เสียงบานประตูไม้เนื้อหนาที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ไม่ได้ทำให้น้ำหนักการทรงตัวของศิลาขยับเขยื่อนแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีตวัดกลับไปมองผู้มาเยือนทันที รังสีความเย็นยะเยือกแผ่พุ่งออกจากร่างหนาจนบรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวลดฮวบลงหลายองศา
ในขณะที่ธีร์ซึ่งยังคงนั่งค้างอยู่บนตักแกร่ง รีบใช้สองมือดันอกกว้างของคนตัวโตกว่าออกอย่างแรง พร้อมกับดีดตัวลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็ว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ไม่ใช่เพราะความเขินอายจากท่าทางเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะบุคคลที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตูเวลานี้ คือคนที่พวกเขากลัวว่าจะรู้เรื่องดีลลับนี้มากที่สุด
"อ้าว... ดูเหมือนผมจะเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญสินะครับ"
รอยยิ้มพิมพ์ใจที่ถูกประดับไว้บนใบหน้าของ 'กรณ์' เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อของศิลาช่างดูปลอมเปลือกจนน่าคลื่นไส้ ดวงตาเรียวรีหลังกรอบแว่นสายตาพราวระยับ กวาดมองสภาพกระเซอะกระเซิงเล็กน้อยของธีร์สลับกับใบหน้าบึ้งตึงของศิลาด้วยความหมายลึกซึ้ง
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดุคมหรี่ลงอันตราย ขายาวก้าวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับเข้าไปบังร่างของธีร์ไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณของการปกป้อง "รู้ตัวก็ดี ออกไปแล้วเคาะประตูใหม่ซะกรณ์ หรือว่ามารยาทพื้นฐานที่มีคนอบรมมา มันสูญหายไปหมดตั้งแต่ตอนเรียนจบปริญญาโทแล้วล่ะครับ"
คำพูดเชือดเฉือนแบบไม่ไว้หน้าทำให้นิ้วที่ถือแฟ้มเอกสารของกรณ์กระตุกเล็กน้อย แต่รอยยิ้มบนหน้ากลับไม่จางลงเลยสักนิด
"แหม ศิลาก็... ผมเป็นห่วงหรอกนะถึงได้รีบมาหา ถึงได้เห็นภาพเด็ดสะระตี่แบบนี้ไงครับ ใครจะไปคิดล่ะว่าท่านประธานจอมเนี๊ยบ จะลดตัวลงมาเล่นคลุกคลีกับเด็กฝึกงานในความดูแลอย่างใกล้ชิดขนาดนี้" กรณ์จงใจเน้นเสียงตรงคำว่า 'ใกล้ชิด' พร้อมกับปรายตามองธีร์ด้วยแววตาดูแคลนที่ซ่อนไว้ภายใต้ความสุภาพจอมปลอม
ธีร์ขบกรามแน่นจนสันนูน ความรู้สึกไม่ชอบหน้าผู้ชายคนนี้พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่ กรณ์มักจะตีสนิทและคอยส่งยิ้มเป็นมิตรให้อยู่เสมอ แต่สัญชาตญาณดิบของเด็กสู้ชีวิตอย่างเขากลับบอกว่า ผู้ชายคนนี้อันตรายยิ่งกว่าศิลาหลายเท่า เพราะศิลาร้ายกาจใส่ตรงๆ แต่กรณ์ซ่อนมีดไว้ภายใต้รอยยิ้ม
"ถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไรเชิญออกไปครับ ห้องนี้ไม่ได้ต้อนรับคนไม่มีมารยาท" ธีร์สวนกลับเสียงเรียบ เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ขาข้างหนึ่งจะยังสั่นด้วยความตกค้างจากเหตุการณ์เมื่อครู่
กรณ์หันมามองหน้าเด็กหนุ่ม รอยยิ้มบนมุมปากหยักลึกขึ้น "ใจร้อนเสียจริงนะครับน้องธีร์ สมแล้วที่เป็นเด็กปั้นของศิลา... อ้อ พูดถึงเรื่องสำคัญ ผมบังเอิญไปได้ยินเรื่องสนุกๆ มาเรื่องหนึ่งครับ พอดีว่ามีคนตาดีเห็นคุณธีร์แอบเอาเอกสารลับโครงการประมูลที่ดินล็อตใหม่ ไปให้คู่แข่งทางธุรกิจเมื่อสองวันก่อน... ไม่รู้ว่าท่านประธานรู้เรื่องนี้หรือยังครับเนี่ย?"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องก็ดิ่งวูบลงราวกับมีคนกดสวิตช์ปิดตาย
ธีร์เบิกตากว้าง หูอื้ออึงไปชั่วขณะ สมองประมวลผลคำกล่าวหาที่ร้ายกาจนั้นด้วยความตกใจสุดขีด "คุณพูดบ้าอะไร! ผมไปเอาเอกสารบ้าบออะไรตอนไหน อย่ามาใส่ร้ายผมนะ!"
"ผมจะใส่ร้ายคุณทำไมล่ะครับ ในเมื่อหลักฐานมันคาตา..." กรณ์ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถือมาด้วยท่าทางสบายๆ วางลงบนโต๊ะทำงานของศิลาช้าๆ "ภาพถ่ายวงจรปิดจากฝั่งตึกตรงข้าม ตอนที่คุณธีร์กำลังยื่นแฟ้มสีฟ้าให้กับเลขาฯ ของคุณบูรاق... อ๊ะ หรือว่าคุณธีร์ลืมไปแล้วว่าความลับไม่มีในโลก?"
ความโกรธพุ่งพล่านจนธีร์ตัวสั่นเทา เขาไม่ได้ทำ! เขารักษาความลับของบริษัทนี้ยิ่งกว่าชีวิต แล้วภาพบ้าๆ นั่นมาจากไหนวะ!
แต่ก่อนที่ธีร์จะได้อ้าปากเถียง มือหนาของคนที่ยืนอยู่ข้างกายก็เอื้อมมาแตะที่ไหล่บางเบาๆ สัมผัสอุ่นจัดนั้นทำให้ธีร์สะดุ้งเล็กน้อย ศิลาไม่ได้หันมามองเขา แต่ดวงตาคมกริบกลับจ้องเขม็งไปยังเพื่อนสนิทที่ยืนยิ้มระรื่นอยู่หน้าประตู
ศิลาแค่นยิ้มเย็นเยียบ บรรยากาศรอบตัวแผ่รังสีคุกคามจนน่ากลัว "นายแน่ใจเหรอกรณ์ ว่านั่นคือภาพถ่ายวงจรปิด... ไม่ใช่ภาพตัดต่อฝีมือห่วยๆ ของคนที่อยากนั่งเก้าอี้ฉันจนตัวสั่น?"
กรณ์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนหน้ากระตุกค้าง "ศิลา นายกำลังหาว่าฉัน..."
"ฉันไม่ได้หาว่านาย ฉันกำลังบอกว่านายมันโง่ต่างหาก" ศิลาตัดบทเสียงกร้าว ขายาวก้าวเข้าไปประชิดตัวเพื่อนสนิทด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายผงะถอยหลัง "แฟ้มสีฟ้าที่นายว่า... ฉันเป็นคนสั่งให้ธีร์เอาไปให้บูรพารastเอง เพื่อหลอกล่อให้หมาบางตัวคายหางออกมา... แล้วบังเอิญจริงๆ ที่หมาตัวนั้นดันวิ่งแจ้นเอาข่าวมาฟ้องฉันก่อนที่แผนจะจบเสียอีก"
ดวงตาของกรณ์ไหววูบ สีหน้าเปลี่ยนสีทันทีอย่างปิดไม่มิด ความมั่นอกมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา
ธีร์ที่ยืนมองอยู่ข้างหลังลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมคราม เขาเพิ่งรู้พร้อมกับกรณ์นี่แหละว่าศิลาวางแผนซ้อนแผนไว้อีกชั้นหนึ่ง! ผู้ชายคนนี้ร้ายกาจสมกับเป็นนักธุรกิจเลือดเย็นจริงๆ
ศิลาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูของกรณ์ด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน แต่รุกฆาตจนคู่สนทนากัดฟันกรอด
"เกมนี้ยังไม่จบหรอกนะกรณ์... นายรีบเดินหมากเร็วเกินไปหน่อย ทำให้ฉันรู้ซึ้งเลยว่า 'คนใกล้ตัว' ที่น่ากลัวที่สุด หน้าตาเป็นยังไง"
ศิลาผละตัวออก ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียดขึ้น มือหนาเอื้อมไปหยิบซองเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาเปิดดูข้างในแวบหนึ่ง ก่อนจะมุมปากกระตุกยิ้มเหยียด "รูปถ่ายคมชัดดีนี่... สงสัยนายคงทุ่มทุนสร้างน่าดู แต่เสียดายนะ ที่นายดันลืมเช็คให้ดีว่า... กล้องวงจรปิดตึกฝั่งตรงข้าม มันเสียมาสามเดือนแล้ว!"
ปัง!
เสียงประตูปิดกระแทกอย่างแรงจากฝั่งด้านนอก ไม่ใช่เพราะกรณ์เดินออกไป แต่เป็นเสียงของคนที่แอบฟังอยู่เลยสะดุ้งทำแจกันดอกไม้หน้าห้องตกแตก!
ศิลาและธีร์หันขวับไปมองที่ประตูพร้อมกันด้วยความตกใจ ดวงตาของศิลาหรี่แคบลงทันทีเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนวิ่งหนีหายไปจากกระจกฝ้าหน้าห้อง
"ยังมีอีกคน..." ธีร์พึมพำเสียงเบา ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
ศิลาหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ใกล้ๆ มือหนาคว้าข้อมือบางไว้มั่น ดึงร่างโปร่งให้เข้ามาประชิดอกโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ ดวงตาคมกริบฉายแวววิตกกังวลเป็นครั้งแรกที่ธีร์เคยเห็น
"เกมนี้มันสกปรกเกินกว่าที่ฉันคิดไว้..." ศิลาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างขมับของคนในอ้อมแขน "คืนนี้... นายห้ามกลับห้องพักตัวเองเด็ดขาด ต้องไปอยู่กับฉัน!"
ฟีนิกซ์สีทองขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย•ตอนที่ 24
คำลวงจากคนใกล้ตัว
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!