เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 7

คำเตือนจากเงามืด

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"เจ้าเอาอะไรมาแลกกับความลับที่ว่า... มู่หรงเฉินไม่ได้เป็นผู้เดียวที่รู้เรื่องค่ายกลวิญญาณโลหิต" เสียงทุ้มต่ำราวกับน้ำแข็งขั้วโลกกวาดผ่านความเงียบงันภายในห้องโถงลับ จิ่งหลันไม่แม้แต่จะชายตามองร่างเพรียวบางที่ยืนอยู่เบื้องหน้า นัยน์ตาคมกริบดั่งคมกระบี่สะท้อนเปลวเพลิงสีชาดจากตะเกียงสำริด สัญชาตญาณดิบแห่งผู้บรรลุกระบี่ไร้อารมณ์กำลังร้องเตือนว่า สตรีผู้นี้—หลินเฟยหง—มีความลับดำมืดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มเยือกเย็นและดวงตากลมโตคู่นั้น หลินเฟยหงไม่สะทกสะท้านต่อแรงกดดันจากลมปราณมหาศาลที่จิ่งหลันจงใจแผ่ซ่านออกมาเพื่อกดขี่นาง นางเพียงแต่ยกปลายนิ้วขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มอย่างเชื่องช้า ข้อมือเรียวขาวปรากฏรอยประทับแห่งเทพธิดาเรืองแสงสีฟ้าจางๆ ยามเมื่อนางขยับตัว เส้นด้ายแห่งชะตาชีวิตนับพันสายในห้วงมิติที่คนทั่วไปมองไม่เห็น กำลังสั่นไหวและพุ่งเข้าหาร่างของประมุขหอเซียนผู้นี้ราวกับงูพิษที่เตรียมฉกกัด "ท่านประมุขจิ่ง... ท่านระแวงข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ?" เฟยหงแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกด้วยความท้าทาย น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่กลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ท่านบอกว่าข้าเป็นเพียงศิษย์สาวไร้หัวนอนปลายเท้าผู้หนึ่งที่เก็บมาจากเชิงเขาหมื่นกระบี่... แต่เหตุใดเล่า ทุกครั้งที่กระบี่ในฝักของท่านสั่นไหวเมื่อเผชิญหน้ากับมารมู่หรง รอยแผลเป็นที่หน้าอกของท่านจึงร้อนผ่าวขึ้นมาพร้อมกับชื่อของข้า?" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่ากลางใจจิ่งหลัน! ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าประชิดตัวในพริบตา ปลายกระบี่ไร้ใจที่ยังไม่ทันชักออกจากฝักถูกยกขึ้นกดแนบลำคอระหงของนางทันที แรงกดดันจากคมกระบี่ทำให้ผิวเนื้อเนียนละเอียดปรากฏรอยแดงจางๆ แต่ดวงตาของหลินเฟยหงกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความดื้อรั้นและเย้ยหยันที่ทำให้จิ่งหลันรู้สึกหงุดหงิดจนแทบคลั่ง "เจ้าเป็นใครกันแน่... เฟยหง" จิ่งหลันกัดฟันกรวด ไอสังหารแผ่พุ่งออกรอบกายจนฝุ่นผงบนพื้นหินหยกสั่นระรัว "วิชาเนตรสวรรค์ที่เจ้าใช้เมื่อคืนวาน ไม่ใช่วิชาที่มนุษย์ในยุทธภพนี้จะฝึกฝนได้ และรอยประทับบนข้อมือของเจ้านั่น... มันคือเครื่องหมายของตระกูลเซียนโบราณที่สูญสลายไปเมื่อพันปีก่อน เจ้าเข้ามาในหอเซียนด้วยจุดประสงค์ใดกันแน่!" นิ้วเรียวของเฟยหงค่อยๆ เอื้อมขึ้นมาสัมผัสกับคมกระบี่ที่จ่อลำคออยู่ ความเย็นเยียบของเหล็กกล้าไม่ระคายผิวนางแม้แต่น้อย นางปัดมันออกเบาๆ อย่างไม่แยแส ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาจนได้กลิ่นหอมจางๆ ประหลาดคล้ายดอกบัวหิมะพันปีที่ผลิบานท่ามกลางหิมะแดง "ถ้าข้าบอกว่า... ชะตาชีวิตของท่านและข้าถูกผูกติดกันไว้ด้วยเลือดและความแค้นตั้งแต่อดีตชาติเล่า ท่านจะเชื่อข้าไหม?" เฟยหงกระซิบแผ่วเบາข้างใบหูของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินผ่านต้นคอแกร่ง ทำให้จิ่งหลันชะงักงันไปชั่วขณะ ภาพความทรงจำสีเลือด ภาพร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งที่ยอมสละชีพเพื่อปกป้องเขาเมื่อร้อยปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว แต่มันกลับถูกแทนที่ด้วยภาพเงาดำทะมึนของมู่หรงเฉินที่หัวเราะเยาะเย้ยท่ามกลางกองเพลิง ความสับสนตีรวนอยู่ในอกจนจิ่งหลันต้องขบกรามแน่น เขาเกลียดความรู้สึกนี้—ความรู้สึกที่ถูกควบคุมโดยสตรีผู้นี้ ความรู้สึกที่หัวใจซึ่งควรจะด้านชาดั่งหินผา กลับเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ทุกครั้งที่นางเข้าใกล้ "อย่ามาเล่นลิ้นกับข้า!" จิ่งหลันตวาดกร้าว มือแกร่งคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของนาง บังคับยกขึ้นสูงเพื่อให้แสงจากตะเกียงสาดส่องลงบนรอยประทับนั้นชัดๆ "บอกความจริงมา มิฉะนั้น..." "มิฉะนั้นท่านจะฆ่าข้าทิ้งเสียตอนนี้เลยงั้นหรือ?" เฟยหงสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว "ท่านทำได้... เหมือนที่ท่านสังหารศิษย์ร่วมสำนักที่หันเหเข้าทางมารอย่างไร้ความปรานี แต่ท่านก็รู้ดีว่า หากไม่มีข้า... ท่านไม่มีทางแกะรอยค่ายกลวิญญาณโลหิตที่มู่หรงเฉินกำลังใช้อבรมพลังขั้นสิบได้ทันวันเพ็ญเดือนหน้าแน่!" คำพูดของนางทิ่มแทงเข้ากลางเป้าหมายอย่างแม่นยำ จิ่งหลันชะงัก คมกระบี่ในมือคลายแรงลงเล็กน้อย เขารู้ดีว่านางพูดความจริง มู่หรงเฉินกำลังวางแผนการใหญ่ที่อาจพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินยุทธภพ และเบาะแสเดียวที่หอเซียนมีก็มาจากปากของสตรีลึกลับผู้นี้ บรรยากาศภายในห้องโถงตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าอึดอัด มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวและเสียงลมปราณที่ปะทะกันเบาๆ ระหว่างคนทั้งสอง จิ่งหลันจ้องมองใบหน้าเนียนนุ่มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของนาง ความสงสัยระคนเคลือบแคลงยังคงกัดกินจิตใจ เขายังคงไม่ไว้วางใจนาง แต่วิถีแห่งกระบี่และภาระหน้าที่บนบ่าของประมุขหอเซียน บีบบังคับให้เขาต้องเลือกเดินหน้าต่อไปร่วมกับปีศาจตัวน้อยที่ซ่อนพิษสงไว้รอบตัวผู้นี้ ทว่า... ในจังหวะที่จิ่งหลันกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำถามเพื่อคาดคั้นต่อ ประตูหินหนักอึ้งนับพันชั่งของห้องโถงลับก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง! *ครืนนน—!* แรงระเบิดมหาศาลจากภายนอกซัดกระหน่ำเข้ามาจนกำแพงหินศิลาแกร่งร้าวรานเป็นทางยาว เศษหินและฝุ่นผงปลิวว่อน ควันสีดำทึบพวยพุ่งเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายคาวเลือดที่คุ้นเคย—กลิ่นอายมารอันชั่วร้ายของมู่หรงเฉิน! จิ่งหลันตวัดสายตากลับไปมองหน้าประตูด้วยความตกตะลึง มู่หรงเฉินมาเร็วกว่ากำหนดถึงสามวัน! และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ... บนพื้นหินเบื้องหน้าของพวกเขา รอยแยกของมิติปรากฏขึ้นพร้อมกับเงาสะท้อนของใครบางคน—บุคคลที่จิ่งหลันคิดว่าตายไปแล้วเมื่อร้อยปีก่อน กำลังก้าวเท้าพ้นความมืดออกมาเพื่อเอ่ยชื่อของหลินเฟยหงด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "ศิษย์น้อง... ในที่สุดเจ้าก็พาเหยื่อมาติดกับจนได้นะ" หลินเฟยหงหันไปมองเงาดำนั้นด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาด—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความตกใจแม้แต่น้อย... ก่อนที่นางจะหันกลับมามองจิ่งหลันที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความตระหนกสุดขีด! --- หลิวเยี่ยนซีจะรอพบทุกท่านในตอนต่อไปค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%