"หากเจ้ายังคงใช้สายตาคู่นั้นมองเส้นด้ายแห่งชะตาชีวิตของผู้อื่น กระบี่ในมือเจ้าก็เป็นได้เพียงเศษเหล็กไร้ค่า... หลินเฟยหง"
น้ำเสียงของจิ่งหลันเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งบนยอดเขาหิมะพันปี ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีขาวสนิทประทับลวดลายเมฆาปักดิ้นเงินยืนนิ่งสงอยู่บนลานศิลาอัคคี ลมปราณรอบกายเขาไม่ได้แผ่พุ่งออกมาอย่างรุนแรง ทว่ากลับกดทับบรรยากาศโดยรอบให้หนักอึ้งจนแทบหยุดหายใจ ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ทว่าดวงตาสคมล้ำคู่นั้นกลับกวาดมองร่างบางที่กำลังหอบหายใจน้อยๆ อยู่เบื้องหน้าด้วยความเฉชาชา
หลินเฟยหงกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด รสชาติเค็มปร่าของโลหิตผสมผสานกับไอความร้อนจากหินอัคคีใต้ฝ่าเท้า ข้อมือเรียวเล็กที่มีรอยประทับแห่งเทพธิดาสีทองจางๆ กำลังเรืองแสงวาบขึ้นยามเมื่อนางใช้น้ำปราณต้านทานแรงกดดันจากผู้เป็นอาจารย์ นางไม่ยอมพ่ายแพ้—ต่อให้กระดูกทั่วร่างจะต้องแตกสลายเป็นจุล นางก็ไม่มีวันยอมคุกเข่าให้แก่ความเย่อหยิ่งของบุรุษผู้นี้เด็ดขาด
ดวงตากลมโตฉายแววทิฐิและดื้อรั้น นางหัวנסเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริกแต่มั่นคง "ศิษย์ไม่ได้มองเส้นด้ายของผู้อื่น... ศิษย์กำลังมองหาช่องว่างแห่งความตายที่ท่านซ่อนไว้ต่างหากเล่า ท่านประมุข!"
สิ้นคำพูดนั้น ประกายตาสีชาดของจิ่งหลันก็ไหววูบไปชั่วขณะ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมลานฝึกชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของเด็กสาวและเสียงสะท้อนของไอพลังปราณที่แผ่ซ่านออกมาจากดาบไม้ไผ่ในมือของนาง จิ่งหลันแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นชาและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้เพียงหนึ่งก้าว ทว่าแรงกดดันกลับทวีคูณขึ้นเป็นร้อยเท่า
"ปากกล้าดีนี่... ถ้าเช่นนั้น จงแสดงให้ข้าเห็นสิว่า 'กระบี่หิมะไร้ลักษณ์' ที่เจ้าอวดอ้างนักหนา จะสามารถตัดผ่านความว่างเปล่าที่ข้าสร้างขึ้นได้หรือไม่"
จิ่งหลันสะบัดแขนเสื้อเพียงเบาๆ กระบี่เหล็กนิลกาฬในฝักข้างกายก็ส่งเสียงครางฮือราวกับพญาอินทรีคำราม ทว่าเขาไม่ได้ชักมันออกมา การต่อสู้ครั้งนี้... เขาใช้เพียงมือเปล่าและจิตวิญญาณแห่งกระบี่ไร้อารมณ์เท่านั้น
หลินเฟยหงสูดลมหายใจเข้าลึก and ปิดเปลือกตาลงครู่หนึ่ง ภาพเส้นด้ายสีเทาหม่นและสีทองอร่ามที่โยงใยอยู่บนร่างของจิ่งหลันผุดขึ้นมาในห้วงความคิดอีกครั้ง มันไม่ใช่เส้นด้ายแห่งความตาย แต่มันคือโครงข่ายแห่งพลังที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ทุกย่างก้าว ทุกการไหลเวียนของลมปราณ และทุกจังหวะการเต้นของหัวใจเขา ล้วนสอดประสานกับกฎเกณฑ์ของฟ้าดินอย่างแนบแน่น
*ไม่มีช่องว่าง... นี่คือค่ายกลกระบี่ที่ไร้ซึ่งจุดบกพร่องโดยแท้จริง*
จิตใจของเด็กสาวกระตุกวูบ ความหวาดกลัวสายหนึ่งแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ หากปะทะกันตรงๆ นางย่อมต้องแหลกสลายเป็นผุยผงอย่างแน่นอน ทว่า ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังจะกัดกินสติสัมปชัญญะ ภาพเหตุการณ์ในอดีตชาติที่เคยเลือนรางก็พลันสว่างวาบขึ้นในหัว สมองของนางสะท้อนเสียงกระซิบอันคุ้นเคย—*วิชากระบี่ที่แท้จริง ไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่าฟัน แต่มันมีไว้เพื่อแหวกม่านหมอกแห่งชะตากรรม!*
ดวงตาของหลินเฟยหงลืมโพลงขึ้นอีกครั้ง ประกายแสงสีทองเจิดจ้าพวยพุ่งออกจากรอยประทับบนข้อมืออย่างฉับพลัน!
"ย๊ากกก!"
เสียงตะโกนก้องกังวานดั่งสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน ร่างบางพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เหนือกว่าขีดจำกัดของมนุษย์ทั่วไป กระบี่ไม้ไผ่ในมือไม่ได้ถูกใช้แทงหรือฟัน หากแต่ถูกตวัดเป็นวงโค้งที่อ่อนช้อยแต่น่าสะพรึงกลัว ละอองหิมะสีขาวโพลนปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ทั้งๆ ที่รอบกายคือศิลาอัคคีที่ร้อนระอุ อุณหภูมิลดฮวบลงจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะกราบใบไม้รอบบริเวณ
นี่คือความอัศจรรย์ที่แม้แต่จิ่งหลันยังต้องเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง—นางสามารถดึงเอาพลังแห่งเหมันต์นิรันดร์ที่หลับใหลอยู่ในห้วงลึกของสำนวนกระบี่ออกมาใช้ได้ตั้งแต่การฝึกครั้งแรก!
กระบี่ไม้ไผ่พุ่งตรงเข้าหาจุดกึ่งกลางหน้าอกของจิ่งหลันอย่างไร้ความลังเล แม้จะเป็นเพียงไม้ไผ่ไร้คม ทว่าไอความเย็นเยียบที่แฝงอยู่กลับคมกริบยิ่งกว่าศาสตราวาระใดๆ ในยุทธภพ มันคือกระบี่ที่ปราศจากรูปร่าง แต่มันมีตัวตนอยู่ในทุกอณูของอากาศ
จิ่งหลันนัยน์ตาหดแคบลง เขายกมือขึ้นรับด้วยสองนิ้วอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
*เปรี้ยง!*
คลื่นกระแทกอันรุนแรงระเบิดออกจนลานศิลาอัคคีแตกร้าวเป็นทางยาว เศษหินกระเด็นว่อนไปทั่วสารทิศ แรงสะท้อนทำให้หลินเฟยหงกระอักเลือดออกมาคำโต ร่างบางปลิวถอยหลังไปไกลหลายสิบเมตรก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ทว่าดวงตาทั้งสองข้างกลับสุกสกาวราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด
ในขณะเดียวกัน จิ่งหลันที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ ปลายเสื้อคลุมบริเวณหน้าอกกลับขาดวิ่นเป็นรอยแผลเล็กๆ และที่สำคัญที่สุด... มีเส้นผมสีดำสนิทของเขาเส้นหนึ่งค่อยๆ หลุดร่วงลงสู่พื้นดิน
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครา ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความระทึกใจที่แทบจะหยุดหายใจ
จิ่งหลันก้มมองเส้นผมที่ร่วงหล่นลงพื้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องมองเด็กสาวเบื้องล่าง แววตาเย็นชาคู่นั้นบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำยากหยั่งถึง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มแรกในรอบหลายสิบปีที่เยือกเย็นและอันตรายยิ่งกว่ากระบี่เล่มใดในมือเขา
"เก่งมาก... ศิษย์รัก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทว่าในวินาทีต่อมา ร่างของจิ่งหลันก็หายวับไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย
หลินเฟยหงใจหายวาบ นางสัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากด้านหลัง ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างใบหู พร้อมกับเสียงกระซิบกระชากวิญญาณที่ดังขึ้นชิดติดผิวแก้วหู
"แต่ทว่า... บทเรียนแรกของเจ้า ยังเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น"
*ฉับพลันนั้นเอง* เงาร่างสีดำสนิทสายหนึ่งก็พุ่งทะยานผ่านม่านหมอกหนาทึบบริเวณชายป่าไผ่เข้ามาอย่างอุกอาจ พร้อมกับเสียงหัวเราะเย้ยหยันที่สะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา—มู่หรงเฉินปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับกระบี่มารโลหิตในมือ และเป้าหมายของเขาในครานี้... คือชีวิตของศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้าผู้นี้!
หลิวเยี่ยนซีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับโชคชะตาที่กำลังพลิกผันนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 4
กระบี่หิมะไร้ลักษณ์
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!