เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 10

ภาพลวงตาแห่งใจ

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
ความเงียบงันภายในค่ายกลภาพลวงตา 'หมื่นบุปผาสลายวิญญาณ' นั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ามหาสมุทรโลกันตร์ หลินเฟยหงทรุดกายลงคุกเข่าบนพื้นหินอ่อนสีดำสนิทที่สะท้อนเงาจันทร์โลหิต หยาดเหงื่อกาฬไหลรินอาบแก้มนวลนวลเนียน ปลายข้อมือเรียวบางที่มีรอยประทับแห่งเทพธิดากำลังเรืองแสงสีทองสั่นระริก ทว่าแสงนั้นกลับริบหรี่ลงทุกขณะราวกับเปลวเทียนท่ามกลางพายุคลั่ง "นี่คือ... ตัวตนที่แท้จริงของเจ้าอย่างนั้นหรือ?" เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นจากเบื้องหน้า ภาพเบื้องตาของนางไม่ใช่ค่ายกลโบราณ หากแต่เป็นร่างของมารดาผู้ล่วงลับที่ถูกตรึงด้วยกระบี่นับพันเล่ม ดวงตาทั้งคู่จ้องมองมาด้วยความผิดหวังและโกรธเกรี้ยว "หลินเฟยหง... เจ้าคือต้นเหตุที่ทำให้ตระกูลต้องล่มสลาย เจ้าคือปีศาจที่แบกรับคำสาป!" หัวใจของนางกระตุกวูบ ความเจ็บปวดเสียดแท่นลึกถึงวิญญาณ ความทรงจำอันเลวร้ายที่ถูกฝังกลบไว้ในส่วนลึกที่สุดถูกขุดคุ้ยขึ้นมาทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่า นางพยายามจะยกมือขึ้นอุดหู แต่เรียวแขนกลับหนักอึ้งดั่งแบกภูเขาไว้ทั้งลูก ปราณในกายปั่นป่วนจนกระอักโลหิตสีแดงเข้มออกมาคำโต ในมิติภายนอกค่ายกล จิ่งหลันยืนนิ่งสงบดั่งรูปสลักหยกหิมะ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ต้องสายลมราตรีจนพลิ้วไหว ทว่าดวงตาหงส์คู่นั้นกลับลุ่มลึกและเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งพันปี สัมผัสแห่งจิตวิญญาณบอกเขาว่า ศิษย์สาวตัวน้อยกำลังหลงทางอยู่ในเขาวงกตแห่งจิตใจ ลมหายใจของนางแผ่วเบาลงทุกที หากปล่อยไว้ให้อยู่ในนั้นอีกเพียงก้านธูปเดียว วิญญาณของนางจะแตกสลายกลายเป็นเพียงธุลีดิน ประมุขหอเซียนหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความทรงจำในอดีตชาติไหลย้อนกลับมา ในภวังค์นั้น เขาเคยสูญเสียสตรีผู้เป็นที่รักเพราะความลังเลในวิชากระบี่ไร้อารมณ์มาแล้วครั้งหนึ่ง และในชาตินี้... เขาจะไม่มีทางยอมให้ประวัติศาสตร์ต้องซ้ำรอยเด็ดขาด "วิชากระบี่ไร้อารมณ์ มิใช่การไร้ซึ่งความรู้สึก..." เสียงทุ้มต่ำรlลอดไรฟัน แววตาของจิ่งหลันพลันเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก บรรยากาศรอบกายพลันแปรเปลี่ยนเป็นความหนาวเหน็บที่กดทับมิติให้บิดเบี้ยว เขายกมือขึ้นวาดอากาศเบาๆ กระบี่วิญญาณ 'เหมันต์นิรันดร์' ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ พร้อมกับระเบิดไอสังหารพวยพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า ตึ้ง! พลังปราณมหาศาลพุ่งเข้ากระแทกม่านพลังของค่ายกลหมื่นบุปผาสลายวิญญาณจนเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ อักขระเวทสีดำส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน มู่หรงเฉินที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังม่านหมอกไaมารหัวเราะเยาะออกมาอย่างบ้าคลั่งจากที่ไกลๆ "ฮ่าๆๆ จิ่งหลัน! เจ้าคิดจะใช้กระบี่ทำลายค่ายกลมารโบราณเช่นนั้นหรือ? ยิ่งเจ้าใช้กำลังทำลายมากเท่าใด ภาพลวงตาในใจของนางก็จะยิ่งกัดกินวิญญาณเร็วขึ้นเท่านั้น! ทางเดียวที่จะช่วยนางได้ คือการตัดขั้วหัวใจของนางทิ้งเสียด้วยมือของเจ้าเอง!" จิ่งหลันไม่แม้แต่จะชายตามองต้นเสียง ร่างสูงสง่าพุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางค่ายกลดั่งสายฟ้าฟาด ความเด็ดเดี่ยวฉายชัดในแววตา เขาตระหนักดีว่าการจะช่วยเฟยหงออกมาจากภาพลวงตาที่สะท้อนกิเลสและปมในใจ นางจะต้องเผชิญหน้ากับมันด้วยตัวเอง แต่เขา... จะเป็นผู้ถือกระบี่คอยคุ้มกันเส้นทางระหว่างความเป็นความตายให้แก่ ภายในห้วงภาพลวงตา หลินเฟยหงกำลังจะจมดิ่งลงสู่ห้วงมหาสมุทรแห่งความสิ้นหวัง ภาพมารดาและผู้คนในอดีตรุมล้อมเข้ามาหมายจะฉีกกระชากวิญญาณของนาง ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่อาจควบคุมได้ *“ศิษย์พี่...”* นางพึมพำชื่อนี้ออกมาในลมหายใจสุดท้าย ขณะที่เปลือกตาเริ่มปิดลง *“ลืมตาขึ้น!”* สุริยันจันทราสะท้านสะเทือน! เสียงนั้นดังขึ้นไม่ใช่จากภายนอก แต่ก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของนาง เป็นเสียงที่เยือกเย็น เด็ดเดี่ยว และทรงพลังอย่างยิ่งยวด หลินเฟยหงสะดุ้งเฮือก ดวงตาที่หม่นหมองพลันเบิกกว้างขึ้น ภาพลวงตาทั้งหมดชะงักงัน ในมิติแห่งจิตสำนึก นางเห็นร่างโปร่งแสงของจิ่งหลันยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เขายื่นมือหนาออกมาคว้าข้อมือเรียวของนางไว้ ปราณอุ่นซ่านสายหนึ่งไหลทะลักเข้าสู่ร่างกาย ขับไล่ความมืดมิดและภาพมายาทั้งปวงให้สลายกลายเป็นควัน "จำไว้... ชะตาชีวิตของเจ้า ฟ้าดินไม่มีสิทธิ์กำหนด แม้แต่เงาในใจของเจ้าเอง... ก็ไม่มีสิทธิ์พรากวิญญาณของเจ้าไปจากข้า!" สิ้นคำประกาศกร้าว จิ่งหลันตวัดกระบี่ในมือวาดเป็นวงโค้งประกายแสงสีเงินยวดยวง ผ่าทะลวงใจกลางค่ายกลภาพลวงตาจนแหลกสลายเป็นเสี่ยงๆ ม่านพลังมารระเบิดออกเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะมหาศาลซัดทั้งสองร่างกระเด็นออก0มานอกเขตอาคม ลมหายใจหอบถี่ของหลินเฟยหงดังสะท้อนท่ามกลางความเงียบ นางล้มลงในอ้อมแขนที่มั่นคงและคุ้นเคย ไออุ่นจากกายของจิ่งหลันแผ่ซ่านเข้ามาปลอบประโลมความหนาวเหน็บ นางเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคมปลาบที่ฉายแววห่วงใยเพียงชั่วพริบตาก่อนจะกลับคืนสู่ความนิ่งงันตามเดิม ทว่า ก่อนที่ความโล่งใจจะทันได้ก่อตัวขึ้น ความผิดปกติบางอย่างก็เกิดขึ้นที่ข้อมือซ้ายของหลินเฟยหง รอยประทับแห่งเทพธิดาไม่ได้เรืองแสงสีทองอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทดั่งหมึก พร้อมกับเสียงกระซิบอันเย็นเยียบที่ดังขึ้นจากรอยแยกมิติเบื้องบน— รอยแยกมิติฉีกขาดออก เผยให้เห็นดวงตาคู่ยักษ์สีแดงฉานที่จ้องมองลงมาจากสรวงสวรรค์ พร้อมกับเสียงประกาศิตที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งยุทธภพ: *"ผู้ถือครองเส้นด้ายแห่งชะตา... บังอาจฝืนลิขิตฟ้า โทษทัณฑ์แห่งทัณฑ์สวรรค์... บัดนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!"* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับศิษย์พี่จิ่งหลันและน้องเฟยหงนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%