กลิ่นอายควันธูปหมื่นปีอบอวลคละคลุ้งในตำหนักชำระวิญญาณ พื้นหยกขาวบริสุทธิ์สะท้อนเงาของเหล่าผู้อาวุโสสวมชุดคลุมฟ้าครามสิบสองคน นั่งเรียงรายอยู่เบื้องบนราวกับรูปปั้นเทพเจ้าผู้ไร้ความเมตตา
ณ ใจกลางลานหยกนั้น หลินเฟยหงคุกเข่าลงโดยไม่ยอมก้มศีรษะ รอยประทับรูปดอกบัวโลหิตบนข้อมือซ้ายเรืองแสงสีชาดจางๆ ท่ามกลางแรงกดดันจากลมปราณระดับมหาเซียนที่แผ่พุ่งกดทับลงมาอย่างบ้าคลั่ง เพื่อบีบให้เด็กสาวไร้สำนักผู้นี้หมอบกราบลงกับพื้นดิน
"บังani... ศิษย์นอกคอกผู้มีสายเลือดมารเจือปน กล้าดียังไงถึงเหยียบย่างเข้ามาในเขตศักดิ์สิทธิ์แห่งเขาอวิ๋นหลิง!"
เสียงคำรามของผู้อาวุโสใหญ่อันดับสามดังสะเทือนไปทั่วโครงสร้างหินผา ไอสังหารแผ่ซ่านจนหยาดน้ำค้างบนหลังคาตำหนักกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่น ทว่าหลินเฟยหงกลับเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัวต่อความตาย สายตาของนางกวาดมองไปเบื้องบน หยุดนิ่งอยู่ที่ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีขาวปักลายเมฆา
จิ่งหลัน... ประมุขหอเซียนผู้บรรลุวิชากระบี่ไร้อารมณ์ เขานั่งหลับตาอยู่บนบัลลังก์น้ำแข็ง ท่าทางสงบนิ่งราวกับไม่ยี่ห้อต่อโลกหล้า แต่กระบี่จันทร์เสี้ยวที่วางอยู่บนตักกลับส่งเสียงสั่นพานคำรามเบาๆ ราวกับรับรู้ถึงชีพจรที่เต้นระรัวในอกของเด็กสาว
"นางไม่มีอาจารย์รับรอง ไม่มีรากปราณบริสุทธิ์ แถมยังมีรอยประทับเทพธิดามარที่แปดเปื้อน... การนำตัวนางกลับมา มีแต่จะนำภัยพิบัติมาสู่สำนักกระบี่ไร้ใจ!" เสียงคัดค้านดังเซ็งแซ่จากเหล่าศิษย์พี่สายตรงที่ยืนล้อมรอบ
หลินเฟยหงแค่นหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงของนางใสกระจ่างแต่เย็นเยียบ เสียดแทงเข้าไปในโสตประสาทของทุกคน "ภัยพิบัติหรือ? หรือพวกท่านกลัวว่าความจริงบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้ใต้หุบเขาหมื่นกระบี่เมื่อร้อยปีก่อน จะถูกเปิดเผยโดยเด็กสาวไร้ต้นกำเนิดอย่างข้ากันแน่!"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในตำหนักก็พลันเงียบกริบลงชั่วขณะ ความกดดันพุ่งสูงขึ้นจนยากจะหายใจ ผู้อาวุโสใหญ่ตบที่วางแขนเก้าอี้จนหินแตกละเอียด "สามหาว! เจ้าคิดว่ามีประมุขหอเซียนหนุนหลังอยู่แล้วจะกล้าท้าทายกฎสำนักงั้นรึ!"
"ข้าไม่ได้ท้าทายกฎ แต่ข้ามาเพื่อทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นต่างหาก" เฟยหงกล่าวสวนทันควัน ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของจิ่งหลันที่เพิ่งลืมขึ้นมา
นัยน์ตาของจิ่งหลันว่างเปล่าและเย็นชาดั่งห้วงน้ำแข็งหมื่นปี แต่ลึก
ลงไปในนั้น... มีคลื่นอารมณ์บางเบาไหววูบดั่งภาพลวงตา เขายังจำสัมผัสจากอดีตชาติได้ รอยแผลเป็นที่ข้อมือนั้นไม่ใช่รอยมาร แต่มันคือพันธสัญญาที่เขาเคยให้ไว้แก่สตรีผู้หนึ่งก่อนที่นางจะยอมสละดวงจิตเพื่อปกป้องวิถีกระบี่ของเขา
"เงียบ"
เพียงคำเดียวจากริมฝีปากบางเฉียบของจิ่งหลัน เสียงโต้เถียงทั้งหมดก็พลันมลายหายไปราวกับควันไฟ เหล่าผู้อาวุโสต่างก้มศีรษะลงแสดงความเคารพต่ออำนาจอันไร้ผู้ต่อต้านของประมุขหอเซียน
จิ่งหลันลุกขึ้นยืน ชายเสื้อพลิ้วไหวตามแรงลมปราณที่หมุนวนรอบกาย เขาก้าวเดินลงมาจากบัลลังก์ทีละก้าว เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหยกดัง "ก๊อก... ก๊อก..." ดั่งเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย ทุกย่างก้าวที่เขาเข้าใกล้ ทำให้หัวใจของหลินเฟยหงเต้นผิดจังหวะ นางสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกประหลาดที่ตีตื้นขึ้นมาในอก
เขาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของนาง เงาร่างสูงใหญ่ทอดทับร่างบอบบางจนมิด กลิ่นอายจันทร์เพ็ญและสนโบราณลอยเข้าแตะจมูก
"เจ้าอยากพิสูจน์ตนเองต่อหน้าเหล่านักพรตงั้นหรือ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเฉย ไร้ซึ่งความปรานี
"เพคะ ท่านประมุข" เฟยหงเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมหลบเลี่ยงแม้แต่น้อย
"ดี..." จิ่งหลันยกมือขึ้น นิ้วเรียวยาวแตะลงบนด้ามกระบี่จันทร์เสี้ยว ชั่วพริบตานั้น พลังกระบี่ไร้อารมณ์อันน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออก กวาดลานหยกจนกระเบื้องแตกละเอียดเป็นจุล "ถ้าเช่นนั้น จงรับกระบวนท่า 'หนึ่งกระบี่ตัดพันภพ' จากข้า หากเจ้ายังยืนหยัดอยู่ได้ ชื่อของหลินเฟยหงจะถูกจารึกไว้ในฐานะศิษย์สายตรงแห่งหอเซียน แต่หากเจ้าพ่ายแพ้... ชีวิตของเจ้าจะถูกผนึกไว้ใต้หุบเขาอวิ๋นหลิงชั่วนิรันดร์"
เหล่านักพรตสูดปากด้วยความตกใจ การทดสอบนี้โหดเหี้ยมเกินไป แม้แต่ผู้อาวุโสยังอาจไม่รอดพ้นจากกระบี่นี้
หลินเฟยหงไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว รอยประทับที่ข้อมือสว่างวาบขึ้นจนกลายเป็นเปลวเพลิงสีเลือด นางดึงกริชสั้นประจำตัวออกมา ปราณเทพธิดาพรั่งพรูออกจากร่างราวกับคลื่นคลั่ง นางรู้ดีว่านี่คือเดิมพันด้วยชีวิต และรู้ด้วยว่าเบื้องหลังความเย็นชานั้น จิ่งหลันกำลังใช้การกระทำนี้เพื่อปกป้องนางจากเงื้อมมือของเหล่าผู้อาวุโส
ปลายกระบี่จันทร์เสี้ยวเริ่มเคลื่อนไหว ชักออกจากฝักช้าๆ ทว่าเฉียบคมจนมิติรอบกายปริร้าว...
ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะพุ่งเข้าประชิดร่าง ท้องฟ้าเหนือเขาอวิ๋นหลิงก็พลันมืดครึ้มลงฉับพลัน เสียงคำรามของสายฟ้าสีทองผ่าลงมากลางตำหนักชำระวิญญาณ พร้อมกับเงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย และเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้ทุกคนต้องหน้าถอดสี—
"จิ่งหลัน... เจ้าคิดจะฆ่าคนรักของข้าต่อหน้าต่อตาข้าอย่างนั้นหรือ?"
หลิวเยี่ยนซีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับโชคชะตาที่กำลังพลิกผันนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 3
ศิษย์ใหม่ไร้ต้นกำเนิด
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!