แสงไฟนีออนสีส้มอ่อนจากหน้าจออินเตอร์คอมตรงทางเข้าห้องชุดหรูส่องกระทบใบหน้าคมสันของศิลาให้เห็นริ้วรอยความหงุดหงิดที่ฉายชัดขึ้นอย่างปิดไม่มิด ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีย์หรี่มองภาพบนจอด้วยความรู้สึกระ2.5อใจ ขณะที่ผมเองก็ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างๆ สัญชาตญาณบางอย่างร้องเตือนภัยดังลั่นอยู่ในอก
ภาพของหญิงสาวในชุดเดรสเข้ารูปสีแดงเพลิงที่ยืนส่งยิ้มหวานหยดเยิ้มอยู่หน้าประตูห้องพักในยามวิกาลแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องน่าพิศวาสสำหรับผมเลยสักนิด และดูเหมือนจะยิ่งทำให้เจ้าของห้องตัวจริงหัวเสียจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นจุณ
"ใครครับ..." ศิลาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบจนผมเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ผู้ชายคนนี้เวลาโมโหต่อให้ไม่ต้องตะคอก ก็มีพลังทำลายล้างสูงจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา
นิ้วเรียวหนากดปุ่มเปิดเสียงไมโครโฟนที่เชื่อมต่อกับด้านนอกทันที โดยไม่คิดจะเสียเวลาต้อนรับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญแม้แต่น้อย
*(ติ๊ด)*
"ศิลาคะ... เปิดประตูให้มุกหน่อยสิคะ พอดีมุกผ่านมาแถวนี้แล้วคิดถึง... คิดถึงคุณจังเลย" เสียงหวานหยดย้อยที่ลอยผ่านมาตามลำโพงทำเอาผมเลิกคิ้วขึ้นสูงโดยอัตโนมัติ หญิงสาวหน้าตาสะสวยคนนั้นกำลังกะพริบตาปริบๆ ใส่กล้องวงจรปิดด้วยท่าทีที่คิดว่ามีเสน่ห์ที่สุด
แต่น่าเสียดาย... มันใช้ไม่ได้ผลกับผู้ชายประเภทศิลา
"มุกดา" ศิลาพึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความระอาและรำคาญใจอย่างที่สุด "เธอมาทำบ้าอะไรที่นี่ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว"
ผมหันไปมองหน้าศิลาที่ตอนนี้คิ้วเข้มขมวดมุ่นจนแทบจะผูกกันเป็นปม สายตาคมกริบหันกลับมามองผมแวบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความกระวนกระวายใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากของผมที่ผุดขึ้นมาแบบไม่ได้นัดหมาย
"แฟนเก่าคุณเหรอครับ?" ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงแววประชดประชันไว้อย่างเต็มเปี่ยม "ดูท่าทางเขาจะคิดถึงคุณมากจริงๆ นะครับ ถึงขั้นบุกมาหาถึงหน้าห้องพักส่วนตัวแบบนี้ ประทับใจแย่เลยสิครับคุณศิลา"
ศิลาถอนหายใจพรืดใหญ่ออกมาอย่างเหลืออด เขารวบข้อมือผมไว้หลวมๆ ทันทีที่ผมทำท่าจะถอยหลังเดินหนี แรงบีบที่ข้อมือนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นพอที่จะตรึงผมให้อยู่ตรงนั้น
"อย่ามาทำเป็นพูดจาประชดประชันน่า ธีร์" ศิลาหันมามองผมด้วยแววตาคาดโทษ "เด็กนี่ไม่ใช่เรื่องของฉัน... เราเลิกกันไปเป็นชาติแล้ว และฉันก็ไม่เคยติดต่อยัยนี่อีกเลยตั้งแต่..."
"ตั้งแต่ก่อนจะมาเจอผมว่างั้นเถอะ?" ผมสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องตรงเข้าไปในดวงตาคู่คมของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "โลกกลมดีจังนะครับ แฟนเก่าสุดเซ็กซี่โผล่มาหาถึงที่ในเวลาที่เหมาะสมเสียด้วย หรือว่าพวกคุณนัดกันไว้?"
"ธีร์!" ศิลาเสียงเข้มขึ้นทันที ดวงตาคมดุฉายแววไม่พอใจที่ผมพูดจาไม่เข้าหู "สมองนายคิดได้แค่นี้หรือไง? ยัยนั่นมาเองโดยที่ฉันไม่ได้บอกและไม่ได้ต้อนรับด้วยซ้ำ นายก็เห็นคาตาอยู่เนี่ยว่าฉันทำหน้ายังไงตอนเห็นหน้าเธอ"
"ก็ใครจะไปรู้ล่ะครับ คนเรามันถ่านไฟเก่ามันรุกง่ายจะตาย ยิ่งดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ด้วย..." ผมแกล้งลากเสียงยาว ตั้งใจจะยั่วโมโหคนตรงหน้าให้สติหลุดเล่นๆ แต่ทว่าสายตาที่ศิลามองกลับมาในตอนนี้ มันกลับเต็มไปด้วยความจริงจังจนผมต้องชะงัก
ไม่มีแววตาล้อเล่น ไม่มีรอยยิ้มมุมปาก ศิลาก้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าของเราอยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปะทะเข้ากับแก้มผมจนขนลุกซู่
"ถ้าฉันคิดจะมีใคร นอกจากนาย... ฉันคงไม่ต้องมานั่งตามง้อเด็กดื้อปากเก่งอย่างนายให้เหนื่อยใจเล่นหรอกนะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก ประโยคนั้นเรียบง่ายแต่น้ำเสียงกลับทรงพลังจนหัวใจผมกระตุกวูบ
เคมีระหว่างเราในห้องเงียบสงบแห่งนี้พุ่งพล่านขึ้นมาทันที ราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านอยู่บนผิวหนัง ความโกรธขึงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มในอกที่ยากจะควบคุม ศิลาขยับเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของผมชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ด้านหน้าคืออ้อมแขนกว้างที่กักตัวผมไว้ในพื้นที่ส่วนตัวของเขา
แต่ทว่า...
*(ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!)*
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นแทรกกลางบรรยากาศสีชมพูแกมพายุอารมณ์ทันที เสียงนั้นหนักแน่นและรัวเร็ว ราวกับผู้มาเยือนเริ่มหมดความอดทนกับการยืนรอหน้าห้อง
ศิลาพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางจมูกด้วยความหัวเสียสุดขีด เขาผละออกจากตัวผมอย่างไม่เต็มใจนัก ใบหน้าคมคายบึ้งตึงสนิท ดวงตาดุร้ายฉายแววอยากจะพังประตูลูกเดียว
"รออยู่นี่ อย่าเพิ่งไปไหนเด็ดขาด" ศิลาสั่งเสียงเข้ม ก่อนจะก้าวฉับๆ ตรงไปยังประตูทางเข้า
ผมยืนกอดอกพิงผนัง มองตามแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังเดินไปจัดการปัญหาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ ทั้งอยากรู้ และ... ยอมรับเลยว่ามีความหึงหวงลึกๆ ซ่อนอยู่ข้างใน
ศิลาเปิดประตูห้องออกกว้างอย่างไม่คิดจะไว้หน้า บรรยากาศรอบตัวเขาแผ่รังสีความน่ากลัวออกมาจนผมที่ยืนมองอยู่ยังแอบเสียวสันหลังวาบ
"เธอมาทำอะไรที่นี่ มุกดา?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามทันทีโดยไม่มีการทักทายใดๆ ทั้งสิ้น
ผู้หญิงในชุดเดรสแดงเพลิงส่งยิ้มหวานเยิ้ม เธอก้าวเท้าล้ำเข้ามาด้านในห้องหน้าตาเฉยโดยไม่รอให้อนุญาต มือเรียวบางเอื้อมไปแตะที่แขนเสื้อของศิลาอย่างถือวิสาสะ
"มุกคิดถึงคุณจริงๆ นะคะศิลา... เราไม่ได้เจอกันนานเลย ตั้งแต่คุณย้ายมาอยู่ที่นี่ มุกก็พยายามติดต่อคุณตลอด แต่คุณบล็อกเบอร์มุกทำไมล่ะคะ?" มุกดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอเซาะ ดวงตากลมโตพยายามส่งสายตาอ้อนวอนเต็มที่
ผมหรี่ตามองภาพนั้นจากระยะไกล มุมปากกระตุกขึ้นน้อยๆ ด้วยความรู้สึกกรุ่นโกรธที่ตีตื้นขึ้นมาในอก ปากก็บอกว่าเลิกกันแล้ว แต่ผู้หญิงคนนี้กลับกล้าเดินเข้าห้องเขาหน้าตาเฉยแถมยังแตะเนื้อต้องตัวอีก
ศิลาขมวดคิ้วมุ่น รีบสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของหญิงสาวทันทีราวกับโดนของร้อน ใบหน้าคมดุขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธที่ถูกท้าทายความอดทน
"ฉันบอกเธอหลายครั้งแล้วนะมุกดา ว่าระหว่างเรามันจบไปนานแล้ว และอย่ามาทำรุ่มร่ามแบบนี้ใส่ฉันอีก ออกไปจากห้องฉันซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนเรียก รปภ. มาลากตัวเธอออกไป" ศิลาพูดเสียงดังฟังชัด น้ำเสียงเด็ดขาดไม่มีเยื่อใยเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
แต่มุกดากลับไม่ยอมถอย เธอยิ่งก้าวเข้ามาประชิดตัวศิลามากขึ้น พร้อมกับเอื้อมมือจะคว้าปกเสื้อของเขา "ใจร้ายจังเลยนะคะศิลา... หรือว่าเป็นเพราะเด็กนั่น? เด็กผู้ชายคนที่ยืนอยู่ข้างในห้องคุณตอนนี้ใช่ไหม ที่ทำให้คุณเปลี่ยนไป?"
พูดจบ... มุกดาก็หันขวับมามองสบตาตรงมาที่ผมซึ่งยืนกอดอกพิงผนังอยู่ ดวงตาของเธอกวาดมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาเหยียดหยามเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก
ผมไม่ได้หลบสายตา ผมส่งยิ้มหวานหยดกลับไปให้เธอทันที พร้อมกับก้าวเท้าเดินออกจากมุมมืด ช้าๆ อย่างมั่นใจ จนกระทั่งมายืนหยุดอยู่ข้างกายศิลา
ศิลาเหลือบมองผมแวบหนึ่ง แววตาของเขามีความกังวลฉายชัดกลัวว่าผมจะเข้าใจผิด แต่ผมกลับทำเพียงแค่ยื่นมือไปแตะที่ท่อนแขนแกร่งของเขาเบาๆ ลูบไล้อย่างถือสิทธิ์ต่อหน้าแฟนเก่าของอีกฝ่าย
"สวัสดีครับพี่..." ผมเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความร้ายกาจไว้เต็มพิกัด "พอดีว่าคุณศิลาเขากำลังยุ่งอยู่กับ 'เรื่องส่วนตัว' สำคัญมากจริงๆ ครับ ถ้ามีธุระอะไรด่วน... ฝากบอกผมได้นะครับ เพราะตอนนี้... ห้องนี้ผมเป็นคนดูแล"
มุกดาหน้าเสียลงทันที สีหน้าที่เคยยิ้มแย้มบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ ดวงตาโกรธเกรี้ยวจ้องมองผมเขม็ง
ศิลาที่ยืนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะกับคำพูดและการกระทำของผม ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะค่อยๆ ยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ แววตาดุดันเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับด้วยความถูกใจ เขาเอื้อมมือมาโอบเอวผมไว้หลวมๆ ดึงตัวผมเข้าไปแนบชิดกับลำตัวของเขาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของเช่นกัน
"ได้ยินชัดแล้วนะครับ" ศิลาหันไปพูดกับมุกดาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว... เชิญกลับไปได้เลยครับ แฟนผมเขาไม่ชอบให้มีแขกไม่ได้รับเชิญมาป้วนเปี้ยนแถวนี้ตอนดึกๆ"
มุกดากัดริมฝีปากแน่นด้วยความแค้นใจ เธอจ้องมองผมสลับกับศิลาด้วยแววตาอาฆาต ก่อนจะสะบัดหน้าหนีและหันหลังเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้องอย่างหัวเสีย
*(ปัง!)*
เสียงประตูปิดลงสนิท บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่ความเร่าร้อนเมื่อครู่ยังคงค้างคาอยู่กลางอากาศ
ผมรีบขยับตัวถอยหลังเพื่อออกจากอ้อมแขนของศิลา แต่คนตัวโตกว่ากลับรวบเอวผมไว้แน่นขึ้นกว่าเดิม ไม่ยอมปล่อยให้ผมหลุดมือไปง่ายๆ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน
"หึงเหรอครับ?" เสียงทุ้มกระซิบถามชิดริมฝีปาก แววตาล้อเลียนฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่คมนั้น
"ใครหึงคุณกัน อย่าหลงตัวเองน่าศิลา" ผมเชิดหน้าขึ้นเถียงทันควัน แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกอยู่แล้วก็ตาม "ผมแค่ไม่อยากให้ห้องคุณเปื้อนกลิ่นน้ำหอมราคาถูกของผู้หญิงคนนั้นต่างหาก"
ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอยู่ข้างใบหูของผม ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าผมอย่างลึกซึ้ง ราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่หลังคำพูดปากแข็งเหล่านั้น
"ปากแข็ง..." ศิลาพึมพำเสียงพร่า ก่อนที่มือหนาจะรั้งท้ายทอยผมไว้ แล้วก้มลงมาประทับริมฝีปากอุ่นร้อนลงบนเรียวปากของผมทันทีโดยไม่ทันให้ตั้งตัว
สัมผัสรุนแรงแต่แฝงด้วยความโหยหาและคลั่งรักทำเอาผมสติหลุดไปชั่วขณะ ริมฝีปากหนาบดFขยี้ลงมาอย่างเอาแต่ใจ เรียรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาตักตวงความหวานในโพรงปากจนผมต้องเผลอเผยอริมฝีปากรับสัมผัสจากเขาอย่างลืมตัว มือทั้งสองข้างที่เคยผลักไส กลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยว
ในจังหวะที่หัวใจกำลังหลอมละลายไปกับรสจูบอันเร่าร้อนและวาบหวามจนแทบก้าวขาไม่ออกนั้นเอง...
*(กริ๊งงงงง!)*
เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของศิลาที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขกก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นมาขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวของพวกเราอย่างไม่รู้เวลากล่ำเวลา
ศิลาผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ดวงตาคมดุฉายแววหงุดหงิดระคนรำคาญใจที่โดนขัดจังหวะสำคัญ เขาก้มมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบขึ้นมาด้วยชื่อที่แสดงอยู่บนหน้าจอ...
และเพียงแค่แวบแรกที่ศิลาเห็นชื่อนั้น สีหน้าคมคายที่เคยผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความเร่าร้อนเมื่อครู่ ก็พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดและเย็นเยียบลงทันทีในเสี้ยววินาที ราวกับโลกทั้งใบกำลังจะพลิกคว่ำ
ผมชะงักค้าง สัญชาตญาณเตือนภัยในอกกลับมาทำงานอีกครั้งอย่างรุนแรง เมื่อเห็นแววตาตื่นตระหนกและเคร่งเครียดที่ศิลาไม่เคยแสดงให้เห็นมาก่อน
"ศิลา... ใครโทรมาครับ?" ผมเอ่ยถามเสียงแผ่ว หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาด
ศิลาไม่ได้ตอบคำถามของผม ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นเงยขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์ แล้วมองสบตาผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลับลมคมใน ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะขยับเอ่ยชื่อของคนที่โทรเข้ามาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ผมต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด...
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟีนิกซ์สีทอง" มาโดยตลอดนะครับ!
ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย•ตอนที่ 36
เงาในอดีต
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!