เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 8

ใต้แสงจันทร์และน้ำค้างแข็ง

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นอายจันทราและน้ำค้างแข็งในยามวิกาลไม่ได้นำพามาซึ่งความสงบ หากแต่เป็นความเยียบเย็นที่แทรกซึมเข้าสู่ไขกระดูก หลินเฟยหงสะบัดข้อมือเบาๆ สายลมปราณสีครามจางๆ ขับไล่คราบโลหิตและไอพิษจากสำนักมารอัคคีที่ติดปลายอาภรณ์ให้สลายกลายเป็นละอองธุลี นางยืนอยู่บนหลังคาตำหนักกระบี่ไร้ลักษณ์ ร่างระหงทอดมองลงไปยังลานกว้างเบื้องล่างที่บัดนี้เงียบสงัด มีเพียงเสียงสะท้อนของวิถีกระบี่ในห้วงสำนึกที่ยังคงก้องกังวานไม่จางหาย "เจ้ายังไม่นอนอีกหรือ..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงหินผากระทบสายน้ำดังกังวานขึ้นเบื้องหลัง จิ่งหลันก้าวเดินออกมาจากความมืด ฝ่ามือหนากำด้ามกระบี่บินอัสนีไว้หลวมๆ กลิ่นอายความเยือกเย็นและดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับกำแพงเหล็กที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า แต่ในยามนี้ มันกลับเจือไปด้วยความเหนื่อยล้าที่ยากจะปิด หลินเฟยหงไม่หันกลับไปมอง นางยังคงแหงนมองดวงจันทร์สีมุกที่ถูกเมฆหมอกบางเบาเคลื่อนเข้าบดบัง "ข้ายังนอนไม่หลับค่ะ... หรือจะพูดให้ถูกคือ ใต้หล้าในยามนี้ ไม่มีที่ใดปลอดภัยพอให้หลับตาลงได้สนิทหรอก ท่านประมุขจิ่ง" จิ่งหลันสาวเท้าเข้าไปใกล้ ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงแค่เอื้อมมือ สายตาคมกริบดั่งคมกระบี่กวาดมองรอยแผลเป็นจางๆ บนลาดไหล่ของนาง รอยแผลที่เกิดจากการเอาตัวเข้า挡รับกระบี่มารเมื่อยามที่พวกเขาบุกทลายค่ายกลร้อยอสูรเมื่อสามวันก่อน "เจ้าโง่เขลา รนหาที่ตาย" น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าว ทว่าปลายนิ้วที่ยื่นออกไปแตะลงบนรอยแผลบริเวณหัวไหล่ของนางกลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างไม่น่าเชื่อ "เหตุใดจึงต้องเอาตัวเข้าแลก ในเมื่อข้าสามารถสะบัดกระบี่เพียงคราเดียวเพื่อกวาดล้างพวกมันได้หมด" "เพราะท่านมีกระบี่ที่ต้องรักษาความยุติธรรมของยุทธภพ แต่ข้า... มีคนที่ต้องรักษาเอาไว้ด้วยชีวิตเช่นกันค่ะ" หลินเฟยหงหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตคู่นั้นสุกสกาวดั่งดวงดาวในคืนเดือนมืด นางจ้องลึกลงไปในดวงตาที่มักจะไร้ก้นบึ้งของเขา "ท่านประมุขจิ่ง ท่านบอกว่าวิชากระบี่ไร้อารมณ์คือจุดสูงสุดของการบำเพ็ญเพียร ไร้รัก ไร้แค้น ไร้ความผูกพัน แล้วเหตุใด... ยามที่ท่านมองข้า แววตานั้นจึงไหววูบราวกับผืนน้ำยามต้องลมพายุเล่าคะ?" คำถามนั้นราวกระบี่คมกริบที่แทงทะลุเกราะป้องกันอันหนาทึบของจิ่งหลัน เขานิ่งงัน ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ ความทรงจำอันเลือนรางจากอดีตชาติ—ภาพของหญิงสาวในอาภรณ์สีขาวผู้ยอมสละดวงจิตเพื่อปกป้องเขาจากทัณฑ์สวรรค์ซ้อนทับขึ้นมาในห้วงนึก รสชาติฝาดเฝื่อนของความสูญเสียตีตื้นขึ้นมาจุกที่ลำคอ "เจ้าไม่เข้าใจ..." จิ่งหลันเบือนหน้าหนี น้ำเสียงแหบพร่าลงเล็กน้อย "ความผูกพันคือโซ่ตรวนที่ผูกมัดวิญญาณ ยิ่งเจ้ารักมากเท่าไหร่ วันที่สูญเสีย... ความเจ็บปวดจะกัดกินตัวตนของเจ้าให้แหลกสลายจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลี มู่หรงเฉินสหายร่วมสำนักของข้าในอดีตก็คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เขายอมขายวิญญาณให้แก่มารโลหิต เพียงเพราะไม่ยอมรับความตายของคนรัก... เจ้าอยากให้จุดจบของเรากลายเป็นเช่นนั้นหรือ?" "มู่หรงเฉินทำเช่นนั้นเพราะเขาหลงทางในความยึดติดค่ะ" หลินเฟยหงก้าวเข้าไปประชิด ปลายจมูกของคนทั้งสองแทบจะชนกัน ความอบอุ่นจากร่างกายของนางแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาปะทะไอเย็นของเขา "แต่ความรักที่แท้จริงหาใช่โซ่ตรวนไม่... มันคือพลังที่ทำให้เรากล้าเผชิญหน้ากับฟ้าดินต่างหาก ท่านกลัวความตายหรือคะ? หรือท่านกลัวที่จะ ‘รู้สึก’ อีกครั้งกันแน่?" ดวงตาคมกริบของจิ่งหลันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่มีผู้ใดกล้าจี้ใจดำเขาถึงเพียงนี้ ร่างกายของจอมยุทธ์ผู้ไร้พ่ายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ แรงดึงดูดอันแปลกประหลาดระหว่างวิญญาณทั้งสองดวงกำลังโหมกระหน่ำราวกับคลื่นใต้น้ำที่รอวันปะทุ เขายื่นมือออกไป กุมข้อมือข้างที่มีรอยประทับแห่งเทพธิดาของนางไว้แน่น ไอความร้อนจากฝ่ามือของเขาแผดเผาผิวเนื้อจนเกิดเสียงซ่าเบาๆ คล้ายน้ำค้างกระทบเปลวไฟ "เจ้ามันปีศาจตัวน้อย..." จิ่งหลันกระซิบชิดริมฝีปากของนาง ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน "เจ้าเข้ามาปั่นป่วนเส้นชีพจรและจิตวิญญาณของข้าจนแทบจะควบคุมไม่ได้แล้ว... หลินเฟยหง" "ถ้ารู้สึกเช่นนั้นแล้ว ไยต้องฝืนต้านทานเล่าคะ?" นางแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มท่ามกลางแสงจันทร์และน้ำค้างแข็ง "ปล่อยให้กระบี่ในมือท่านได้พักผ่อนเถิดค่ะ ให้หัวใจดวงนี้ได้..." ยังไม่ทันที่คำพูดจะหลุดจากเรียวปาก เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังผ่าความเงียบสงบของราตรีมาจากทิศประจิม! *ตูมมมม!* คลื่นพลังปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ย้อมหมู่เมฆสีขาวให้กลายเป็นสีเลือดในพริบตา พร้อมกับค่ายกลปกป้องหอเซียนที่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนเกิดรอยร้าวราวดั่งใยแมงมุม จิ่งหลันตวัดสายตากลับไปยังทิศทางนั้นทันที ประกายตาสีชาดวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารอันดุร้าย ความอ่อนโยนเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงประมุขหอเซียนผู้พร้อมจะเด็ดหัวผู้บังอาจมารุกล้ำ "ดูเหมือนว่า... สหายเก่าของข้าจะไม่ยอมให้เราได้ดื่มด่ำกับค่ำคืนนี้เสียแล้วสิ" จิ่งหลันแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ก่อนจะชักกระบี่บินอัสนีออกจากฝัก แสงสีฟ้าสว่างวาบผ่าความมืดมิด ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่จิ่งหลันกำลังจะทะยานร่างออกไป หลินเฟยหงกลับคว้าชายเสื้อของเขาไว้แน่น ใบหน้างามซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อมองเห็นเส้นด้ายแห่งชะตาชีวิตของคนผู้หนึ่งที่กำลังขาดสะบั้นลงกลางอากาศ "ไม่ใช่แค่มู่หรงเฉิน..." เสียงของนางสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "คนที่มาเยือน... ไม่ใช่ศัตรูจากสำนักมารอัคคี แต่เป็น... คนที่ท่านคิดว่าตายไปแล้วเมื่อร้อยปีก่อน!" หลิวเยี่ยนซีจะรอพบทุกท่านในตอนต่อไปค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%