จิตสังหารสีเลือดแผ่ซ่านจนเกล็ดน้ำแข็งบนผนังถ้ำร้าวรานระเนระนาด เสียงคำรามต่ำในลำคอของจิ่งหลันคล้ายเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มที่ถูกต้อนจนมุม ทว่าเบื้องหลังความดุดันดุจยมทูตนั้น กลับซ่อนความเปราะบางที่สั่นเทาไว้อย่างแนบเนียน นิ้วเรียวยาวที่กุมด้ามกระบี่สั่นระริกยามเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจแผ่วเบาที่รดอยู่บนลาดไหล่ของหลินเฟยหง
นางยังคงหมดสติ รอยประทับแห่งเทพธิดาบนข้อมือขวาเปล่งแสงเรืองรองสีครามสลับทอง อักขระโบราณนับร้อยตัววนเวียนกรีดกรายอยู่รอบร่างนางราวกับเกราะแก้วคุ้ม
"มู่หรงเฉิน..." นามนี้ถูกเค้นออกมาจากไรฟันของประมุขหอเซียนผู้เย็นชา น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังและร่องรอยของอดีตที่ฝังรากลึก
เบื้องหน้าของเขาทั้งสอง ร่างของมู่หรงเฉินในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายหงส์เพลิงทมิฬยืนหยัดอย่างมั่นคง ปลายกระบี่มารโลหิตหยดติ๋งลงบนพื้นศิลา น้ำแข็งที่ถูกหยดเลือดสัมผัสพลันละลายกลายเป็นไอพิษสีม่วงเข้ม ดวงตาสีเพลิงของอดีตสหายจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ทว่าลึกเข้าไปในแววตานั้นกลับซ่อนความริษยาอันดำมืด
"ไม่นึกเลยว่า... ศิษย์พี่ผู้สูงส่ง ไร้ซึ่งกิเลสและหัวใจอย่างท่าน จะมีวันที่ต้องกอดสตรีผู้หนึ่งไว้แนบอกด้วยความหวาดกลัวเช่นนี้" มู่หรงเฉินเอ่ยขึ้น เสียงหัวเราะในลำคอดังสะท้อนก้องกังวานในถ้ำน้ำแข็งพันปี สร้างความปั่นป่วนให้แก่กระแสลมปราณรอบด้านจนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดย่อม
จิ่งหลันมิได้ตอบคำเขา เพียงแต่ปรายตามองร่างของหลินเฟยหงที่เริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามกรอบหน้า ความหนาวเหน็บจาก "ถ้ำน้ำแข็งพันปี" แห่งนี้หาใช่ความหนาวธรรมดา แต่มันคือเขตอาคมโบราณที่กัดกินชีพจรและพลังชีวิตของผู้ฝึกตน หากไม่ใช่เพราะหลินเฟยหงใช้พลังเฮือกสุดท้ายปกป้องเขาจาก "ทัณฑ์กระบี่ผ่าวิญญาณ" ในตอนที่แล้ว นางคงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพปางตายเช่นนี้
"ไสหัวไปเสีย" จิ่งหลันเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกคำที่หลุดออกมากลับกดทับบรรยากาศรอบตัวให้หนักอึ้งดั่งขุนเขาไท่ซาน "หากเจ้ายังก้าวล้ำเข้ามาอีกแม้แต่ก้าวเดียว... วันนี้จะเป็นวันตายของวิญญาณมารเช่นเจ้า"
"ฮ่าๆๆๆ ช่างกล้าพูดนัก!" มู่หรงเฉินสะบัดมือขวา คลื่นพลังมารพุ่งทะยานเข้าใส่ราวกระแสคลื่นคลั่ง "ท่านในตอนนี้พลังปราณแตกซ่านจากการฝืนใช้วิชากระบี่ไร้อารมณ์ขั้นที่เก้า ไหนเลยจะมีแรงเหลือมารับมือข้า สตรีในอ้อมแขนของท่าน... นางคือผู้กุมกุญแจไขประตูสวรรค์ ดึงนางมาให้ข้าเสีย แล้วข้าจะไว้ชีวิตท่าน!"
*เปรี้ยง!*
คมกระบี่ไร้ลักษณ์ปะทะเข้ากับกระบี่มารโลหิตจนเกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบไปทั่วถ้ำ แรงกระแทกทำให้หินงอกหินย้อยนับพันร่วงหล่นลงมาเบื้องล่าง จิ่งหลันกัดฟันแน่น เลือดสดๆ ไหลรินออกจากมุมปากของเขาหยดลงบนหน้าผากของหลินเฟยหง การฝืนขยับตัวในยามที่ลมปราณย้อนกลับทำให้เส้นชีพจรทั่วร่างของเขาขาดผึ่งทีละเส้น
*อดทนไว้นะ...* เขาบอกตัวเองในใจ *ข้าจะยอมให้ใครมาแตะต้องนางไม่ได้เป็นอันขาด*
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เปลือกตาของหลินเฟยหงก็ขยับไหว ร่างบางสะท้านเฮือก นางกระอักเลือดสีดำออกมาคำโต เลือดนั้นเมื่อสัมผัสพื้นน้ำแข็งกลับแปรเปลี่ยนเป็นดอกบัวเหมันต์สีขาวบริสุทธิ์ ดวงตาที่เคยสุกสกาวค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างยากลำบาก นัยน์ตานั้นสะท้อนภาพใบหน้าอันเคร่งเครียดของจิ่งหลัน
"จิ่ง... หลัน..." เสียงของนางแหบพร่าและเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของสายลม
"ข้าอยู่ตรงนี้แล้ว เจ้าปลอดภัย" ประมุขหอเซียนผู้ไม่เคยอ่อนข้อให้ผู้ใด เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดในรอบร้อยปี มือข้างหนึ่งโอบประคองแผ่นหลังของนางไว้แน่น อีกข้างยังคงตวัดกระบี่ต้านทานแรงกดดันจากมู่หรงเฉิน
หลินเฟยหงฝืนยُمมุมปาก แม้ใบหน้าจะซีดเผือดไร้สีเลือด "อย่า... อย่าฝืนลมปราณ... อาคมของถ้ำนี้... กำลังดูดกลืน... พลังของท่าน..."
นางรู้ดีว่ายิ่งจิ่งหลันใช้พลังมากเท่าใด พิษกระบี่ที่ฝังอยู่ในร่างของเขาก็จะยิ่งลุกลามเร็วขึ้นเท่านั้น แต่นางจะปล่อยให้เขาตายที่นี่ได้อย่างไร ในเมื่อด้ายแดงแห่งชะตาชีวิตของพวกเขาทั้งสองถูกผูกมัดเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แล้ว
นิ้วเรียวบางของหลินเฟยหงแตะลงบนหลังมือที่สั่นเทาของจิ่งหลัน พลังปราณเทพธิดาอันอบอุ่นและบริสุทธิ์ไหลรินผ่านผิวสัมผัสเข้าสู่ร่างของเขา ช่วยระงับพิษร้ายที่กำลังแผดเผาอย่างได้ผล ความอบอุ่นนี้ทำให้ดวงตาของจิ่งหลันไหววับ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ
"พวกเรา... ต้องออกไปจากที่นี่" หลินเฟยหงกล่าวเบาๆ ดวงตาคู่งามหันไปมองมู่หรงเฉินที่กำลังรวบรวมพลังเพื่อโจมตีระลอกใหญ่ "เส้นด้ายแห่งชะตาของเขา... กำลังจะขาดลงแล้ว..."
"หมายความว่าอย่างไร?" จิ่งหลันขมวดคิ้ว
"แปลว่า... มีคนอื่นกำลังมา" หลินเฟยหงแย้มยิ้มลึกลับ ทว่าในวินาทีนั้นเอง พื้นน้ำแข็งเบื้องล่างของพวกเขาก็เกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ เสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าถล่มดังขึ้นจากใจกลางภูเขา
มู่หรงเฉินที่กำลังจะพุ่งเข้ามาจู่โจม ชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็น
ซีดเผือดเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังกดดันระดับบรรพกาลที่แผ่พุ่งขึ้นมาจากห้วงเหวเบื้องล่าง
"นั่นมัน... เป็นไปไม่ได้!" มู่หรงเฉินอุทานออกมาอย่างตื่นตระหนก "ตาเฒ่าสารพัดพิษผู้นั้น... มันควรจะดับสูญไปตั้งแต่สามร้อยปีก่อนแล้วไม่ใช่หรือ!"
จิ่งหลันหรี่ตาลงมองเบื้องล่าง ไอน้ำแข็งหนาทึบกำลังแตกกระจาย เผยให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ที่ไม่มีร่องรอยของกาลเวลาหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย กลิ่นอายของเซียนแท้จริงแผ่ซ่านจนแม้แต่มู่หรงเฉินยังต้องถอยหลังไปสามก้าว
เงาร่างนั้นค่อยๆ ก้าวขึ้นมาจากเหวลึก ราวกับเดินอยู่บนบันไดอากาศอย่างไร้ที่ติ ดวงตาคู่นั้นคมกริบดั่งกระบี่โบราณ กวาดมองคนทั้งสามก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ข้อมือของหลินเฟยหงที่มีรอยประทับแห่งเทพธิดา
"ในที่สุด... ข้าก็รอวันที่เจ้าปรากฏตัวจนได้... ทายาทแห่งผู้ลิขิตชะตา" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังสะท้อนก้องกังวาน จนกระบี่ในมือของจิ่งหลันสั่นสะท้อนรับราวกับหวาดกลัวต่อตัวตนของผู้มาใหม่
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ตัวละครมาจนถึงบทนี้นะคะ
เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า•ตอนที่ 24
ถ้ำน้ำแข็งพันปี
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์สาวผู้ลิขิตชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!