รอยร้าวบนผนังหยกศิลาไม่ได้เกิดจากแรงแผ่นดินไหว แต่เกิดจากหยดเลือดสีชาดที่ซึมออกจากปลายนิ้วของหลินเฟยหง
นางสะดุ้งเฮือกขึ้นจากห้วงนิทรา ลมหายใจหอบกระชั้นจนแผ่นอกบางสะท้อนขึ้นลงรุนแรง หยาดเหงื่อกาฬไหลย้อยท่วมกรอบหน้าขาวซีดราวกับคนเพิ่งฟื้นคืนจากความตาย ความหนաբางของม่านไหมในห้องบรรทมไม่ได้ช่วยให้ความเหน็บหนาวในกระดูกจางลงแม้แต่น้อย ภาพมหานครเซียนนับหมื่นลี้ที่ถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงสีนิล ท้องฟ้าที่ฉีกขาดเป็นรอยแผลเหวอะหวะ และเสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่าทพยดาที่ร่วงหล่นดั่งฝนห่าใหญ่ ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทอย่างเด่นชัด
นั่นไม่ใช่ความฝัน... มันคืออนาคตที่กำลังจะมาถึง
"เฟยหง..."
เสียงทุ้มต่ำดั่งหินผาบดเบียดดังขึ้นที่หน้าฉากกั้นห้อง จิ่งหลันก้าวเข้ามาในความมืดด้วยอาภรณ์สีขาวสนิทไร้รอยยับ ประกายกระบี่ในดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจทั่วร่างนางอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณของประมุขหอเซียนผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนบอกเขาว่ามีบางอย่างผิดปกติ ความผันผวนของพลังปราณรอบกายหญิงสาวปั่นป่วนจนระลอกคลื่นอากาศบิดเบี้ยว
"ท่านพี่..." เฟยหงละล่ำละลักเรียกชื่อเขา นางยื่นมือที่สั่นเทาออกไปคว้าชายเสื้อสีขาวของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ ภาพความพินาศในนิมิตจะกลายเป็นความจริงขึ้นมาทันที "ข้าเห็น... ข้าเห็นโลกของเราแตกสลาย มู่หรงเฉิน... เขาไม่ได้ต้องการแค่ชุบชีวิตคนรัก แต่เขากำลังใช้ ‘ค่ายกลบรรพกาล’ สูสูดกลืนรากฐานปราณของฟ้าดิน!"
จิ่งหลันไม่เอ่ยคำใด เขาขยับกายเข้าไปใกล้ รั้งร่างสั่นเทาของนางเข้าสู่อ้อมอกกว้าง ไออุ่นจากกายชายหนุ่มช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บในใจนางได้บ้าง แต่มันไม่อาจลบเลือนความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกในดวงตาคู่สวยนั้นได้ นิ้วเรียวยาวของเขาเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม ทว่าน้ำเสียงกลับเยือกเย็นและมั่นคงดั่งขุนเขา
"อดีตกาลถูกกำหนดไว้แล้ว แต่อนาคต... ย่อมเปลี่ยนแปลงได้ด้วยคมกระบี่ในมือเรา" จิ่งหลันเอ่ยพรางกุมมือเรียวของนางที่มีรอยประทับแห่งเทพธิดากำลังเรืองแสงสีทองจางๆ "เจ้าหวาดกลัวสิ่งใดกัน? หรือเจ้าไม่เชื่อมั่นในวิถีกระบี่ไร้อารมณ์ที่ข้าพากเพียรฝึกฝนมาตลอดชีวิต?"
"ข้าเชื่อมั่นในตัวท่านเสมอ..." เฟยหงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของนางเจือความร้าวราน "แต่สิ่งที่ข้าเห็นในนิมิต... คือตัวท่าน จิ่งหลัน... ข้าเห็นท่านถือกระบี่ที่อาบย้อมไปด้วยโลหิตของข้าเอง"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่ากลางใจห้องบรรทม บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบงันลงทันที จิ่งหลันชะงักไปชั่วลมหายใจ ประกายในดวงตาคมปลาบไหววูบหนึ่งก่อนจะกลับคืนสู่ความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก เขาใช้นิ้วเชยคางนางขึ้นบังคับให้สบตา
"หากวันนั้นมาถึงจริง..." น้ำเสียงของจิ่งหลันราบเรียบจนน่ากลัว ทว่าแฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวระดับที่สะเทือนฟ้าดิน "ข้าจะยอมหักกระบี่ในมือทิ้ง และทำลายเส้นด้ายแห่งฟ้าดินทั้งหมดเสีย ไม่ยอมให้ผู้ใดแม้แต่โชคชะตา พรากเจ้าไปจากข้าเป็นครั้งที่สอง"
ทว่า ก่อนที่ทั้งสองจะได้เอ่ยถ้อยคำใดเพิ่ม แรงกดดันมหาศาลระดับบรรพกาลก็แผ่ซ่านทะลักผ่านค่ายกลป้องกันของหอเซียนเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง ท้องยามราตรีด้านนอกแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือดในพริบตา เสียงระฆังโบราณดังสนั่นหวั่นไหวติดต่อกันถึงเก้าครั้ง—สัญญาณเตือนภัยสูงสุดที่ไม่ได้ยินมานานนับพันปี!
เฟยหงเบิกตากว้าง เส้นด้ายแห่งชะตาชีวิตนับล้านเส้นที่นางมองเห็นผ่านเนตรทิพย์กำลังขาดสะบั้นลงพร้อมกันราวกับใบไม้ร่วงหล่น
"พวกเขามาแล้ว..." หญิงสาวพسึมพำด้วยความตื่นตระหนก
จิ่งหลันสะบัดแขนเสื้อ ร่างสูงสง่าพุ่งทะยานทะลุเพดานตำหนักขึ้นสู่ท้องนฟ้าในร่างเดียว กระบี่ประจำกาย 'อัสนีไร้ลักษณ์' ส่งเสียงคำรามกึกก้อง รัศมีกระบี่สีครามพวยพุ่งทะยานเสียดฟ้า แหวกมฆมืดครึ้มออกเป็นสองซีก เผยให้เห็นร่างนับร้อยในชุดคลุมสีดำสนิทที่ยืนตระหง่านอยู่บนยอดเขาไร้ชื่อ เบื้องหน้าพวกมันคือมู่หรงเฉิน อดีตสหายรักผู้แปรเปลี่ยนเป็นมาร สองมือของเขากำลังประคองคัมภีร์โบราณที่แผ่ไอทมิฬปกคลุมไปทั่วทิศ
"จิ่งหลัน ในที่สุดเราก็ได้พบกันอีกครั้ง" เสียงหัวเราะเยือกเย็นของมู่หรงเฉินดังสะท้อนก้องฟ้า "เจ้าคิดว่าค่ายกลปกป้องหอเซียนของเจ้าจะต้านทาน ‘วิถีมารกลืนนภา’ ได้อย่างนั้นหรือ? ดูกلซir! สิ่งที่เจ้าพยายามปกป้อง บัดนี้กำลังจะมอดไหม้ไปพร้อมกับมือของเจ้าเอง!"
สิ้นเสียงนั้น แผ่นดินใต้หอเซียนก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น รอยแยกสีดำสนิทนับร้อยสายผุดขึ้นจากพื้นดิน กลืนกินศิษย์สำนักเซียนหายลับไปในพริบตาเดียว เฟยหงที่ตามออกมายืนเคียงข้างจิ่งหลันบนยอดกระบี่บิน หน้าถอดสีเมื่อนางมองเห็นภาพอนาคตจากนิมิตกำลังซ้อนทับกับความเป็นจริงเบื้องหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ—ไม่มีผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย!
จิ่งหลันหรี่ตาลง รังสีฆ่าฟันแผ่ซ่านออกจากร่างจนมวลอากาศรอบตัวแข็งค้างเป็นเกล็ดน้ำแข็ง เขาชักกระบี่ออกจากฝักช้าๆ ทว่าทุกอณูขุมพลังกลับบีบอัดจนมิติรอบกายบิดเบี้ยว
แต่วินาทีที่คมกระบี่ถูกยกขึ้นชี้ฟ้า เสียงกระซิบแผ่วเบากลับดังขึ้นที่ข้างหูของเขา... เสียงที่จิ่งหลันไม่มีวันลืมตลอดกาล
*“ศิษย์พี่... ท่านยังจำสัญญาที่เราให้ไว้ใต้ต้นท้อพันปีได้หรือไม่?”*
จิ่งหลันตัวแข็งทื่อ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อร่างในอาภรณ์สีแดงสดของหญิงสาวผู้สิ้นใจไปเมื่อร้อยปีก่อน ค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงาร่างของมู่หรงเฉิน รอยยิ้มของนางงดงามหยาดเยิ้ม ทว่าในมือกลับถือกระบี่อาบยาพิษที่จ่อตรงมายังหัวใจของหลินเฟยหง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงนิมิตอันมืดมนและงดงามนี้ไป25ตอนแล้วนะคะ และโปรดติดตามตอนที่ 26 ในวันพรุ่งนี้ค่ะ หลิวเยี่ยนซีรักรี้ดเดอร์ทุกคนค่ะ
เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 25
ฝันร้ายที่กลายเป็นจริง
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!