ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย•ตอนที่ 15

ความจริงที่ถูกเปิดเผย

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
แสงไปนีออนสีขาวนวลจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือส่องกระทบเข้ากับใบหน้าคมคายที่กำลังซีดเผือดลงทีละน้อย ความเงียบงันภายในห้องทำงานกว้างขวางราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตาเดียว ธีร์ยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม นิ้วเรียวยังคงแตะอยู่บนขอบโต๊ะทำงานกระจกใส ขณะที่ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดอ่านข้อความบนหน้าจอนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับไม่ต้องการเชื่อสิ่งที่ประจักษ์แก่สายตา *'เอกสารที่คุณเกวลินถือเมื่อครู่... คือแผนการที่ศิลากุเรื่องขึ้นมาเองทั้งหมด'* ประโยคสั้นๆ แต่มีอานุภาพทำลายล้างสูงยิ่งกว่าพายุลูกใหญ่ พัดพาเอาความภาคภูมิใจและความรู้สึกฮึกเหิมที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในอกของเขาให้พังทลายลงไม่เป็นท่า ศิลาไม่ได้เป็นเพียงแค่เจ้าระเบียบ จอมเผด็จการ หรือชายหนุ่มปากร้ายที่ชอบเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาด้วยเงินตราเพียงอย่างเดียว... แต่ผู้ชายคนนั้น 'ซื้อ' โอกาสทั้งหมดนี้มาให้เขาอย่างลับๆ โดยที่เขาไม่เคยรู้ตัวเลยแม้แต่น้อย "หึ..." เสียงหัวเราะในลำคอของธีร์ดังขึ้นเบาๆ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันตัวเองและอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งพล่านจนปลายนิ้วสั่นเทา ความรู้สึกอับอายผสมปนเปไปกับความหงุดหงิดที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง ศักดิ์ศรีที่เขาพยายามรักษามาตลอด โดนผู้ชายใจร้อนคนนั้นโยนลงพื้นแล้วใช้เงินฟาดหัวซื้อมาแบบนี้หรือ ประตูกระจกบานใหญ่เลื่อนเปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปรดของศิลาที่ก้าวเข้ามา สีหน้าของอีกฝ่ายดูผ่อนคลายกว่าเมื่อครู่เล็กน้อย ราวกับคิดว่าปัญหาทุกอย่างในห้องประชุมถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว ดวงตาคมกริบกวาดมองมาที่ธีร์ด้วยแววตาที่พยายามซ่อนความห่วงใยเอาไว้ใต้มาقุดุร้ายตามเคย "ยืนทำหน้าเป็นปลาทูชนตออะไรอยู่ตรงนั้น โปรเจกต์ผ่านแล้วไม่ดีใจหรือไง" ศิลาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ตามนิสัย พร้อมกับโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังทึบ ธีร์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาที่มองตรงไปยังร่างสูงไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายไฟแห่งความพายุอารมณ์ที่คุกกรุ่นอยู่ภายใน "ดีใจเหรอครับ..." ธีร์ทวนคำ เสียงราบเรียบจนน่ากลัว "คุณคิดว่าสิ่งที่ผมควรจะรู้สึกตอนนี้ คือความดีใจอย่างนั้นสินะครับ คุณศิลา" ศิลาชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากตัวของเด็กหนุ่ม "นายเป็นอะไรอีก ยRodอะไรขึ้นมา ทำไมทำหน้าแบบนั้น" "ผมควรจะถามคุณมากกว่านะครับ ว่าคุณกำลังเล่นตลกอะไรอยู่" ธีร์หมุนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่มีข้อความเจ้าปัญหาโชว์ห่างจากตัวไม่มากนัก หันกลับไปหาอีกฝ่ายเต็มตา "นี่มันหมายความว่ายังไงครับ คุณศิลา... อธิบายให้ผมฟังหน่อยสิครับว่า เอกสารที่ทำให้ผมได้เซ็นสัญญาเมื่อครู่นี้ มันเป็นเรื่องโกหกที่คุณกุขึ้นมาเองทั้งหมดจริงหรือเปล่า!" บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนติดลบในทันที ศิลานิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์บนโต๊ะ ก่อนจะตวัดกลับมามองหน้าเด็กหนุ่มที่กำลังจ้องเขาเขม็งด้วยแววตาวาวโรจน์ ความลับที่เขาพยายามปิดตายและสั่งให้คนสนิทจัดการอย่างรัดกุมที่สุด กลับรั่วไหลมาถึงมือของคนตรงหน้าได้อย่างไรในเวลาไล่เลี่ยกันขนาดนี้ "นายเอาอะไรมาพูด..." ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน สีหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นความตึงเครียด แต่ก็ยังคงความดื้อรั้นเอาไว้ตามฟอร์ม "ใครส่งอะไรไร้สาระมาให้นายอ่าน อย่าไปเชื่อ..." "หยุดโกหกผมสักทีเถอะครับ!" ธีร์ตวาดลั่นโดยไม่เกรงกลัวอำนาจใดๆ อีกต่อไป ความอดทนที่สั่งสมมาขาดผึ่งลงตรงหน้า เขาก้าวเท้าเข้าไปประชิดร่างสูงที่สูงกว่าเล็กน้อย ดวงตากลมโตแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว "ผมเกลียดที่สุด... เกลียดที่สุดกับการที่ต้องมาเป็นตัวตลกให้คุณเอาเงินมาปั่นหัวเล่น! คุณคิดว่าการทำแบบนี้มันเท่มากหรือไงครับ ทำให้ผมรู้สึกเหมือนคนโง่ที่วิ่งตามความฝันบนกองเงินที่คุณคอยปัดกวาดเส้นทางให้เนี่ยนะ!" "ธีร์! ตั้งสติแล้วฟังฉันก่อน..." ศิลาเอื้อมมือจะคว้าไหล่บางเอาไว้เพื่อระงับอารมณ์เดือดดาลของอีกฝ่าย แต่ธีร์กลับสะบัดออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังเพี๊ยะ "อย่ามาแตะต้องตัวผม!" ธีร์ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหายใจหอบถี่ ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีรวนขึ้นมาจุกที่ลำคอ "คุณเห็นผมเป็นอะไร เป็นเด็กกะโปโลที่ไม่มีปัญญาทำอะไรเองด้วยซ้ำ เลยต้องให้คุณคอยเอาเงินฟาดหัวซื้อความสำเร็จมาให้เหรอครับ คุณศิลา... คุณไม่เคยเชื่อมั่นในตัวผมเลยใช่ไหม ถึงได้ทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้เบื้องหลังผมน่ะ!" "ไม่ใช่แบบนั้น!" ศิลาเผลอตะคอกกลับเสียงดังด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งสูงขึ้นไม่แพ้กัน ความใจร้อนและนิสัยที่ไม่ยอมอธิบายอะไรให้ยืดยาวกำเริบขึ้นมาทันทีเมื่อเจอคำพูดตัดพ้อเหล่านั้น "แล้วนายคิดว่าถ้าฉันไม่ทำแบบนั้น ป่านนี้นายจะมีปัญญาได้ยืนอยู่ตรงจุดนี้ไหมล่ะ! บริษัทพวกนั้นมันเขี้ยวลากดินแค่ไหน นายคิดว่าโปรเจกต์เด็กๆ ของนายมันจะผ่านสายตาพวกบอร์ดบริหารเขี้ยวตันพวกนั้นได้ด้วยความสามารถอย่างเดียวหรือไง!" คำพูดที่พรั่งพรูออกมาด้วยความโมโหของศิลา ทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าความเงียบครั้งนี้มันช่างบาดลึกและสร้างรอยร้าวในใจของคนฟังจนแทบแหลקסลาย ธีร์นิ่งงันไป ใบหน้าชาดิกราวกับถูกตบเข้าอย่างจัง คำพูดที่พ่นออกมาจากปากของคนรัก (หรือคนที่เขาเคยคิดว่าเป็นที่พึ่งทางใจ) มันคมกริบยิ่งกว่าใบมีด มันคือการยอมรับกลายๆ ว่าสิ่งที่เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจทำมาทั้งหมด... ในสายตาของศิลามันก็เป็นแค่ 'โปรเจกต์เด็กๆ' ที่ไม่มีค่าพอจะยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเอง "อ๋อ..." ธีร์แค่นหัวเราะออกมาทั้งน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอเบ้า ดวงตากลมโตมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความผิดหวังอย่างสุดซึ้ง "ที่แท้... ในสายตาคุณ ผมมันก็แค่มือสมัครเล่นที่ไร้น้ำยาคนหนึ่งสินะครับ ขอบคุณมากนะครับที่กรุณาช่วยเปิดหูเปิดตาให้ผมได้ตาสว่างเสียที" "ธีร์ เดี๋ยว..." ศิลาใจหายวาบเมื่อเห็นหยาดน้ำใสคลออยู่ที่หางตาของเด็กหนุ่ม ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกขีดสุดเมื่อรู้ตัวว่าตนเองพลั้งปากพูดคำที่ทำร้ายจิตใจออกไปเสียแล้ว "ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น... ฟังฉันก่อนสิโธ่เว้ย!" ชายหนุ่มก้าวเข้าไปหมายจะคว้าตัวคนตัวเล็กเข้ามากอดปลอบ แต่ธีร์กลับถอยหลังกรูดจนชิดขอบโต๊ะทำงาน สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเยียบเย็นและเด็ดเดี่ยว "อย่าเข้ามาใกล้ผมอีกเลยครับ..." ธีร์พูดเสียงสั่นเครือแต่หนักแน่นทุกถ้อยคำ มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาออกลวกๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าเอกสารของตัวเองขึ้นมาถือไว้ "ในเมื่อคุณชอบใช้เงินซื้อทุกอย่างนัก... งั้นช่วยซื้อความสุขในการไม่ต้องเห็นหน้าผมเพิ่มอีกสักอย่างด้วยก็แล้วกันนะครับ!" พูดจบ ธีร์ก็หันหลังให้ทันที ขายาวก้าวฉับๆ ไปที่ประตูกระจกโดยไม่แม้แต่จะชายตามองร่างสูงที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่กลางห้อง ศิลารีบพุ่งตัวตามไปหมายจะคว้าข้อมือเล็กเอาไว้ แต่จังหวะเดียวกันนั้นเอง... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูกระจกจะถูกผลักเปิดออกโดยผู้มาใหม่ที่ถือวิสาสะเดินเข้ามาด้านในอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแฟ้มเอกสารหนาเตอะในมือ "คุณศิลาครับ! แย่แล้วครับ..." เสียงร้อนรนของเลขาหนุ่มดังขึ้นขัดจังหวะวิกฤตพอดี "ทางบริษัทคู่แข่งรายใหญ่เมื่อครู่ ประกาศยื่นฟ้องเราเรื่องข้อMขัดแย้งสิทธิ์ในโปรเจกต์ที่เราเพิ่งเซ็นสัญญาไปเมื่อกี้แล้วครับ! พวกเขามีหลักฐานว่า... เอกสารแผนงานที่เราใช้ยื่น เป็นข้อมูลที่ถูกขโมยมาจากบริษัทของพวกเขาครับ!" ร่างของศิลาชะงักกึกทันที สีหน้าที่ตื่นตระหนกอยู่แล้วกลับยิ่งซีดเผือกไร้สีเลือดเข้าไปอีก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด หันขวับกลับไปมองหน้าเด็กหนุ่มที่หยุดเดินและหันกลับมามองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและรอยยิ้มหยันที่เจ็บปวดที่สุด ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟีนิกซ์สีทอง" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%