แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้เจ็บปวดจนทนไม่ไหว แต่มันหนักหน่วงพอที่จะตรึงร่างของธีร์ให้หยุดนิ่งอยู่กับที่ กลิ่นอายน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยวนอยู่รอบตัวในระยะประชิด
ดวงตาคมกริบของศิลาไม่ได้มองประตูห้องที่เพิ่งปิดลงไปเลยสักนิด สายตานั้นกำลังจดจ้องตรงมาที่เขา ส่องประกายความกรุ่นโกรธผสมผสานกับบางสิ่งที่ร้อนรุ่มเสียจนคนถูกมองต้องเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ปล่อยครับคุณศิลา ผมจะไปเปิดประตูให้เพื่อน" ธีร์พยายามดึงข้อมือกลับ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความดื้อรั้นไว้เต็มเปี่ยมตามสไตล์คนปากเก่งที่ไม่เคยคิดจะยอมจำนนใครง่ายๆ
"เพื่อน หรือไอ้คนที่มันคอยตามตื๊อคุณอยู่ทุกวันกันแน่" ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมดุหรี่ลงเล็กน้อย ความหึงหวงที่เจ้าตัวมักจะปฏิเสธหัวชนฝาบัดนี้กลับพวยพุ่งออกมาจากทุกอณูรูขุมขนอย่างไร้การควบคุม
"แล้วมันธุระอะไรของคุณล่ะครับ" ธีร์เชิดหน้าขึ้นสู้ สายตารั้นๆ ตวัดกลับอย่างไม่เกรงกลัว "ผมจะเป็นเพื่อนกับใคร ไปไหนมาไหนกับใคร มันก็ชีวิตส่วนตัวของผม คุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่ง"
คำถามนั้นทำให้คนฟังชะงักไปชั่ววินาที ศิลาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน มือหนาที่พันธนาการข้อมืออีกฝ่ายอยู่เปลี่ยนเป็นฝ่ายกุมกระชับแน่นขึ้น ก่อนจะกระชากเบาๆ ให้ร่างโปร่งเซเข้ามาประชิดตัวโดยไม่มีช่องว่างให้ขยับหนี
"สิทธิ์เหรอ..." ศิลาโน้มใบหน้าลงมาต่ำ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "อยากรู้ใช่ไหมว่าผมมีสิทธิ์อะไร... หึ คนอย่างศิลา ถ้าอยากได้อะไรมาเป็นของตัวเอง ต่อให้ต้องซื้อตึกทั้งแถบนี้ผมก็ทำได้ แต่กับคุณ... ผมไม่ได้อยากใช้เงินแก้ปัญหาเว้ย"
หัวใจของธีร์กระตุกวูบ จังหวะการหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความจริงจังแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ความกวนประสาทและความปากร้ายที่เคยมีหายวับไปกับตา เหลือเพียงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมพวงแก้มอย่างห้ามไม่อยู่
"คุณ... พูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย ปล่อยนะ" ธีร์เบือนหน้าหนีความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจดวงน้อยเหลือเกิน พยายามดันแผงอกกว้างออกห่าง แต่มีหรือที่แรงคนตัวเล็กกว่าจะสู้แรงของเสือร้ายที่กำลังตบะแตกได้
"ไม่ได้บ้า" ศิลาพูดเสียงนุ่มลงแต่หนักแน่น ราวกับต้องการตอกย้ำให้คนฟังเชื่อสนิทใจ "ผมพูดจริง และคุณก็น่าจะรู้ดี... ว่าทำไมผมถึงต้องหัวเสียทุกครั้งเวลาที่มีไอ้หน้าไหนมันเข้าใกล้คุณ"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ เสียงเคาะประตูด้านนอกยังคงดังเป็นระยะ แต่เวลานี้ทั้งคู่ราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในโลกอีกใบที่มีเพียงเสียงหัวใจเต้นโครมครามของกันและกัน
ธีร์เม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลแทบไม่ทันกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายปากร้ายคนนี้ ศิลาเนี่ยนะ... คนที่เคยด่าเขาว่าน่ารำคาญ คนที่ชอบใช้อำนาจเงินกดทับเขาทุกครั้งที่มีโอกาส ตอนนี้กลับยืนสารภาพความรู้สึกตรงๆ ด้วยแววตาที่สั่นไหวรุนแรง
"คุณศิลา... อย่ามาล้อเล่นน่า มันไม่ตลกเลยสักนิด" ธีร์พยายามเค้นเสียงให้ดูเข้มแข็งที่สุด แม้ว่ามือที่วางอยู่บนอกแกร่งจะสั่นเทาเล็กน้อยก็ตาม
"ผมดูเหมือนคนกำลังเล่นสนุกอยู่หรือไง" ศิลาใช้มืออีกข้างเชยคางมนขึ้นบังคับให้ดวงตาคู่สวยหันกลับมาสบกันตรงๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดลากไล้เบาๆ ที่กรอบหน้าอย่างทะนุถนอม ซึ่งเป็นสัมผัสที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้เคยแสดงออกมา "ผมอาจจะปากหมา อาจจะเอาแต่ใจ แต่อย่าท้าทายความอดทนของผมด้วยการไปทำตัวสนิทสนมกับคนอื่นอีก... ผมหึง และผมก็หวงมากด้วย ธีร์"
สรรพนามที่เปลี่ยนไปพร้อมกับน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าเล็กน้อย ทำเอาเกราะป้องกันทุกอย่างของธีร์พังทลายลงในพริบตา ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วอกจนต้องหลบสายตาคู่นั้นด้วยความเขินอายที่พุ่งทะยานเกินต้านทาน
"คนฉวยโอกาส..." ธีร์พึมพำเบาๆ แก้เก้อ พยายามซ่อนใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำไว้สุดฤทธิ์ แต่รอยยิ้มมุมปากของศิลากลับกว้างขึ้น ยิ่งเห็นอาการเขินจนทำอะไรไม่ถูกของคนตรงข้าม ความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ก็ยิ่งทะลักล้น
ศิลาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดใบหูขาวสะอาดที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงแจ๋
"จะด่าอะไรผมเชิญตามสบายเลยครับ แต่จำคำพูดผมไว้ให้ดี... นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป เลิกคิดจะไปมองไอ้หน้าไหนได้เลย เพราะผมจองคุณแล้ว"
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อของเพื่อนสนิทที่ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพู
"ไอ้ธีร์! เปิดประตูโว้ย มึงติดอยู่ในนั้นกับใคร ทำไมเปิดช้าจังวะ หรือว่าเกิดอะไรขึ้น!"
ธีร์สะดุ้งสุดตัวได้สติ รีบผลักอกศิลากระเด็นถอยหลังทันที ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับจะระเบิด เจ้าตัวส่งค้อนวงใหญ่ให้คนหน้ามึนที่ยังยืนยิ้มระรื่นไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ตรงนั้น
"เพราะคุณแท้ๆ เลย!" ธีร์กระซิบคาดโทษด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินไปที่ประตูเพื่อระงับสถานการณ์ภายนอก
มือเรียวบิดลูกบิดแล้วดึงประตูเปิดออก ทว่า... ภาพคนที่ยืนยิ้มแป้นอยู่หน้าห้อง กลับไม่ใช่เพื่อนสนิทอย่างที่ธีร์คิดไว้แต่แรก
แต่เป็นร่างสูงโปรดของ "ธนวินท์" อดีตคู่หมั้นจอมเจ้าเล่ห์ที่หายหน้าไปนาน และตอนนี้เขากำลังถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่ ยืนจ้องหน้าธีร์ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมเอ่ยทักทาย
"เซอร์ไพรส์... คิดถึงผมไหมครับคนสวย"
เพล้ง!
เสียงเหมือนกระจกแตกดังขึ้นในความรู้สึก พร้อมกับบรรยากาศอุณหภูมิรอบตัวที่ลดฮวบลงจนติดลบ เมื่อศิลาที่เดินตามหลังมาติดๆ ก้าวออกมายืนประชิดแผ่นหลังของธีร์ ชายหนุ่มปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุร้ายราวกับพญามารที่พร้อมจะฉีกร่างใครเป็นชิ้นๆ และก่อนที่ใครจะทันได้พูดอะไร ศิลาก็กระชากเอวบางของธีร์ให้ถอยหลังเข้าสู่อ้อมกอดของตนเองอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยลอดไรฟันด้วยความเหี้ยมเกรียม
"ผัวเขา... คงไม่คิดถึงมึงหรอกนะไอ้สลัด!"
---
*ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟีนิกซ์สีทอง" เสมอมานะครับ!*
ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย•ตอนที่ 22
สยบเฮียคลั่งรัก
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!