"ชิบหาย..."
ศิลาพึมพำเบาๆ อย่างหัวเสีย ดวงตาคมกริบกวาดมองข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งเด้งขึ้นมาแจ้งเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพถ่ายในจอแสดงให้เห็นร่างโปร่งของธีร์กำลังยืนยันโปรเจกต์งานออกแบบร่วมกับสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่หน้าตาดีคนหนึ่ง รอยยิ้มที่อีกฝ่ายส่งให้กันนั้นช่างบาดตาบาดใจคนมองเสียเหลือเกิน จนสันกรามคมสันของนักธุรกิจหนุ่มขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน
รถยนต์ยุโรปคันหรูพุ่งทะยานผ่านท้องถนนยามค่ำคืนด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติเล็กน้อย สะท้อนถึงอารมณ์กรุ่นโกรธที่เจ้าตัวพยายามกดขี่เอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
บรรยากาศในคอนโดมิเนียมหรูชั้นบนสุดเวลานี้เงียบเชียบ ทว่าอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันชนิดที่หากใครก้าวเข้ามาคงต้องหายใจไม่ทั่วท้อง ธีร์ที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำผ้าฝ้ายสีขาว ก้าวออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กขยี้ผมเปียกชื้นของตัวเองลวกๆ ใบหน้าหวานหันไปมองเจ้าของห้องที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับฉายแววหาเรื่องอยู่ไม่น้อย
"มาทำอะไรดึกดื่นครับ คุณศิลา?"
เสียงใสเอ่ยทักขึ้นทันที โดยไม่มีความเกรงกลัวต่อรังสีความน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากร่างสูงแม้แต่น้อย ธีร์วางผ้าขนหนูพาดไว้บนบ่า เดินตรงไปยังตู้เย็นเพื่อหยิบน้ำดื่มอย่างไม่รีบร้อน
ศิลายังไม่ตอบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวร่างโปร่งที่หันหลังให้ รวดเร็วเสียจนธีร์ยังไม่ทันตั้งตัว แผ่นหลังบางก็ถูกดันให้แนบชิดติดกับบานประตูตู้เย็นความเย็นเฉียบ มือหนาข้างหนึ่งยันขอบตู้เย็นไว้กักขังอีกฝ่ายให้อยู่ในอาณาเขต
"ไปไหนมา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามชิดริมหู ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวจนเจ้าของร่างเผลอขนลุกชัน
"ถอยไปเลยนะศิลา... เดินเข้ามาแบบนี้มารยาทอยู่ไหน" ธีร์เอี้ยวตัวกลับมาเผชิญหน้า มือเรียวดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง ทว่าอีกฝ่ายกลับนิ่งราวกับกำแพงหิน
"ผมถามว่าไปไหนมา... แล้วไอ้หมอนั่นมันเป็นใคร ถึงได้ยิ้มระรื่นให้ขนาดนั้นในรูปโปรโมทโปรเจกต์นั่น" ศิลาเค้นเสียงถาม ดวงตาคมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตอย่างต้องการคาดคั้นคำตอบ ความหึงหวงที่พยายามสะกดกลั้นไว้เริ่มทะลักล้นออกมาทางน้ำเสียง
"หึงเหรอ?" ธีร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มเยาะเย้ย "ผมจะมีปัญญาไปไหน หรือจะมีใคร มันก็เรื่องของผม... เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย คุณมีสิทธิ์อะไรมาซักไซ้ผมขนาดนี้"
คำพูดนั้นแทงใจดำคนฟังเข้าอย่างจัง ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดุคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความโมโห
"ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ? งั้นทบทวนความจำหน่อยไหมว่าเมื่อคืนใครเป็นคนบอกว่า 'อื้อ... ศิลา พอแล้ว' ฮึ?" ประโยคหลังแกล้งดัดเสียงล้อเลียนความเขินอายของอีกฝ่ายเมื่อคืน ทำเอาใบหน้าหวานของธีร์ขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธปนความอาย
"ไอ้คนฉวยโอกาส! คนหน้าไม่อาย!" ธีร์เงื้อมือขึ้นหมายจะตีไหล่หนาเป็นการระบายความแค้น ทว่าศิลารู้ทันควσόข้อมือบางทั้งสองข้างรวบขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ส่วนมืออีกข้างรวบเอวคืบเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน
"ปากเก่งนักนะ... ตัวแค่นี้ทำไมดื้อจังวะ" ศิลาโน้มใบหน้าลงมาต่ำจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจเต้นระส่ำ ธีร์เม้มริมฝีปากแน่น เบนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างจาบจ้วง
"ปล่อยนะ... ถ้าไม่ปล่อยผมจะโกรธจริงๆ ด้วย"
"โกรธสิ ยิ่งโกรธยิ่งน่ารัก... รู้ตัวไหมว่าช่วงนี้ดื้อจนผมอยากจะจับฟาดให้เข็ด" ศิลาเอ่ยเสียงพร่า สายตาทอดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างนึกมันเขี้ยว ความโกรธที่มีเมื่อครู่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาอันร้อนรุ่มที่ยากจะควบคุม
"คนบ้า..." ธีร์พึมพำเบาๆ หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แม้ปากจะบอกว่าเกลียดนักหนากับท่าทีเอาแต่ใจแบบนี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสัมผัสใกล้ชิดและกลิ่นกายสะอาดๆ ของศิลากำลังทำให้สติของเขาเริ่มกระเจิดกระเจิง
บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกแปลกประหลาด ศิลายังคงตรึงร่างบางไว้ นัยน์ตาดุที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ปรกลงมาข้างแก้มใสอย่างเบามมือ สัมผัสที่อ่อนโยนกะทันหันนี้ทำให้ธีร์ชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตาโดยไม่รู้ตัว
ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาคมพินิจราวกับต้องการค้นหาความหมายบางอย่างในนั้น ริมฝีปากหยักของศิลาขยับเข้าใกล้ชิดอีกนิด ระยะห่างลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจกั้น
"ธีร์..." เสียงทุ้มเรียกชื่อแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะทาบทับเข้าหากันเพื่อทำลายระยะห่างอันตรายนั้น...
*กริ๊งงงงงง!*
เสียงกริ่งหน้าห้องพักหรูดังขึ้นทำลายความเงียบและบรรยากาศสีชมพูจางๆ ให้พังทลายลงในพริบตา ศิลาขมวดคิ้วมุ่นอย่างขัดใจ สบถออกมาเบาๆ ด้วยความหัวเสียที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ ส่วนธีร์สะดุ้งสุดตัว รีบใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักแผ่นอกกว้างให้ออกจากตัวทันที ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นสีแดงก่ำด้วยความกระอักกระอ่วน
ศิลาถอนหายใจยาวอย่างหัวเสีย ขายาวก้าวเดินไปที่ประตูด้วยใบหน้าบึ้งตึง พร้อมที่จะอาละวาดใส่ใครก็ตามกล้ามาทำลายช่วงเวลานี้ของเขา
มือหนากระชากประตูห้องเปิดออกอย่างแรง ทว่าร่างสูงกลับต้องชะงักค้าง นัยน์ตาดุเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นบุคคลที่ไม่คาดคิดยืนถือเอกสารแฟ้มใหญ่ยักษ์อยู่หน้าห้อง
"คุณพ่อ...?" ศิลาค้างเติ่งอยู่กับที่ ขณะที่ธีร์ซึ่งเดินตามออกมาเพื่อจะดูว่าใครมา ถึงกับหน้าถอดสีเมื่อเห็นเงาร่างของประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังผู้เป็นบิดาของศิลายืนยันยิ้มเย็นอยู่ตรงหน้าประตู
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ฟีนิกซ์สีทอง" มาโดยตลอดนะครับ!
ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย•ตอนที่ 30
คนดีของใคร
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!