เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 13

รุ่งอรุณแห่งการจากลา

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
คราบโลหิตสีชาดบนแผ่นศิลาจารึกกฎสำนักยังไม่ทันแห้งสนิท เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่มก็แผดเผาบรรยากาศยามวิกาลให้มอดไหม้เป็นจุล เปลวเพลิงสีนิลจากค่ายกลมารโลหิตโหมกระหน่ำกลืนกินยอดเขาเทียนซานทีละน้อย แรงกดดันมหาศาลจากอาคมขั้นบรรพกาลกดทับจนกระดูกในร่างของเหล่าศิษย์สำนักกระบี่เมฆาคาราวะกรอบแกรบราวกับจะแหลกสลาย "มู่หรงเฉิน เจ้าคนทรยศ! กล้าดียังไงถึงนำกองกำลังอสูรเหยียบย่างเข้ามาในเขตศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้!" เสียงตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างของผู้วิชาอาวุโสที่พ่นโลหิตออกมาคำโต ทว่าความโกรธเกรี้ยวไม่อาจต้านทานคลื่นกระบี่มารที่กวาดซัดมาได้เพียงชั่วพริบตา ร่างของผู้อาวุโสท่านนั้นปลิวละลิ่วดั่งใบไม้ร่วงหล่น ท่ามกลางความโกลาหลที่เสียงกรีดร้องและเสียงเหล็กกระทบกันดังระรัวราวกับบทเพลงแห่งความตาย หลินเฟยหงกำด้ามกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่อกระดูกขึ้นสีขาวซีด รอยประทับรูปดอกบัวเหมันต์บนข้อมือขวาของนางกำลังร้อนผ่าวและเปล่งแสงเรืองรองราวกับรับรู้ถึงภัยพิบัติที่คืบคลานเข้ามา ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวปนความหวั่นไหวระลอกใหญ่ ขณะที่นางหันไปมองบุรุษผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า จิ่งหลัน ประมุขหอเซียนผู้บรรลุวิชากระบี่ไร้อารมณ์ เขายังคงรักษาความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปีไว้ได้ ทว่าสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นและประกายตาที่คมกริบดั่งคมดาบ กลับบ่งบอกว่าคลื่นอารมณ์ภายใต้ความนิ่งงันนั้นรุนแรงเพียงใด กระบี่ไร้ใจในฝักสั่นระริกส่งเสียงคร่ำครวญโหยหวน มันกระหายเลือดของศัตรูไม่ต่างจากผู้เป็นนาย "อาจารย์..." หลินเฟยหงเอמהขึ้น เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อยแต่เด็ดเดี่ยว "ค่ายกลปกป้องสำนักถูกทำลายแล้ว หากเรายังรั้งอยู่ที่นี่ มีแต่จะ..." "ข้าจะถ่วงเวลาไว้ พวกเจ้าหนีไป" จิ่งหลันเอ่ยตัดบท น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความลังเล ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจเด็ดขาดที่ไม่อาจโต้แย้ง "ไม่! ให้ศิษย์อยู่สู้เคียงข้างท่าน!" นางก้าวเข้ามาประชิด เอื้อมมือเรียวไปคว้าชายเสื้อย้วยของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ ชายหนุ่มจะหายลับไปในความมืดมิดชั่วนิรันดร์ "ศิษย์ไม่ยอมหนีไปเด็ดขาด! พวกเราเคยให้สัญญากันไว้แล้วมิใช่หรือว่าจะ..." จิ่งหลันหันกลับมามองนาง แววตาที่มักจะเย็นชาไร้ก้นบึ้งในยามนี้กลับไหววับชั่วขณะ เขาเอื้อมมือหนาขึ้นสัมผัสแก้มเนียนนุ่มของนางอย่างทะนุถนอม เป็นสัมผัสที่แผ่วเบาแต่หนักหน่วงในความรู้สึก ร้อนผ่าวราวกับเปลวเพลิงแต่ก็เหน็บหนาวราวกับน้ำค้างแข็ง "เฟยหง..." เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย "วิชากระบี่ไร้อารมณ์... มิใช่การไร้หัวใจ แต่คือการปกป้องสิ่งที่เจ้าผูกพันด้วยชีวิตต่างหาก หน้าที่ของเจ้าไม่ใช่การตายเคียงข้างข้าที่นี่ แต่คือการมีชีวิตอยู่... เพื่อสืบทอดวิถีแห่งกระบี่ และเพื่อแบกรับชะตากรรมที่แท้จริงของเจ้า" "แต่ว่าท่าน..." น้ำตาใสไหลรินลงมาอาบแก้มของหญิงสาว นางกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความรู้สึกเจ็บปวดเสียดแท่นในอกราวกับถูกของมีคมกรีดซ้ำๆ รอยประทับบนข้อมือร้อนฉ่าขึ้นเรื่อยๆ จนแทบทนไม่ไหว ภาพนิมิตแห่งอนาคตที่แ,ตกสลายผุดวาบขึ้นในหัว เป็นภาพที่จิ่งหลันจมดิ่งอยู่ในกองเลือดและทะเลเพลิง ภาพที่นางต้องยืนหยัดอยู่บนโลกใบนี้เพียงลำพัง ตูมมม! แรงระเบิดครั้งใหญ่จากการปะทะกันของยอดฝีมือระดับบรรพกาลทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เศษหินและประกายไฟปลิวว่อนไปทั่วสารทิศ เงาร่างสีดำมหึมาของมู่หรงเฉินปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบ ดวงตาสีแดงฉานดั่งสัตว์ป่ากระหายเลือดจับจ้องมาที่ทั้งสองด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว "ฮ่าๆๆๆ! จิ่งหลัน! วันนี้คือวันตายของสำนักกระบี่เมฆา และเป็นวันที่ศิษย์รักของเจ้าจะต้องตกเป็นทาสแห่งมารเช่นกัน!" เสียงคำรามของมู่หรงเฉินสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา จิ่งหลันสะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง พลังปราณสีครามบริสุทธิ์ก็แผ่ขยายออกเป็นม่านพลังปกป้องร่างของหลินเฟยหงไว้ในพริบตา เขาดึงกระบี่ออกจากฝัก เสียงคมโลหิตเสียดสีกับฝักดังขึ้นบาดแก้วหู ประกายแสงสีขาวเงินสะท้อนกับเปลวเพลิงรอบด้านจนเจิดจ้าบาดตา "หนีไป!" จิ่งหลันคำรามลั่น ประกายตาดุดันดั่งพญายมผู้ลงทัณฑ์ "ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายพันลี้ที่หอตำราซะ! อย่าหันกลับมามอง!" "อาจารย์...!" หลินเฟยหงกรีดร้องสุดเสียง ร่างกายของนางถูกพลังปราณของจิ่งหลันผลักให้ถอยหลังออกไปทีละก้าว น้ำตาแห่งความร้าวรานพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย นางมองแผ่นหลังกว้างที่ก้าวออกไปเผชิญหน้ากับกองทัพมารนับหมื่นด้วยตัวคนเดียว แผ่นหลังนั้นดูโดดเดี่ยวและทรนงยิ่งกว่าขุนเขา เขากำลังจะใช้ชีวิตของตนเองเป็นเดิมพัน เพื่อซื้อเวลาให้รอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราช หลินเฟยหงกัดฟันกรวด ฝืนบังคับความอ่อนแอในจิตใจ นางสะบัดมือวาบ ผนึกอักขระโบราณบนข้อมือให้เรืองแสงวาบจนเกิดเป็นประตูมิติสีฟ้าครามหมุนวนอยู่เบื้องหลัง นางหันหลังกลับเตรียมพุ่งตัวเข้าไปในแสงนั้นด้วยหัวใจที่แตกสลาย ทว่า... ก่อนที่ร่างของนางจะก้าวพ้นขอบประตูมิติ เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า กลับทำให้วิญญาณของนางแทบหลุดออกจากร่าง "ศิษย์น้อง... เจ้าคิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือของข้าไปได้จริงๆ หรือ?" เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากม่านหมอกควันพิษ รอยยิ้มเยือกเย็นและดวงตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารพุ่งตรงมาที่หลินเฟยหง และที่สำคัญที่สุด... ปลายกระบี่ในมือของเงาร่างนั้น ชุ่มโชไปด้วยโลหิตอุ่นๆ ของจิ่งหลันที่หยดติ๋งลงสู่พื้นดิน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%