแดงออกมาแข่งกับความมืดในห้องโถง ยิ่งจิ่งหลันสูญเสียการควบคุมมากเท่าไหร่ รอยประทับบนข้อมือนางก็ยิ่งสั่นสะทอนราวกับตอบรับเสียงเรียกจากสายเลือดเดียวกัน ภาพเหตุการณ์ในอดีตชาติที่หลินเฟยหงไม่เคยรับรู้ค่อยๆ ไหลเข้ามาในหัวของนางผ่านสายสัมพันธ์ประหลาดนี้—ภาพของหุบเขาเซียนที่ลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิง, เสียงกรีดร้องด้วยความแค้นเคือง, และภาพของกระบี่เล่มเดียวกันนี้ที่ทะลวงผ่านร่างของหญิงสาวผู้มีรอยประทับเดียวกัน... *ฉับพลัน!* ปราณกระบี่สายหนึ่งหลุดจากการควบคุม พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่แผ่นอกของหลินเฟยหงด้วยความเร็วราสายฟ้าแลบ! หลินเฟยหงไม่หลบเลี่ยง นางเลือกที่จะเผชิญหน้า มือเรียวบางยื่นออกไปคว้าจับคมกระบี่ที่อาบไปด้วยปราณสังหารด้วยมือเปล่า เลือดสีสดไหลรินหยดลงสู่พื้นหิน แต่พลังปราณที่กำลังจะสังหารนางกลับหยุดชะงักลงชั่วลมหายใจ เพราะสัมผัสอันอบอุ่นจากฝ่ามือของศิษย์สาว "ถ้าวิชากระบี่ไร้ใจมันทำให้ท่านต้องทรมานถึงเพียงนี้..." น้ำเสียงของนางสั่นเครือแต่ทว่าหนักแน่น ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งของเขา "เช่นนั้น... ท่านจะฝึกมันไปเพื่ออะไรกันคะ อาจารย์?" จิ่งหลันสะع้านเฮือก ลมหายใจของเขาติดขัด ภาพซ้อนของหญิงสาวในอดีตกับศิษย์สาวตรงหน้าทับซ้อนกันจนแยกไม่ออก ไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกรอบตัวจนละอองน้ำในอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่น ทว่าในความเยือกเย็นนั้น หัวใจที่ตายด้านไปแล้วกลับเต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งจนเจ็บปวด "เจ้าไม่เข้าใจ..." จิ่งหลันคำรามต่ำในลำคอ เสียงของเขาเจือไปด้วยความหวาดกลัว—ความหวาดกลัวที่ว่าเขาอาจจะควบคุมตัวเองไม่ได้และลงมือสังหารคนที่เขายอมเปิดใจให้อีกครั้ง "ข้าคือผู้ทำลายทุกสิ่ง... คนที่เจ้าเห็นในนิมิต... คือมือของข้าเองที่สังหารเจ้าในชาติภพก่อน!" คำสารภาพนั้นดังขึ้นท่ามกลางความมืดราวกับเสียงอสนีบาตฟาดผ่าลงกลางใจหลินเฟยหง ร่างของนางชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกຶก ทว่าความหวาดกลัวกลับถูกแทนที่ด้วยความลุ่มลึกในแววตา นางไม่ถอยหลังกลับ แต่กลับก้าวเข้าไปประชิดตัวเขามากขึ้น ปลายกระบี่ที่ยังคงปล่อยไอสังหารกรีดลงบนหัวไหล่นางจนเนื้อผ้าขาดวิ่นและมีโลหิตซึมออกมา แต่นางหาได้สนใจไม่ "ถ้าในอดีตท่านคือผู้พรากชีวิตข้า..." หลินเฟยหงกระซิบแผ่วเบาริมหูเขา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มที่เย็นเฉียบของชายหนุ่ม "เช่นนั้นในชาตินี้... ข้าก็จะใช้ลมหายใจทั้งหมดที่มี เพื่อฉุดดึงวิญญาณของท่านกลับมาจากขุมนรกแห่งความไร้ใจนี้ให้จงได้!" สิ้นเสียงของนาง รอยประทับบนข้อมือก็ส่องแสงสว่างเจิดจ้าจนกลบแสงจันทร์สิ้นเชิง พลังแห่งเทพธิดาและปราณกระบี่มารปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นกระแทกสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขาเซียน ท้องน้ายามราตรีที่เคยปลอดโปร่งกลับปรากฏเมฆฝนสีดำทะมันทอดตัวปกคลุมอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าที่เตรียมผ่าลงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ ทว่า ในวินาทีที่พายุพลังกำลังจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุลนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูหิน พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังขึ้นอย่างเยือกเย็น "ช่างเป็นภาพที่น่าซาบซึ้งใจเสียจริง... ศิษย์รักและอาจารย์ผู้สูงส่ง" เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวพ้นความมืดเข้ามา เผยให้เห็นใบหน้าครึ่งซีกที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากเพลิงมาร ดวงตาคู่นั้นทอประกายเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยความกระหายเลือด "มู่หรงเฉิน!" จิ่งหลันคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ปราณกระบี่ที่กำลังจะสงบลงกลับปะทุขึ้นมาอีกครั้งด้วยความรุนแรงระดับทำลายล้าง เมื่อเป้าหมายที่เขาตามล่ามาตลอดชีวิตก้าวเข้ามาหาถึงที่ในยามที่เขาอ่อนแอที่สุด หลินเฟยหงหันขวับไปมองผู้มาใหม่ หัวใจกระตุกวูบเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่เหนือกว่าทุกสิ่งที่นางเคยเจอมา ทว่าก่อนที่ใครจะได้ขยับตัว มู่หรงเฉินกลับยกยิ้มมุมปากอย่างผู้กุมชัยชนะ พร้อมกับสะบัดแขนเสื้อปล่อยค่ายกลโซ่ตรวนโลหิตพุ่งเข้าพันธนาการร่างของจิ่งหลันและนางไว้ในคราเดียว "ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของพวกเจ้า... ศิษย์พี่" หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและงดงามนี้ด้วยกันนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%