กลิ่นอายโลหิตจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมเย็นของดอกเหมันต์ในตำหนักกระบี่ไร้ลักษณ์ หลินเฟยหงไม่เคยรู้สึกว่าความเงียบงันของค่ำคืนนี้จะหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออกเช่นนี้ ปลายนิ้วเรียวบางของนางสั่นเทาเล็กน้อยขณะกดลงบนรอยประทับแห่งเทพธิดาบนข้อมือ ซึ่งบัดนี้มันกำลังเรืองแสงสีชาดวับแวมราวกับมีชีวิต ชีพจรของนางเต้นระรัวสอดรับกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่หยุดลงตรงหน้าประตูกระดาษสา
"เขาไม่ได้มาคนเดียว..." เสียงหวานเอ่ยกระซิบกับความว่างเปล่า ดวงตาคู่คมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยว นางมองเห็น... นางมองเห็นเส้นด้ายสีดำทมิฬนับร้อยเส้นที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามาโอบล้อมตำหนักแห่งนี้ และจุดศูนย์กลางของความมืดมิดนั้นพุ่งเป้ามาที่นาง—เพียงผู้เดียว
ปัง!
ประตูกระดาษสาถูกแรงปราณมหาศาลกระแทกจนแหลกละเอียดเป็นจุล เศษกระดาษปลิวว่อนดั่งหิมะโปรยปรายท่ามกลางความมืด ทว่าสิ่งที่ก้าวเข้ามาหา มิใช่ลมพายุ แต่เป็นบุรุษในอาภรณ์สีเทาดำสนิท ใบหน้างดงามหล่อเหลาหากแต่เย็นชาไร้ชีวิตชีวา แววตาของมู่หรงเฉินในยามนี้ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยไอสังหารที่หนาแน่นจนกลั่นตัวเป็นหยดน้ำค้างสีดำบนชายเสื้อ
"ศิษย์น้อง... เจ้าซ่อนตัวได้ดีไม่เลว" น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น ทว่าก้องกังวานเสียดแทงประสาทสัมผัส มู่หรงเฉินกวาดสายตามองหญิงสาวที่ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น "รู้หรือไม่ ว่าเหตุใดอาจารย์จึงเก็บเจ้าไว้ข้างกาย... แท้จริงแล้วเจ้าก็เป็นเพียง 'ภาชนะ' ที่รอวันเติมเต็มเท่านั้น"
เฟยหงแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อตั้งหลัก แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับกำแพงเย็นเฉียบ นางเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาไม่แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย "ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านหลงทางในวิถีมารจนสูญสิ้นความเป็นคนไปแล้วหรือ? การนำวิญญาณบริสุทธิ์นับพันมาสังเวย เพื่อชุบชีวิตสตรีผู้ล่วงลับ... นั่นคือวิถีที่ท่านยึดถือกระนั้นหรือ"
คำพูดนั้นราวกับไปสะิดต้อมแผลเป็นในใจของมู่หรงเฉิน รังสีอำมหิตพวยพุ่งระเบิดออกจากร่างจนข้าวของภายในตำหนักสั่นสะเทือน "เจ้าใสซื่อเกินไป เฟยหง! โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคุณธรรมน้ำมิตร แต่มันขับเคลื่อนด้วยความตายและความปรารถนา!"
พริบตาเดียว ร่างของมู่หรงเฉินก็หายวับไปจากจุดเดิม ปราณกระบี่มารสีดำทมิฬกรีดกรายผ่านอากาศด้วยความเร็วสูงเกินกว่าสายตามนุษย์จะมองทัน หลินเฟยหงหัวใจหล่นวูบ นางเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ ทว่าปลายกระบี่มารก็ยังคงเฉี่ยวผ่านหัวไหล่จนเนื้อผ้าขาดวิ่น หยดเลือดสีแดงสดร่วงหล่นกระทบพื้นศิลาส่งเสียงดังติ๋ง...
ทันใดนั้นเอง ก่อนที่มู่หรงเฉินจะทันได้ซัดกระบวนท่าที่สอง ประตูด้านทิศเหนือก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับไอเย็นยะเยือกที่แช่แข็งทุกสรรพสิ่งในรัศมีร้อยลี้!
เงาร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเมฆาปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบ ทว่ากดดันยิ่งกว่าขุนเขาตุนหมิงทั้งลูก จิ่งหลันยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น มือเรียวยาวกุมด้ามกระบี่อิงหลงที่ยังไม่ถูกชักออกจากฝัก ดวงตาคู่คมกวาดมองรอยเลือดบนไหล่ของศิษย์สาวก่อนจะหันกลับมาจ้องมองอดีตสหายรักด้วยแววตาดุจน้ำแข็งพันปี
"มู่หรงเฉิน... เขตแดนของข้า มิใช่ที่ที่สุนัขบ้าเช่นเจ้าจะมาเหยียบย่ำ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับทำให้บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่งราวกับเวลาถูกแช่แข็ง
มู่หรงเฉินหัวเราะร่าด้วยความสะใจ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและแค้นเคือง "ฮ่าๆๆ! จิ่งหลัน! ในที่สุดเจ้าก็ยอมปรากฏตัว ออกมาเสียทีนะ ประมุขผู้ไร้ใจ! เจ้าคิดว่าเจ้าจะปกป้องนางได้ตลอดไปอย่างนั้นหรือ? จงดูให้ดี... ว่าสิ่งที่เจ้าปกป้อง แท้จริงแล้วกำลังนำพาหายนะมาสู่สำนักกระบี่สวรรค์อย่างไร!"
พูดจบทันที มู่หรงเฉินก็พลิกฝ่ามือ ปรากฏหยดเลือดสีดำสนิทลอยเด่นอยู่กลางอากาศ หยดเลือดนั้นส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณนับไม่ถ้วน มันพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของหลินเฟยหงด้วยความเร็วแสงโดยที่จิ่งหลันไม่ทันตั้งตัว!
"เฟยหง!" จิ่งหลันอุทานออกมาเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี น้ำเสียงนั้นหลุดพ้นจากความเย็นชา กลายเป็นความตื่นตระหนกสุดขีด
กระบี่อิงหลงในมือสั่นระริก ปลดปล่อยออร่ากระบี่ไร้อารมณ์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรีจนเมฆฝนแยกออกเป็นสองเสี่ยง ร่างของจิ่งหลันพุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้าสีเงินเพื่อคว้าตัวศิษย์สาวเข้ามาสู่อ้อมกอด ทว่าความเร็วนั้นยังช้าไปครึ่งก้าว หยดเลือดมารพุ่งทะลุเข้าสู่กลางหน้าอกของหลินเฟยหงอย่างแม่นยำ!
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ร่างบางกระตุกเกร็ง ใบหน้าซีดเผือดลงในพริบตา รอยประทับบนข้อมือระเบิดแสงสีเลือดสว่างวาบจนแสบตา ก่อนที่ร่างของนางจะทรุดฮวบลงสู่อ้อมแขนที่มั่นคงแต่สั่นเทาของจิ่งหลัน
"อาจารย์..." หลินเฟยหงกระซิบแผ่วเบา เลือดสีดำไหลรินจากมุมปาก ริมฝีปากบางขยับเอ่ยคำพูดสุดท้ายที่ทำให้หัวใจของจิ่งหลันแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ "เส้นด้าย... เส้นด้ายของท่าน... ขาดแล้ว..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 12
หยดเลือดสาบาน
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!