“หากเจ้ายังฝืนบำเพ็ญในวิถีที่ปราศจากหัวใจ... วันหนึ่งหัวใจที่เจ้าขว้างทิ้งไปนั่นแหละ จะย้อนกลับมาควักเอาลมหายใจของเจ้าไปแทน”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังก้องอยู่ในโสตประสาทของ ‘จิ่งหลัน’ ทว่าเมื่อเขาลืมตาขึ้น กลับพบเพียงความว่างเปล่าภายในตำหนักเมฆาคล้อย หอเซียนที่สูงเสียดฟ้าแห่งนี้เงียบสงัดราวกับป่าช้าไร้วิญญาณ กลิ่นกำยานมวลหมู่เมฆาที่เคยหอมหวนบัดนี้กลับเจือกลิ่นคาวสนิมจางๆ ราวกับเลือดที่พยายามปนเปื้อนอยู่ในอากาศ
จิ่งหลันขยับกายลุกขึ้นจากอาสนะหยกเย็น ดวงตาคมกริบดุจกระบี่ทอประกายสีเงินยวงวูบหนึ่ง เขาไม่ได้สวมใส่ชุดเกราะหรือเครื่องประดับหรูหรา หากแต่สวมเพียงอาภรณ์สีขาวสะอาดตาที่ดูเรียบง่ายทว่าแฝงไปด้วยความกดดันมหาศาล มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับกระบี่มานับร้อยปีค่อยๆ สัมผัสลงบนพื้นหินอ่อนที่สลักลวดลายวงเวทย์อักขระดารา
เขาสัมผัสได้... ไม่ใช่เพียงแค่ไอเย็นของพลังปราณที่แปรปรวน แต่เป็น ‘รอยร้าว’
มันไม่ใช่รอยร้าวบนผนังหรือพื้นหิน แต่มันคือรอยร้าวบนม่านพลังที่กั้นระหว่างแดนมนุษย์และห้วงเวลาที่สาบสูญ พลังปราณที่เคยไหลเวียนนิ่งสนิทดุจผิวน้ำในยามไร้ลม บัดนี้กลับปั่นป่วนดั่งพายุคลั่งใต้พื้นพิภพ กระแสพลังสายหนึ่งที่ดำมืดและคุ้นเคยอย่างประหลาดกำลังกัดกินเสาหลักของหอเซียนจากภายใน
“มู่หรงเฉิน... เจ้ายังไม่ตายหรือนี่”
เขารำพึงกับความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก หัวใจของเขาสงบนิ่งราวกับหินผา แต่ในส่วนลึกที่สุดของจิตวิญญาณ ความทรงจำเกี่ยวกับ ‘สหาย’ ผู้เคยร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กลับกรีดลึกราวกับคมมีดบาด
ในขณะเดียวกัน ที่ระเบียงทางเดินทอดยาวสู่หอตำรา ‘หลินเฟยหง’ ยืนนิ่งงันอยู่เบื้องหน้าประตูศิลาบานใหญ่ ข้อมือขวาที่ถูกปกปิดด้วยผ้าแถบสีฟ้าอ่อนของนางกำลังร้อนผ่าว เส้นด้ายแห่งชะตากรรมที่มองเห็นด้วยตาเปล่าของคนทั่วไปไม่ได้ นางกลับมองเห็นมันชัดเจนดั่งเส้นใยสีทองที่พันธนาการอยู่บนฟ้ากว้าง
“ท่านอาจารย์... รอยร้าวในม่านเมฆากำลังเปิดออก” นางกระซิบกับตัวเอง ดวงตาคู่สวยที่มีประกายลึกลับวูบไหว นางไม่ได้หวาดกลัว แต่ความดื้อรั้นในใจสั่งให้นางก้าวเท้าเข้าสู่เขตกฎระเบียบที่เข้มงวดที่สุดของหอเซียน
ทันใดนั้น พลังปราณระลอกหนึ่งกระแทกเข้าใส่ร่างของหลินเฟยหงจนนางเซถลา แต่นางไม่ยอมถอยกลับ กัดฟันแน่นจนริมฝีปากบางซีดเผือด นางเห็น... นางเห็นภาพจิ่งหลันที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางเปลวไฟสีดำที่โหมกระหน่ำ และเห็นเงาของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่รอยยิ้มอาบไปด้วยความอาฆาต
“ข้าไม่ยอมให้มันจบลงเช่นนั้น” นางเอ่ยประโยคนี้พร้อมกับใช้มืออีกข้างกดลงบนตราประทับที่ข้อมือ พลังสายหนึ่งที่บริสุทธิ์และเก่าแก่กว่าสิ่งใดในหอเซียนแผ่ซ่านออกมาจนอักขระบนประตูศิลาเริ่มสั่นไหว
ภายในตำหนักชั้นใน จิ่งหลันผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กระบี่ ‘จันทราดับสูญ’ ที่พิงอยู่ข้างกายสั่นระริกราวกับตอบรับสัญญาณเตือนจากสภาวะสวรรค์ เขาสัมผัสได้ถึงการรุกล้ำของพลังที่เขารู้จักดีที่สุด พลังที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหาและความบ้าคลั่งที่มู่หรงเฉินเคยใช้เพื่อพลิกผืนฟ้า
เขาก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว ร่างกายก็หายวับไปกับสายลม ปรากฏตัวอีกครั้งเบื้องหน้าหลินเฟยหงที่กำลังทรุดตัวลงเพราะแรงกดดันมหาศาลจากม่านพลังที่พยายามขัดขืนการเปิดออก
“ใครสั่งให้เจ้ามาที่นี่... ศิษย์ตัวดี” จิ่งหลันเอ่ยเสียงเย็นเยียบ สายตาทอดมองศิษย์สาวที่เขารับมาดูแลด้วยความตั้งใจเพียงเพื่อรักษาสมดุลของชะตาฟ้า แต่บัดนี้ ดูเหมือนเขากำลังเผชิญกับตัวแปรที่เขาควบคุมไม่ได้
หลินเฟยหงเงยหน้าขึ้น สบตากับประมุขหอเซียนผู้เย็นชาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น “ข้าไม่ได้มาที่นี่เพราะคำสั่งท่านอาจารย์ แต่ข้ามาเพื่อเตือน... ว่าคนที่ท่านคิดว่าดับสูญไปแล้ว กำลังจะกลับมาทวงคืนทุกอย่างที่ท่านเคยพรากไป”
จิ่งหลันชะงัก นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะด้ามกระบี่จันทราดับสูญโดยสัญชาตญาณ ทันใดนั้น ฟ้าที่เคยโปร่งใสเหนือหอเซียนก็มืดมิดลงฉับพลัน เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องดุจเสียงพิโรธของทวยเทพ กระแสพลังสีดำทมิฬพุ่งทะลวงลงมาจากเมฆาที่ฉีกขาด เผยให้เห็นรอยร้าวขนาดมหึมาที่กำลังขยายตัวราวกับดวงตาของอสูรกาย
กระบี่จันทราดับสูญถูกชักออกจากฝักครึ่งหนึ่ง เสียงครางของโลหะที่บรรจุจิตวิญญาณแห่งความตายดังกังวานไปทั่วเทือกเขา
“นั่นคือการตัดสินใจของเจ้าใช่หรือไม่... ที่จะเอาตัวเองมาขวางเส้นทางแห่งหายนะนี้” จิ่งหลันเอ่ยถาม เสียงของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความราบเรียบที่ซ่อนพายุอารมณ์เอาไว้
หลินเฟยหงไม่ตอบ แต่รอยประทับที่ข้อมือของนางกลับเปล่งแสงสีทองสว่างจ้าแข่งกับพลังสีดำบนท้องฟ้า รอยร้าวแห่งม่านเมฆาบิดเบี้ยวจนเกิดเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ และจากความมืดมิดในช่องว่างนั้น เงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งก็ค่อยๆ ก้าวเท้าออกมา พร้อมกับกลิ่นอายความตายที่คุ้นเคย
“จิ่งหลัน... ข้ากลับมาแล้ว” เสียงนั้นแหบพร่าทว่าดังก้องอยู่ในหัวใจของทุกคนในหอเซียน
หลิวเยี่ยนซีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะหลงรักในโชคชะตาที่กำลังจะพัดพาไปนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 1
รอยร้าวแห่งม่านเมฆา
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!