คราบเลือดบนพื้นดินซากปรักหักพังยังคงอุ่นร้อน คล้ายหยาดน้ำตาที่หลั่งรินจากผืนฟ้าในค่ำคืนนี้ หลิวเยี่ยนซีขอนำทุกท่านเข้าสู่ความมืดมิดอันเวิ้งว้างของยุทธภพ ที่ซึ่งชีวิตมนุษย์เป็นดั่งเศษธุลีในพายุหมุนแห่งโชคชะตาค่ะ
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นดินโคลนและไอน้ำฝนที่โปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ซากปรักหักพังของหมู่บ้านตระกูลหลินในยามนี้ เหลือเพียงเศษเสาไม้ไหม้เกรียมและโครงสร้างบ้านเรือนที่พังทลายราวกับถูกหัตถ์ยักษ์บดขยี้ ทว่าท่ามกลางซากศพไร้วิญญาณนับร้อย กลับมีเสียงหอบหายใจแผ่วเบาดั่งเสียงปีกผีเสื้อใกล้ดับสูญ
"เจ้าเป็นใครกันแน่..."
เสียงแหบพร่าสั่นเทาเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงวาบจากสายฟ้าฟาดผ่าลงมาเป็นระยะ จิ่งหลันยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทของเขาแทบจะกลืนหายไปกับราตรี ปลายกระบี่ไร้อารมณ์ในมือยังคงมีหยดเลือดสีชาดไหลหยดลงกระทบพื้นดินช้าๆ สร้างจังหวะก้องกังวานในความเงียบงัน
ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ากวาดมองร่างเล็กที่ขดตัวอยู่ใต้ซากคานไม้ เด็กสาวในชุดอาภรณ์เปียกชุ่มโชกไปด้วยเลือดและโคลน เส้นผมยุ่งเหยิงแนบกับดวงหน้าที่ซีดขาวไร้สีเลือด ทว่าสิ่งที่ตรึงสายตาของประมุขหอเซียนผู้เย็นชาผู้นี้ไว้ มิใช่ความน่าเวทนาของเหยื่อผู้รอดชีวิต หากแต่เป็นข้อมือเรียวเล็กที่โผล่พ้นแขนเสื้อรุ่ยๆ ข้อมือข้างนั้นปรากฏรอยประทับรูปบุปผาโลหิตเรืองแสงจางๆ—รอยประทับแห่งเทพธิดาที่สาบสูญไปนับพันปี
หลินเฟยหงไม่ยอมก้มหัวให้ความหวาดกลัว แม้ริมฝีปากจะแตกยับและร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ แต่นัยน์ตากลมโตคู่นั้นกลับฉายแสงดื้อรั้นและเย่อหยิ่ง ราวกับนางมองทะลุผ่านความตายที่รายล้อมไปเห็นบางสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น เส้นด้ายสีทองและสีดำนับพันเส้นกำลังโยงใยพัวพันอยู่รอบตัวของบุรุษชุดดำเบื้องหน้า นางเห็นมัน... เส้นด้ายที่เชื่อมโยงระหว่างความเป็นและความตาย
"ข้าคือผู้ที่รอดชีวิต... หรือท่านคือผู้ที่ยมโลกส่งมาเก็บกวาดส่วนที่เหลือกันแน่?" หลินเฟยหงเค้นเสียงหัวเราะเยาะหยันตนเองออกมา น้ำเสียงแห้งผากแต่มั่นคงอย่างประหลาด นางพยายามยันกายลุกขึ้น ทว่าเรียวขาที่บอบบางกลับไร้เรี่ยวแรงจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นโคลนอีกครั้ง
จิ่งหลันไม่เอ่ยคำใด ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในพริบตาเดียว เร็วจนแทบไม่เห็นเงา ปราณกระบี่อันเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับน้ำแข็งพันปีจนเด็กสาวสะท้านเฮือก ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวเอื้อมไปคว้าคางสตรีตัวน้อยขึ้นมาบังคับให้สบตา ดวงตาของจิ่งหลันลุ่มลึกและว่างเปล่าดั่งหุบเหวไร้ก้นบึ้ง ไร้ซึ่งความเมตตา ไร้ซึ่งความปรานี
"เด็กน้อย... เจ้าไม่กลัวกระบี่ของข้าหรือ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบสนิทไร้ระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ใดๆ
"กลัว?" หลินเฟยหงแค่นยิ้มหยัน นัยน์ตาคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของจิ่งหลันอย่างไร้ความหวาดหวั่น "คนที่สูญเสียทุกสิ่งไปในพริบตาเดียว... ยังจะมีสิ่งใดให้ต้องหวาดกลัวอีก? ท่านฆ่าคนมามากเท่าไหร่แล้วล่ะท่านเซียน? มือคู่นั้น... คงเปื้อนเลือดจนชินชาแล้วกระมัง"
คำพูดนั้นสะท้อนก้องในความเงียบ ประมุขหอเซียนชะงักไปเล็กน้อย ภาพอดีตชาติที่เคยถูกฝังกลบไว้ด้วยกาลเวลาและคัมภีร์กระบี่ไร้อารมณ์พลันวูบไหวขึ้นมาในห้วงความคิด ความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นอเลือดและเสียงกรีดร้องในคืนอันหนาวเหน็บเมื่อร้อยปีก่อน... ช่างคล้ายคลึงกับภาพเบื้องหน้านี้ยิ่งนัก
ทว่า ก่อนที่จิ่งหลันจะได้เอ่ยสิ่งใด สายตาก็ต้องเหลือบไปเห็นรอยแผลที่ต้นคอของเด็กสาว รอยแผลนั้นไม่ได้เกิดจากคมดาบธรรมดา หากแต่เป็นร่องรอยของ "ปราณมารโลหิต" —วิชาต้องห้ามที่สาบสูญไปพร้อมกับสำนักมารทมิฬ วิชานี้มีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ใช้ได้... คนที่เขาตามล่าข้ามผ่านพ้นดินแดนเซียนมาแรมปี
มู่หรงเฉิน!
"เจ้าเจอใครในคืนที่หมู่บ้านถูกทำลาย?" น้ำเสียงของจิ่งหลันเปลี่ยนเป็นเฉียบคมและดุดันขึ้นในทันที แรงกดดันจากขอบเขตเซียนขั้นสูงแผ่ซ่ายจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ร่างของหลินเฟยหงสั่นสะท้านด้วยความอึดอัดราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก
"ข้า... ข้าไม่รู้..." หลินเฟยหงหายใจติดขัด เหงื่อกาฬผุดพรายบนหน้าผากผสมกับหยาดน้ำฝน ทว่านางยังคงกัดฟันแน่น "ข้าเห็นเพียง... เงาร่างหนึ่งที่สวมหน้ากากกระดูก... และดวงตาสีแดงฉานดั่งโลหิต... เขากล่าวว่า... ข้าคือ 'กุญแจ' ที่จะเปิดประตูบานนั้น..."
"ประตูบานไหน?" จิ่งหลันเค้นถาม ดวงตาเริ่มแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดขึ้นมาอย่างยากจะควบคุม
"ประตูที่กักขัง... วิญญาณที่ท่านโหยหาอย่างไรล่ะ!"
สิ้นคำพูดนั้น ท้องฟ้ายามราตรีก็คำรามลั่นด้วยเสียงอสุนีบาต สายฟ้าสีม่วงเข้มผ่าลงมาฉีกกระชากความมืดมิดให้สว่างวาบ เผยให้เห็นเงาร่างนับสิบที่พุ่งทะยานลงมาจากยอดไม้รอบด้าน พลังปราณมารสีดำทมิฬพวยพุ่งเข้าปิดล้อมทั้งสองคนไว้ในค่ายกลมรณะอย่างรวดเร็ว
จิ่งหลันผลักหลินเฟยหงไปด้านหลังอย่างไม่ไยดี ก่อนที่กระบี่ไร้อารมณ์ในมือจะถูกชักออกจากฝักครึ่งหนึ่ง... แสงสีเงินยวดยวงสว่างวาบตัดผ่านสายฝน พร้อมกับพลังกระบี่ที่แผ่พุ่งออกไปทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า!
แต่ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่กระทบกับพลังปราณมารของกลุ่มผู้มาใหม่ เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีเทาก็ปรากฏตัวขึ้นเหนือซากปรักหักพัง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่กรีดแทงเข้าไปถึงขั้วหัวใจ
"ฮ่าๆๆๆ... จิ่งหลัน เจ้ามาช้าไปก้าวหนึ่ง ศิษย์น้องรัก... กุญแจดอกนี้ ข้าขอรับไปก่อนก็แล้วกัน!"
มู่หรงเฉินปรากฏกายขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกระหายเลือด ในมือของเขาปรากฏร่างของหลินเฟยหงที่หมดสติไปแล้ว ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนมารสีดำสนิทลอยอยู่กลางอากาศ!
หลิวเยี่ยนซีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับโชคชะตาที่กำลังพลิกผันนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 2
เด็กสาวกลางพายุฝน
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!