โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลาเย็นเฉียบ เสียงก้องกังวานราưหยดน้ำตาสวรรค์
หลินเฟยหงไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง นางยืนอยู่เบื้องหน้าบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นประมุขหอเซียนผู้ไร้พ่าย จิ่งหลันในยามนี้มิใช่เทพเซียนผู้สูงส่งเหนือความตาย ทว่าเขาเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งอดีตอันมืดมน แผลเป็นบนแผ่นหลังของเขาที่เพิ่งปรากฏแก่สายตานางผ่านรอยขาดของอาภรณ์สีดำสนิท มิได้เกิดจากคมกระบี่ของศัตรูในยุทธภพ หากแต่เป็นรอยประทับจาก "ทัณฑ์สวรรค์แปดทิศ" ที่สลักลึกเข้าถึงกระดูกวิญญาณ
"เหตุใดท่านจึงไม่บอกข้า..." น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย ยามที่ปลายนิ้วเรียวดั่งหยกขาวเอื้อมออกไป หมายจะแตะต้องรอยแผลที่ยังคงมีไอปีศาจสีม่วงเรืองรองอยู่จางๆ
จิ่งหลันสะดุ้งราวกับถูกสายฟ้าฟาด แม้เขาจะฝึกฝนวิชากระบี่ไร้อารมณ์จนจิตใจสงบนิ่งดั่งบึงน้ำโบราณ แต่ในยามที่ปลายนิ้วของหลินเฟยหงสัมผัสโดนรอยแผลนั้น ความเจ็บปวดที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ห้วงเวลาอันยาวนานนับร้อยปีกลับปะทุขึ้นราวกับภูเขาไฟระเบิด
เขากระชากร่างถอยหลังสามก้าว แววตาคมกริบดั่งคมกระบี่จ้องมองนางด้วยความตื่นตระหนกและเยียบเย็นปะปนกัน
"ถอยไป!" เสียงของจิ่งหลันต่ำทุบและแหบพร่า ดวงตาคู่คมแดงก่ำขึ้นเล็กน้อย "เจ้าไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่, หลินเฟยหง... รอยแผลนี่ไม่ใช่สิ่งที่คนเช่นเจ้าจะเข้าไปก้าวก่าย"
"คนเช่นข้าหรือ?" หลินเฟยหงแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ แววตาของนางฉายแววื้อรั้นและเจ็บปวดในคราเดียวกัน รอยประทับแห่งเทพธิดาบนข้อมือของนางส่องแสงเรืองรองรับกับไอพลังรอบตัว "ข้าคือคนที่ท่านดึงเข้ามาพัวพันในหมากกระดานนี้ ข้าคือคนที่เห็นเส้นด้ายแห่งชะตาชีวิตของท่านกำลังขาดสะบั้น แล้วท่านยังจะผลักไสข้าให้ยืนอยู่นอกความจริงอีกหรือ?"
บรรยากาศภายในห้องโถงลับใต้หอเซียนเงียบสงัดลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของคนทั้งสอง
จิ่งหลันหลับตาลงช้าๆ ยามที่ภาพเหตุการณ์ในอดีตไหลย้อนกลับเข้ามาในห้วงความคิด... ภาพของค่ำคืนที่เพลิงผลาญสำนักเดิม ภาพของสหายร่วมอุดมการณ์ที่หันคมดาบเข้าหากัน และภาพของมู่หรงเฉิน—อดีตสหายรักที่เลือกเดินเข้าสู่เส้นทางมารเพื่อแลกกับการชุบชีวิตคนรัก ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับหมื่นที่ถูกสังเวยในครานั้น
"เจ้าอยากรู้มากนักใช่ไหม..." จิ่งหลันลืมตาขึ้น แววตาคู่นั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งประกายแสงใดๆ ราวกับหลุมดำที่ดูดกลืนทุกสิ่ง "ความจริงก็คือ... ข้ามิได้เก่งกล้าสามารถดั่งที่ผู้คนในยุทธภพเล่าลือ ข้าคือผู้ที่สังหารอาจารย์ของตนเองด้วยมือคู่นี้ เพื่อแลกกับการผนึกประตูปีศาจ... และข้าคือคนที่ไม่แม้แต่จะปกป้องคนที่รักที่สุดเอาไว้ได้"
คำพูดแต่ละคำราวกับคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของหลินเฟยหง นางนิ่งงันไปชั่วขณะ ความรู้สึกหน็บหนาวแล่นริ้วไปทั่วร่างเมื่อตระหนักได้ว่า ภายใต้ภาพลักษณ์อันน่าเกรงขามและกระบี่อันไร้เทียมทานของประมุขหอเซียนผู้นี้ เขากำลังแบกรับความรู้สึกผิดและการทรมานทางวิญญาณที่หนักหนาสสาหัสเพียงใด
"ท่านไม่ได้ฆ่าอาจารย์เพราะความโลภ..." หลินเฟยหงเอמהขึ้นแผ่วเบา นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกครั้ง คราวนี้จิ่งหลันไม่ได้ถอยหนี นางเอื้อมมือทั้งสองข้างประคองใบหน้าคมคายนั้นไว้ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความร้าวรานของเขา "ท่านทำเพราะไม่มีทางเลือก... ฟ้าดินต่างหากที่โหดร้ายกับท่าน"
"ฟ้าดิน?" จิ่งหลันหัวเราะเยาะตนเอง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความขมขื่น "ฟ้าดินไม่เคยมีหัวใจ, หลินเฟยหง มีเพียงพวกเราที่โง่เขลาเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง... และตอนนี้ เจ้าก็กำลังเอาชีวิตของตัวเองมาผูกติดไว้กับซากศพเดินได้เช่นข้า"
"ถ้าเช่นนั้น ข้าก็จะขอเป็นคนดึงท่านกลับมาจากนรกภูมิเอง!" หลินเฟยหงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดเดี่ยว และเต็มไปด้วยพลังแห่งความจริงใจที่ไม่อาจปฏิเสธได้
แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองพุ่งสูงถึงขีดสุดในพื้นที่แคบๆ ไอพลังปราณรอบกายปั่นป่วนจนเทียนไขในห้องดับลง เหลือเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างกระทบลงบนใบหน้าของคนทั้งคู่ จิ่งหลันมองริมฝีปากที่กำลังเอื้อนเอยถ้อยคำอันอาจหาญนั้น หัวใจที่เคยด้านชาและหยุดเต้นไปนานนับศตวรรษกลับกระหน่ำซัดรุนแรงขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
เขายื่นมือออกไปหมายจะโอบกอดร่างบางเข้าหาตัว เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับร้อยปี ทว่า—
*เปรี้ยง!*
เสียงสายฟ้าคำรามสนั่นหวั่นไหวผ่าลงมากลางหอเซียน แรงสั่นสะเทือนทำให้ผนังศิลาแกร่งร้าวราน เศษหินร่วงกราวลงมาพร้อมกับไอปีศาจสีดำทมิฬที่ทะลักเข้ามาทางช่องระบายอากาศอย่างไร้ทิศทาง
จิ่งหลันเปลี่ยนสีหน้าในพริบตา เขาดึงหลินเฟยหงเข้ามาหลบด้านหลังตามสัญชาตญาณ พร้อมกับชักกระบี่ไร้อารมณ์ออกจากฝักจนเกิดเสียงเสียดสีคมกริบก้องกังวาน
"ดูเหมือนว่า... มู่หรงเฉินจะไม่อดทนรอให้อดีตสหายผู้นี้เล่าความหลังจนจบเสียแล้วกระมั้ง" เสียงหัวเราะเยือกเย็นอันคุ้นเคยดังมาจากความมืดเบื้องบน พร้อมกับร่างในอาภรณ์สีขาวเปื้อนเลือดที่ก้าวเดินผ่านม่านพลังลงมาทีละก้าว... และในมือของมัน คือดวงวิญญาณครึ่งหนึ่งของหลินเฟยหงที่ถูกดึงออกมาจากความว่างเปล่า!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 11
รอยแผลที่ถูกลืม
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!