กระดาษสี่แผ่นยับยู่ยี่ถูกปาทิ้งลงถังขยะในห้องทำงานส่วนตัวด้วยความเร็วและแม่นยำราวนักกีฬาบาสเกตบอล ธีร์ยืนกอดอกมองผลงานของตัวเองด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตาดื้อรั้นฉายชัดถึงความไม่สบอารมณ์ ปากบางเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงเมื่อกวาดตามองข้อความที่ตนเองเพิ่งจรดปากกาเขียนลงไปเมื่อสิบนาาทีก่อน
*กฎเหล็กในการอยู่ร่วมกัน*
ข้อที่หนึ่ง ห้ามล้ำเส้นพื้นที่ส่วนตัว โดยเฉพาะห้องนอนใหญ่ฝั่งปีกขวา
ข้อที่สอง ห้ามก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวหรือการตัดสินใจใดๆ ทั้งสิ้น
ข้อที่สาม ห้ามทำตัวสนิทสนมเกินกว่าสถานะ 'ผู้จ้างวาน' กับ 'ผู้รับจ้าง' อย่างเด็ดขาด
ไร้สาระสิ้นดี... ธีร์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เขากำลังทำบ้าอะไรอยู่ ทำไมต้องมานั่งร่างกฎเกณฑ์ไร้สาระให้คนเผด็จการอย่างศิลาอ่าน เหมือนเด็กอนุบาลที่พยายามขีดเส้นกั้นอาณาเขตบนโต๊ะเรียน ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าอีกฝ่ายเป็นประเภทเหยียบย่ำทุกกฎเกณฑ์ที่ขวางหน้าด้วยซ้ำ
แกร๊ก!
เสียงปลดล็อกรหัสประตูห้องทำงานดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเข้ามาอย่างถือวิสาสะ ร่างสูงโปร่งของเจ้าของห้องในชุดสูททำงานเข้ารูปดูภูมิฐานและทรงอำนาจก้าวเข้ามาโดยไม่คิดจะเคาะขออนุญาตสักนิด ศิลาปรายตามองเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานด้วยแววตานิ่งสนิท ก่อนมุมปากหยักลึกจะกระตุกยิ้มเยาะทันทีที่เห็นกระดาษแผ่นสุดท้ายในถังขยะ
"ยืนทำหน้าเป็นตูดหมึกอะไรแต่เช้า หรือคิดถึงผมจนสมองกลับไปแล้วล่ะครับคุณธีร์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยွยหยันดังขึ้นทันทีที่ก้าวเท้าพ้นธรณ์ประตู ศิลาถอดนาฬิกาข้อมือราคาแพงออกแล้วโยนมันลงบนโต๊ะทำงานอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเดินตรงดิ่งเข้ามาหาคนตัวเล็กที่ยืนขวางทางอยู่ ความสูงของร่างหนาทำให้ธีร์ต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตา แต่แววตาคู่นั้นไม่มีความเกรงกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความพยศที่ยิ่งเห็นก็ยิ่งทำให้อยากปราบพยศให้ราบคาบ
"คุณศิลานี่ไม่มีมารยาทในการเคาะประตูห้องคนอื่นเหรอครับ หรือที่บ้านไม่ได้สอนว่าพื้นที่ส่วนตัวคืออะไร" ธีร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เชือดเฉือนพอกัน
ศิลาชะงักไปนิด รอยยิ้มมุมปากขยายกว้างขึ้น ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจคนตรงตั้งแต่หัวจรดเท้า "นี่ห้องผมครับคุณธีร์ จำไม่ได้เหรอ หรือเพิ่งตื่นนอนแล้วความจำเสื่อม? อ้อ... แล้วไอ้กระดาษที่ฉีกทิ้งเป็นกองนั่น เขียนใบลาออกล่วงหน้าหรือเปล่าครับ ถ้าใช่... ผมบอกไว้ตรงนี้เลยนะว่าไม่รับ"
"ไม่ได้ลาออกครับ แต่กำลังทำ... นี่" ธีร์เอื้อมมือไปหยิบกระดาษแผ่นสุดท้ายที่ยังวางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา ชูให้ร่างสูงตรงหน้าดูชัดๆ "กฎสามข้อสำหรับการอยู่ร่วมกัน ฉบับปรับปรุงล่าสุด หวังว่าสมองระดับผู้บริหารอย่างคุณจะจดจำและทำตามได้นะ"
ศิลาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างนึกขัน เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะหยิบกระดาษแผ่นนั้นมาอ่าน แต่ธีร์กลับชักมือหลบได้อย่างทันท่วงที ทำให้ปลายนิ้วของศิลาเฉียดผ่านหน้าท้องอีกฝ่ายไปเพียงนิด
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะเมื่อระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง ธีร์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกโดยไม่รู้ตัวเมื่อกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางบนตัวศิลากลบกลืนพื้นที่อากาศรอบตัวจนหมดสิ้น ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองคนตัวโตกว่าที่โน้มใบหน้าลงมาใกล้ รumความกดดันจากอีกฝ่ายแผ่ซ่านจนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ แต่ภายนอกเขายังคงตีสีหน้านิ่งเฉยฝืนทนสบตากลับอย่างไม่ยอมแพ้
"ไหนเอามาดูซิครับว่ากฎบ้าบออะไรของคุณ ถึงทำให้เด็กดื้ออย่างคุณต้องเหนื่อยเขียนตั้งหลายแผ่น" ศิลาโน้มตัวลงกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณต้นคอขาวทำเอาธีร์ขนลุกซู่โดยอัตโนมัติ
"ถอยไปเลยนะคุณ!" ธีร์ดันแผงอกกว้างออกสุดแรง แต่ศิลากลับมีสภาพร่างกายแข็งแกร่งราวกำแพงหินที่ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงกลับฉวยจังหวะนั้นรวบข้อมือทั้งสองข้างของธีร์ไว้ด้วยมือเดียวตรึงไว้แนบลำตัว ส่วนมืออีกข้างคว้ากระดาษแผ่นกฎเหล็กจากมือบางมาถือไว้ได้อย่างง่ายดาย
"ข้อที่หนึ่ง ห้ามล้ำเส้นพื้นที่ส่วนตัว โดยเฉพาะห้องนอนใหญ่ฝั่งปีกขวา..." ศิลากวาดสายตาอ่านออกเสียงด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ก่อนจะหัวเราะในลำคอ "หึ... ข้อนี้ตกตั้งแต่ยังไม่เริ่มครับ เพราะเมื่อคืนคุณก็เพิ่งเดินหลงเข้าไปในห้องแต่งตัวผมมาแล้วนะ จำไม่ได้เหรอครับ?"
"วันนั้นมันอุบัติเหตุ! ผมแค่หาห้องน้ำไม่เจอต่างหากเล่า ปล่อยผมนะ!" ธีร์ดิ้นขุกขัก พยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการพันธนาการ ยิ่งดิ้น ศิลากยิ่งออกแรงรวบแน่นขึ้นจนผิวเนื้อขึ้นรอยแดงจางๆ
"ข้อที่สอง ห้ามก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว..." ศิลาอ่านต่อโดยไม่สนใจเสียงโวยวาย ดวงตาคมกริบเลื่อนขึ้นสบตากับคนในอ้อมแขนที่กำลังส่งสายตาเคืองโกรธมาให้ "อันนี้ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ ชีวิตคุณตอนนี้อยู่ภายใต้การดูแลของผมทุกลมหายใจ การก้าวก่ายคือหน้าที่ของผมครับคุณธีร์"
"คุณมันเผด็จการ! ไร้เหตุผลที่สุด!"
"ผมไม่ได้ไร้เหตุผลครับ แต่ผมเป็นคนชอบแหกกฎ โดยเฉพาะกฎที่มีไว้เพื่อกั้นระหว่างผมกับคุณ..." ศิลาพูดเสียงพร่า ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน สัมผัสอุ่นร้อนจากลมหายใจเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน ความนิ่งสงบเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกระแสความร้อนรุ่มที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในอกของคนทั้งคู่ ธีร์ชะงักค้าง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อดวงตาคมคายคู่นั้นฉายแววปรารถนาบางอย่างที่ชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธ
สายตาทั้งสองคู่ประสานกันนิ่ง ท่ามกลางความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด ศิลากำลังจะโน้มริมฝีปากลงมาปิดกั้นเสียงต่อต้านทั้งหมดของคนปากเก่ง แต่ก่อนที่ระยะห่างจะหมดลง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดอย่างไม่มีมารยาท
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
"คุณศิลาครับ! เอกสารด่วนจากตลาดหลักทรัพย์มาถึงแล้วครับ... เอえ ขอโทษครับ ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย?"
เสียงทุ้มของเลขาหนุ่มคนสนิทดังขึ้นพร้อมกับผลักประตูเปิดพรวดเข้ามาเต็มแรง ศิลาชะงักกะทันหัน ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดจนอยากจะคว้าแจกันปาใส่หัวลูกน้องตัวดีที่ดันเข้ามาผิดจังหวะเวลาชีวิตที่สุดในรอบปี
ธีร์ได้จังหวะรีบออกแรงผลักอกศิลาเต็มแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงก่ำด้วยความอับอายและตื่นตระหนก เขารีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างทันที
ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธ เขากวาดสายตาคมดุไปมองเลขาหนุ่มที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่หน้าประตูด้วยแววตาพิฆาต ก่อนจะหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนหลบมุมอยู่ข้างโต๊ะทำงานด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อ
"เรื่องกฎสามข้อของคุณ... ไว้เราค่อยไปตกลงกันต่อบนเตียงคืนนี้ก็แล้วกันนะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์สุดแซ่บนี้ด้วยกันนะครับ ฟีนิกซ์สีทอง
ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย•ตอนที่ 2
กฎสามข้อที่ไร้ความหมาย
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!