เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 6

กลิ่นอายมารในหอตำรา

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ปลายจมูกหาใช่ภาพลวงตาไม่ หลินเฟยหงหยุดฝีเท้าลงอย่างกะทันหันบนพื้นหินหยกขาวแห่งหอตำราหลวง แสงตะเกียงวิเศษนับพันดวงภายในชั้นที่เจ็ดทอประกายสีนิลวับวาม ทว่าเงาดำที่ทอดทาบอยู่หลังชั้นตำราโบราณนับหมื่นเล่มกลับบิดเบี้ยวผิดรูป รอยประทับรูปดอกบัวเหมันต์บนข้อมือเรียวบางของนางร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่ง ราวกับมันกำลังกรีดร้องเตือนถึงภัยอันตรายที่อยู่ห่างออกไปเพียงคืบ "ใคร?" สุเสียงของนางเย็นเยียบราวกับสายลมหนาวพัดผ่านหุบเหวไร้ก้นบึ้ง ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงละอองฝุ่นสีทองที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นช้าๆ ทว่าเส้นด้ายแห่งชะตาชีวิตสีแดงฉานนับร้อยเส้นที่เชื่อมโยงกับหอตำราแห่งนี้กลับขาดสะบั้นลงทีละเส้น... ทีละเส้นอย่างโหดร้าย เฟยหงขบกรามแน่น ปลายกระบี่สั่นระริกในฝัก ท่วงท่าของนางสง่างามทว่าพร้อมระเบิดพลังปราณออกได้ทุกเมื่อ ดวงตาคู่คมกวาดมองไปเบื้องหน้า ความเงียบงันภายในหอตำราเวลานี้ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามของอสูรบรรพกาลเสียอีก เพราะมันคือความเงียบของความตายที่ถูกจงใจซ่อนเร้น *พรึบ!* ประกายเพลิงสีม่วงเข้มลุกโชนขึ้นที่มุมอับสายตา กลิ่นอายมารอันชั่วร้ายพวยพุ่งทะลักทลายค่ายกลคุ้ม1กันหอตำราจนแหลกละเอียดเป็นจุล แรงกดดันระดับขอบเขตบรรพชนมารกดทับลงบนบ่าของหลินเฟยหงจนลมหายใจสะดุด ทว่าสตรีผู้ถือครองลิขิตฟ้าหาได้ยอมก้มหัวให้ความหวาดกลัว นางสะบัดข้อมือวูบ กระบี่คู่ใจพุ่งออกจากฝักด้วยเสียงกรีดร้องเสียดฟ้า เปล่งประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์ตัดผ่านความมืดมิดราวกับสายฟ้าฟาด "วิชากระบี่สลายมาร... เจ้ากล้าดียังไงถึงบุกรุกเข้ามาในเขตหวงห้ามของสำนัก!" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ แม้ภายในใจจะตระหนักดีว่าพลังระดับนี้มิใช่สิ่งที่ศิษย์สายในจะรับมือได้โดยลำพัง "ฮ่าๆๆ... ศิษย์หลานตัวน้อย ช่างโง่เขลาเบาปัญญาเสียจริง" เสียงหัวเราะแหบพร่าดั่งภูตผีสะท้อนก้องไปทั่วผนังหิน หญิงสาวในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงาอัคคี ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกสวมไว้ด้วยหน้ากากกระดูกอสูร รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "เจ้าคิดว่าค่ายกลกระจกนิลกาฬของสำนักเซียนพวกเจ้า จะกักขัง 'ผู้ร่วงหล่น' เช่นพวกเราได้ตลอดไปงั้นหรือ? น่าสมเพช... สำนักที่บูชาแต่ความถูกต้อง แท้จริงแล้วเน่าเฟะจากข้างในยิ่งกว่าซากศพเสียอีก!" มู่หรงเฉิน... แม้เขาจะไม่ได้ปรากฏกายด้วยร่างจริง แต่วิญญาณโลหิตที่ถูกส่งมาทดสอบในครั้งนี้ก็ทรงพลังมากพอที่จะทำให้รากฐานของหอตำราสั่นคลอน เฟยหงกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด นางไม่สนคำยั่วยวนเหล่านั้น ปราณเทพธิดาในกายถูกรีดเร้นออกมาจนถึงขีดสุดเพื่อต้านทานแรงกดดันมารที่แผ่ขยาย ร่างบางพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวในพริบตาเดียว วิชากระบี่ร,รวดเร็วดุจสายฝนโปรยปราย กระบี่ในมือวาดเป็นวงโค้งสกัดจุดตายของอีกฝ่ายอย่างไร้ความปรานี การปะทะกันของปราณเซียนและปราณมารสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งยอดเขาหลัก รuอยร้าวสีดำปรากฏขึ้นบนอากาศราวกับกระจกที่กำลังจะแตกสลาย ในวินาทีที่ปลายกระบี่ของหลินเฟยหงจ่อเข้าที่ลำคอของร่างเงาดำ มู่หรงเฉินกลับแย้มยิ้มอย่างน่าประหลาด เขาไม่ได้หลบเลี่ยง بل เอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของนางเย็นเฉียบ "เจ้าคิดว่าจิ่งหลัน ประมุขผู้เย็นชาไร้หัวใจของพวกเจ้า... ไม่รู้เรื่องนี้งั้นหรือ? ลองหันกลับไปมองด้านหลังของเจ้าสิ... ศิษย์รัก" หัวใจของหลินเฟยหงกระตุกวาบ นางชะงักค้าง ปลายกระบี่สั่นไหวด้วยความไม่มั่นคง ความรู้สึกหวาดระแวงพุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดสุด นางค่อยๆ หันกลับไปช้าๆท่ามกลางละอองควันสีดำที่กำลังจางหาย เบื้องหลังซากตำราที่ถูกเผาทำลายจนราบคาบ ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของจิ่งหลันยืนนิ่งสงบอยู่ที่นั่น ดวงตาคู่คมคายคู่นั้นเยียบเย็นไร้ก้นบึ้ง ทว่าในมือของเขากลับถือหยกวิญญาณมารชิ้นหนึ่ง... สิ่งเดียวกับที่พวกมันใช้เปิดประตูมิติเข้ามาในสำนัก! หลิวเยี่ยนซีจะรอพบทุกท่านในตอนต่อไปค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%