กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในสายหมอกยามสนธยา ไม่ได้มาจากสัตว์ป่า หากแต่เป็นกลิ่นอายความโลภอันโสมมของมนุษย์ที่เน่าเฟะเสียยิ่งกว่าซากศพ
"ศิษย์พี่... ท่านยังจะก้าวเดินด้วยวิถีกระบี่ไร้ใจไปถึงไหนกัน?"
เสียงของหลินเฟยหงดังขึ้นทำลายความเงียบงัน นางยืนอยู่บนคานไม้ผุกร่อนของโรงเตี๊ห้างร้างแห่งเมืองชายแดน ปลายกระบี่ในมือสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่อปีศาจร้ายที่กำลังอาละวาดเบื้องล่าง แต่เป็นเพราะแรงกดดันจากปราณกระบี่เย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างของบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า
จิ่งหลันไม่แม้แต่จะชายตามองนาง ดวงตาคู่คมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็งทอดมองไปยังลานกว้างเบื้องล่าง ที่ซึ่งเงาร่างมหึมาของอสูรโลหิตกำลังฉีกทึ้งร่างของชาวบ้านผู้ไร้ทางสู้ ปราณกระบี่ในตั่วของเขาหมุนวนอย่างดุดัน รัศมีสีครามเข้มแผ่พุ่งจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
"วิถีกระบี่ไร้ใจ มิใช่การไร้ความรู้สึก..." น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพายุหิมะในหุบเขาเซียนดังลอดไรฟัน จิ่งหลันปรายตามองนางชั่วพริบตา แววตานั้นลึกล้ำจนยากจะหยั่งถึง "หากแต่เป็นการตัดสิ้นซึ่งความลังเล... เช่นเดียวกับที่เจ้าไม่ควรเอาความสงสารมาไว้บนคมกระบี่"
สิ้นคำ ประมุขหอเซียนก็หายลับไปจากจุดที่ยืน ราวกับสายฟ้าสีครามที่ผ่ากลางความมืด
หลินเฟยหงกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด นางสะบัดข้อมือข้างที่มีรอยประทับแห่งเทพธิดาเรืองแสงสีทองจางๆ นัยน์ตาคู่สวยหรี่ลงเมื่อเส้นด้ายแห่งชะตาชีวิตนับร้อยเส้นปรากฏขึ้นในห้วงนึกคิด นางมองเห็น... นางเห็นว่าหากปล่อยให้อสูรโลหิตตัวนี้อาละวาดต่อไป อีกไม่ถึงหนึ่งเค่อ ครึ่งหนึ่งของเมืองนี้จะกลายเป็นทะเลเพลิง และหนึ่งในร่างที่ไร้วิญญาณบนพื้นดินนั้น จะมีเด็กหญิงตัวน้อยที่นางเพิ่งแบ่งซาลาเปาให้กินเมื่อยามบ่ายรวมอยู่ด้วย
*เปรี้ยง!*
เสียงกระบี่กระทบกับเกล็ดอสูรดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะของลมปราณแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนหลังคาโรงเตี๊ยมกระเบื้องปลิวว่อน จิ่งหลันในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยละอองเลือดสีดำ ทว่าท่าทางของเขากลับสง่างามรากับเทพเซียนลงมาจุติ กระบี่ในมือวาดลวดลายตระการตา อักขระเวทสีทองนับพันลอยวนอยู่รอบคมกระบี่ ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าเจาะทะลวงจุดตายของอสูรโลหิตอย่างเหี้ยมเกรียมและแม่นยำ
ทว่า อสูรตัวนี้หาใช่สัตว์เดรัจฉานทั่วไป มันส่งเสียงคำรามก้องฟ้า ดวงตาสองคู่เบิกโพลงด้วยความแค้นเคือง พลังมารสีดำทมิฬพวยพุ่งออกจากบาดแผล กลายเป็นหนวดระยางนับร้อยเส้นพุ่งเข้าโจมตีจิ่งหลันจากทุกทิศทุกทางพร้อมกัน!
"ระวังเจ้าค่ะ!"
หลินเฟยหงอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว ร่างบางพุ่งทะยานลงจากคานไม้ราวกับผีเสื้อร่อนลม กระบี่คู่ใจของนางสะบัดออกเป็นวงกว้าง ปล่อยค่ายกลกระบี่บุปผาโปรยปรายเพื่อสกัดกั้นหนวดมารที่ลอบโจมตีด้านหลังให้จิ่งหลัน สัมผัสอุ่นร้อนจากไอพลังของนางปะทะเข้ากับความเย็นยะเยือกของเขาชั่วขณะ ทำให้จิ่งหลันชะงักไปเล็กน้อย
ชายหนุ่มเหลือบมองนางด้วยหางตา ภายในอกกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรงโดยไม่รู้สาเหตุ ความรู้สึกแปลกประหลาดที่คล้ายคลึงกับความห่วง
"ใครใช้ให้เจ้าสอดมือเข้ามา?" เสียงของเขาเย็นชาไร้ความปรานี แต่กลับไร้ซึ่งจิตสังหารต่อนาง
"ถ้าข้าไม่สอดมือเข้ามาร1 วิญญาณของประมุขหอเซียนผู้ยิ่งใหญ่คงต้องไปรายงานตัวกับพญายมยมโลกก่อนจะทันได้ล้างแค้นให้สำนักแล้วกระมัง!" หลินเฟยหงสวนกลับทันควัน นัยน์ตาดื้อรั้นฉายแววท้าทาย แม้เม็ดเหงื่อจะผุดพรายบนหน้าผากเนียน
อสูรโลหิตเห็นเหยื่อยังคงต่อสู้ขัดขืน มันจึงรวบรวมพลังมารทั้งหมดไว้ที่กรงเล็บมหึมา แล้วตบลงสู่พื้นดินอย่างแรง!
*ตูมมมม!*
พื้นศิลาแผ่นใหญ่แตกละเอียด แรงกระแทกส่งคลื่นพลังมหาศาลซัดทั้งสองร่างกระเด็นถอยหลังไปคนละ
ทิศละทาง หลินเฟยหงกระอักเลือดออกมาคำโต ร่างบางเซถลาชนเข้ากับกำแพงศิลาของศาลเจ้าเก่าแก่ พลังมารกัดกินหัวใจจนนางรู้สึกเจ็บแปลบไปทั่วร่าง
จิ่งหลันพยุงร่างด้วยกระบี่ ปราณในกายปั่นป่วนจากการปะทะเมื่อครู่ นัยน์ตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ไม่ค่อยได้แสดงออกบ่อยนัก อสูรตนนี้มีความผิดปกติ... มันมีกลิ่นอายของพลังมารสายเดียวกับมู่หรงเฉิน อดีตสหายผู้ทรยศ!
ความคิดนั้นทำให้จิตใจของจิ่งหลันระอุขึ้น ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่สำนักถูกเผาทำลายผุดขึ้นมาซ้ำๆ วิถีกระบี่ไร้ใจที่เคยฝึกฝนมานับร้อยปีสั่นคลอน อารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ใต้ความเย็นชาเริ่มปะทุทะลักออกมา
"ตายเสียเถอะ!"
จิ่งหลันคำรามลั่น ท้องฟ้าเหนือเมืองชายแดนพลันเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท สายฟ้าสีครามคำรามก้องรับทัณฑ์สวรรค์ ร่างของเขาลอยเคว้งขึ้นสู่กลางอากาศ ตัวกระบี่เรืองแสงเจิดจ้าจนสว่างวาบไปทั่วทั้งทิศานุทิศ พลังกดดันระดับบรรลุขั้นเซียนแท้จริงแผ่ซ่านกดทับให้อสูรโลหิตคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
แต่วินาทีที่จิ่งหลันกำลังจะตวัดกระบี่ปลิดชีพศัตรู...
จู่ๆ เงาร่างสีดำสายหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศลงมาขวางกั้นระหว่างเขากับอสูรโลหิตอย่างอารักขา ปลายกระบี่สีนิลกาฬวาดผ่านหน้าผากจิ่งหลันไปเพียงไม่กี่ชุลมุน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นเคยดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วผืนป่า
"ช้าก่อน... ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านจะรีบร้อนเด็ดหัวสุนัขรับใช้ของข้าไปไยกันเล่า?"
หลิวเยี่ยนซีจะรอพบทุกท่านในตอนต่อไปค่ะ
เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 9
ภารกิจแรกในแดนมนุษย์
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!