ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย•ตอนที่ 37

คำพูดทำร้ายใจ

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
แก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงในมือของศิลาร้าวรานลงด้วยแรงบีบมหาศาลจากนิ้วแกร่ง บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้มและหรูหรา บัดนี้กลับเย็นเยียบราวดùมีพายุหิมะพัดผ่าน ทั้งที่เครื่องปรับอากาศไม่ได้ถูกปรับลดอุณหภูมิลงเลยแม้แต่นองศาเดียว ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์จ้องมองร่างโปร่งของคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ธีร์ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนลวก ๆ กำลังเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาของเด็กหนุ่มวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวจนแทบจะเผาผลาญทุกอย่างรอบตัวให้กลายเป็นจุล ความเงียบงันปกคลุมอยู่เพียงไม่กี่วินาที ก่อนที่ความอัดอั้นตันใจทั้งหมดจะระเบิดออกมาเป็นถ้อยคำเชือดเฉือน "คุณมันก็คิดได้แค่นี้สินะครับ... คุณศิลา" น้ำเสียงของธีร์สั่นระริกด้วยความเจ็บใจ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความผิดหวัง "คิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง คิดว่าคนอื่นเขาต้องก้มหัวรอรับเศษเงินที่คุณโปรยทานลงมา เพราะคุณมองไม่เห็นค่าใครนอกจากตัวเอง!" ศิลาแค่นหัวเราะออกมาในลำคอ เสียงนั้นเย็นชาและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ รอยยิ้มหยันที่มุมปากทำให้ใบหน้าหล่อเหลาดุดันราวกับซาตานในร่างมนุษย์ คนอย่างศิลา ไกรวุฒิ ไม่เคยยอมจำนนให้ใคร และยิ่งอีกฝ่ายใช้วาจาท้าทาย ยิ่งทำให้ทิฐิอันสูงส่งของเขาพุ่งทะยานจนควบคุมตัวเองไม่ได้ "แล้วมันจริงไหมล่ะ?" ศิลาย้อนถาม เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนห้องทั้งห้องสะเทือน เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกระแทกกระทั้นจนของเหลวสีเข้มกระฉอก "ถ้าไม่ใช่เพราะเงิน ถ้าไม่ใช่เพราะนามสกุลของผม นายคิดว่าตัวเองจะมีปัญญามายืนเถียงฉอด ๆ อยู่ตรงนี้เหรอ ธีร์... อย่าประเมินคุณค่าตัวเองสูงเกินไปหน่อยเลย นายก็แค่เด็กที่ผมซื้อเวลาไว้แก้เบื่อเท่านั้นแหละ" เพล้ง! ประโยคสุดท้ายหลุดออกจากริมฝีปากของคนปากร้าย โดยไม่ทันได้ยับยั้งชั่งใจว่ามันรุนแรงแค่ไหน ศิลาชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นประกายในดวงตาคู่สวยที่ไหววูบลงอย่างรุนแรง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม ธีร์ไม่ร้องไห้ เด็กหนุ่มคนนี้ไม่เคยเสียน้ำตาให้ใครง่าย ๆ โดยเฉพาะกับคนที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีกันอย่างเลือดเย็น แต่ริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง และมือทั้งสองข้างที่กำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ คือหลักฐานชั้นดีว่าคำพูดเมื่อครู่ได้กรีดลึกลงไปถึงกลางใจ "ครับ... ผมมันก็แค่เด็กที่คุณซื้อมา" ธีร์พยักหน้ารับช้า ๆ น้ำเสียงราบเรียบจนน่าใจหาย แววตาที่เคยมีความรู้สึกซ่อนอยู่ บัดนี้ปิดตายสนิท "ขอบคุณที่เตือนสติผมนะครับว่าคนอย่างผมมันไม่มีค่าอะไรในสายตาคุณเลย ต่อไปนี้... คุณไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมจะไม่เอาตัวเองมารarกวาดสายตาให้คุณต้องรำคาญใจอีก" หมุนตัวก้าวเดินออกไปอย่างเด็ดเดี่ยว ท่ามกลางความเงียบที่กดดันจนศิลาหายใจแทบไม่ออก ความโกรธที่เคยพลุ่งพล่านมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความโหวงเหวงแปลกประหลาดที่แล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ ศิลายืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม มือหนากำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดและตื่นตระหนกตีรวนขึ้นมาในอกจนเขาอยากจะตบปากตัวเองสักร้อยครั้ง *ไอ้ปากเสียเอ๊ย! พูดอะไรออกไปวะ!* เขารู้ดีว่าตนเองไม่ได้คิดแบบนั้นเลยสักนิด... ทุกถ้อยคำที่พ่นออกไปเป็นเพียงเพราะความหึงหวงบ้าคลั่งที่เห็นธีร์ไปยืนใกล้ชิดกับไอ้รุ่นพี่หน้าอ่อนคนนั้น แต่วิธีการระบายออกของเขากลับเป็นการทำลายอีกฝ่ายให้แหลکสลายคามือ ศิลาขยับตัวก้าวตามไปหมายจะคว้าแขนเรียวรั้งไว้อย่างร้อนรน แต่ทว่า... แอด... เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นขัดจังหวะ ร่างสูงโปรดของบุคคลที่สามก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพินisและแฟ้มเอกสารในมือ ทนายความส่วนตัวและเพื่อนสนิทอย่าง 'กรณ์' หยุดยืนนิ่งเมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศมาคุราวกับสนามรบ "อ้าว ศิลา... น้องธีร์เพิ่งสวนออกไป หน้าตาดูไม่ค่อยดีเลย นายไปทำอะไรให้อีก..." กรณ์ยังพูดไม่ทันจบประโยค ศิลาก็พุ่งพรวดเข้ามาคว้าคอเสื้อเพื่อนสนิทด้วยดวงตาดุร้ายราวกับสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง "เงียบปากแล้วไสหัวไปให้พ้นซะ!" ศิลาคำรามลั่นในลำคอ ก่อนจะผลักเพื่อนเซถอยหลัง แล้ววิ่งสาวเท้าออกจากห้องทำงานตามร่างบางไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งให้กรณ์ยืนกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงุนงงกับอารมณ์ที่แปรปรวนยิ่งกว่าพายุไต้ฝุ่นของท่านประธานหนุ่ม ทางด้านธีร์ที่เดินจ้ำอ้าวออกมาถึงลิฟต์โดยสาร ปลายนิ้วเรียวกดปุ่มเรียกซ้ำ ๆ ด้วยความรีบร้อน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความเจ็บแปลบที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ภาพใบหน้าและแววตารingหยันของศิลายังคงวนเวียนอยู่ในหัว ซ้ำแล้วซ้ำเล่า *ต่อให้เขามีเงินล้านหรือหมื่นล้าน แต่วาจาเชือดเฉือนแบบนั้น... มันก็ไม่มีค่าอะไรให้ทนอยู่อีกต่อไปแล้ว* ติ๊ง! ประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมกับที่ธีร์ก้าวเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็วเพื่อหลีกหนีผู้คน แต่ทว่า ก่อนที่ประตูบานสีเงินจะปิดสนิทลง มือหนาของใครบางคนก็พุ่งเข้ามาขวางไว้ด้วยความเร็วสูง พร้อมกับแรงดึงกระชากที่ทำให้ร่างของธีร์เซถลาเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนแกร่งที่คุ้นเคย กลิ่นน้ำหอมผสมกับความร้อนรุ่มของร่างกายที่คุ้นชินทำให้ธีร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ศิลาหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาคมกริบมองสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววตื่นตระหนก ประตูลิฟต์ปิดสนิทลงแยกพวกเขาทั้งสองคนออกจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง ในพื้นที่แคบๆ ที่มีเพียงลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ใกล้กัน ศิลาใช้วงแขนแข็งแรงกักขังคนตัวเล็กไว้ชิดผนังลิฟต์โดยไม่ยอมให้ขยับหนีไปไหน "ปล่อยผมนะ!" ธีร์ตาดุใส่ พยายามผลักอกแกร่งเต็มแรงแต่ก็ไม่ต่างอะไรกับการเอานุ่นไปกระทบหินผา "ไม่ปล่อย..." ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำด้วยความรู้สึกหลากหลายที่อัดแน่นจนล้นปรี่ "นายไม่มีสิทธิ์หนีผมไปไหนทั้งนั้น ธีร์!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟีนิกซ์สีทอง" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%