ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย•ตอนที่ 31

บททดสอบหัวใจ

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"คุณพ่อ...?" เสียงของศิลากลืนหายไปในลำคอ บรรยากาศรอบตัวอึมครึมลงถนัดตา ราวกับมีใครเอาแผ่นเหล็กหนาน้ำหนักหลายตันมากดทับบรรยากาศระหว่างพวกเขาทั้งสามคนไว้ ร่างสูงใหญ่ของท่านประธานคีรี ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูคอนโดมิเนียมหรู สายตาดุดันคมกริบกวาดมองสภาพภายในห้องพักก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของธีร์ที่ยืนหน้าถอดสีอยู่ข้างบุตรชาย ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิวเคล้ากับเสียงหัวใจของธีร์ที่เต้นรัวกระหน่ำอยู่ในอก "ไม่คิดเลยนะศิลา ว่าแกจะทิ้งงานสำคัญระดับพันล้านเพื่อมาขลุกอยู่กับเด็กฝึกงานคนนี้" ท่านประธานคีรีเปิดฉากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังและกดดันจนคนฟังแทบหยุดหายใจ สายตาที่มองมาที่ธีร์เต็มไปด้วยความเหยียดหยามแบบไม่คิดจะปิดบัง ศิลาก้าวเท้าขนาบข้างธีร์โดยอัตโนมัติ แผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มเปรียบเสมือนโล่กำบังที่พยายามปกป้องคนด้านหลัง ดวงตาคมดุฉายแววแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินวาจาดูถูกเหยียดหยามจากผู้เป็นพ่อ "อย่าลากเรื่องงานมาปะปนกับเรื่องส่วนตัวครับคุณพ่อ อีกอย่าง... ผมโตแล้ว มีสิทธิ์เลือกทางเดินของตัวเอง" "เลือกทางเดิน? แกเลือกเอาอนาคตของบริษัทไปแขวนไว้บนเส้นด้ายเพื่อเด็กคนนี้เนี่ยนะ!" คีรีเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบมองบุตรชายอย่างผิดหวังระคนโกรธเกรี้ยว "โครงการแลนด์มาร์กริมแม่น้ำเซ็นสัญญาพรุ่งนี้เช้า เอกสารทุกอย่างต้องอยู่ที่โต๊ะทำงานฉัน แต่แกกลับเลือกที่จะอยู่ที่นี่... ศิลา แกกำลังทำให้ฉันหมดความอดทน" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะใช้มือจับต้องได้ ธีร์กัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจุกอก เขารู้ดีว่าโปรเจกต์นั้นมีความหมายต่อบริษัทขนาดไหน และศิลาต้องแบกรับความคาดหวังมหาศาลเพียงใด การที่อีกฝ่ายเลือกจะอยู่ข้างเขาในเวลานี้ ย่อมหมายถึงการเอาชื่อเสียงและหน้าที่การงานทั้งหมดมาเดิมพัน มือเรียวบางเอื้อมไปแตะชายเสื้อของศิลาเบาๆ พร้อมกับกระซิบเสียงแผ่ว "ไปเถอะครับศิลา... คุณควรไปเคลียร์งานให้เรียบร้อย" ศิลาหันมามองหน้าคนตัวเล็ก ดวงตาที่เคยดุดันและเย่อหยิ่งกลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ความลังเลฉายชัดขึ้นในแววตาคู่นั้นเป็นครั้งแรก นายหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับกำลังลังเลเพราะกลัวว่าจะต้องเสียคนตรงหน้าไป "ฉันไม่ไป" ศิลาตอบเสียงแข็ง กร้าวแกร่งและเด็ดเดี่ยว "งานสำคัญแค่ไหนก็ไม่มีค่าเท่ากับความรู้สึกของฉันตอนนี้" "ศิลา!" คีรีตวาดลั่น ประตูกระจกห้องแทบสั่นสะเทือน "ถ้าแกก้าวขาออกจากห้องนี้ตามฉันไปเซ็นสัญญาที่สำนักงานใหญ่ แกยังมีตำแหน่งผู้บริหารรออยู่ แต่ถ้าแกเลือกจะยืนอยู่ตรงนั้น... แกก็เตรียมตัวเป็นแค่คนตกอับที่ไม่มีแม้แต่บาทเดียวติดตัวได้เลย!" คำขู่เฉียบขาดจากผู้เป็นพ่อพุ่งตรงเข้าปะทะความรู้สึกของทั้งคู่ ศิลาชะงักไปเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะกลัวความยากลำบาก แต่เพราะรู้ดีว่าอำนาจในมือของพ่อสามารถทำลายทุกอย่างที่เขาสร้างมาได้ในชั่วข้ามคืน ธีร์สูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ดึงมือออกจากชายเสื้อของศิลาแล้วก้าวออกไปยืนเผชิญหน้ากับประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพลด้วยแววตาที่ไม่มีความหวาดกลัวเจือปน "ท่านประธานครับ..." เสียงของธีร์ดึงสายตาทุกคู่ให้หันมามอง เด็กหนุ่มเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รักษาศักดิ์ศรีและความเป็นมนุษย์ไว้อย่างเต็มเปี่ยม แม้สถานะทางสังคมจะต่างกันราวฟ้ากับเหวก็ตาม "ถ้าความสำเร็จของบริษัทคุณแลกมาด้วยการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนอื่น และทำให้ลูกชายของคุณต้องทิ้งความสุขของตัวเอง... ผมว่าบริษัทนั้นคงไม่ได้ยิ่งใหญ่มาจากไหนหรอกครับ" คีรีหรี่ตามองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความประหลาดใจแกแกมรังเกียจ "ปากเก่งสมคำร่ำลือ... น่าเสียดายที่ความปากเก่งของเธอ ไม่ช่วยให้โปรเจกต์พันล้านมันงอกเงยขึ้นมาได้หรอกนะ" "แต่ความสามารถของศิลาต่างหากที่ทำให้โปรเจกต์นั้นเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่เพราะอำนาจของคุณ!" ธีร์สวนกลับทันควันโดยไม่เกรงกลัวบารมีของผู้มีพระคุณในคราบเจ้าหนี้ "เขาทำงานหนักมาตลอดเพื่อให้คุณยอมรับ แต่คุณกลับมองเห็นเขาเป็นแค่หุ่นยนต์หาเงิน... คุณเคยถามเขาไหมครับว่าเขาต้องการอะไรจริงๆ" ศิลาหันขวับมามองธีร์ หัวใจกระตุกวูบด้วยความตื้นตัน คำพูดของคนตัวเล็กเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ชะโลมใจที่แห้งผากมานานนับปี ไม่มีใครเคยกล้าพูดแทนเขาแบบนี้มาก่อน ไม่มีใครเคยเข้าใจความอึดอัดที่เขาแบกรับไว้เท่ากับเด็กหนุ่มคนนี้อีกแล้ว "ศิลา..." คีรีถอนหายใจเฮือกใหญ่ พยายามระงับอารมณ์โกรธที่กำลังปะทุ "ฉันให้เวลาแกคิดถึงสิบวินาที ถ้าแกยังเลือกเด็กนี่ ก็เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากตระกูลเราได้เลย" ความกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยม ศิลายืนนิ่งราวกับรูปปั้น ความเงียบงันดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ทว่าบีบคั้นหัวใจคนดูยิ่งกว่าสิ่งใด สิบ... เก้า... แปด... เสียงนับถอยหลังในใจของคีรีดังก้องอยู่ในโสตประสาท ศิลาหันกลับมามองหน้าธีร์ ชายหนุ่มไล่สายตามองใบหน้าหวานที่กำลังพยายามซ่อนความกังวลไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าว มือหนาทาบลงบนแก้มเนียนนุ่มแผ่วเบา สัมผัสอุ่นซ่านที่ส่งผ่านไปทำให้หัวใจของธีร์กระตุกวูบ ศิลาส่งยิ้มบางๆ ให้ เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและเศร้าสร้อยในเวลาเดียวกัน "ฉันขอโทษนะธีร์..." ศิลาเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโต "แต่ฉันปล่อยให้เธอเผชิญหน้ากับเรื่องนี้คนเดียวไม่ได้" สิ้นคำพูดนั้น ศิลาก็หันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับผู้เป็นพ่อเต็มตัว แววตาเด็ดเดี่ยวไร้ซึ่งความลังเลใจอีกต่อไป "ผมเลือกงานไม่ได้หรอกครับคุณพ่อ... เพราะถ้าผมไม่มีเขา ชีวิตผมก็ไม่มีความหมายที่จะต้องบริหารอะไรอีกต่อไปแล้ว" คีรีหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด ยื่นคำขาดครั้งสุดท้ายด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น "แกพูดเองนะศิลา... อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน!" ประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังหมุนตัวเดินกระแทកเท้าออกไปจากห้องเสียงดังสนั่น ทิ้งให้ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ศิลาถอนหายใจยาวเหยียด ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างคนหมดแรง ธีร์ยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งซาบซึ้ง รู้สึกผิด และกังวลใจระคนกัน มือเรียวก้าวเข้าไปใกล้ ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าศิลา เงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มผู้ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อเขา "คุณบ้าหรือเปล่าศิลา..." ธีร์เอ่ยเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้าอย่างสุดจะกลั้น "คุณทิ้งอนาคตทั้งชีวิตเพื่อฉันเนี่ยนะ... คุณจะเอาอะไรกิน จะเอาเงินที่ไหนใช้ชีวิต" ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ มือหนายื่นไปเกลี่ยหยดน้ำตาที่ปริ่มอยู่ตรงหางตาของคนตัวเล็กออกอย่างอ่อนโยน นัยน์ตาคมพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรัก แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ก็ตาม "กลัวฉันอดตายหรือไง หืม?" ศิลาหยอกล้อด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ตามนิสัย "ระดับฉันแล้ว ต่อให้ไม่มีสมบัติสักบาท ก็ยังหาเงินเลี้ยงเมียเด็กปากจัดคนนี้ได้สบายอยู่แล้วน่า" "ใครเมียคุณ! ปากเสียชะมัด" ธีร์สวนกลับตามสัญชาตญาณ พยายามจะชักสีหน้าใส่เพื่อกลบเกลื่อนความซาบซึ้ง แต่ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงเรื่อกับดวงตาที่รื้นน้ำกลับฟ้องความรู้สึกทั้งหมดออกมาอย่างหมดเปลือก ศิลาหัวเราะร่วน ดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่บางสูดดมความหอมกรุ่นเข้าปอดลึกๆ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจท่ามกลางพายุลูกใหญ่ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะกลับมาหวานซึ้ง เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงของศิลาก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ ชายหนุ่มผละออกเล็กน้อย หยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอ เบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคยปรากฏเด่นหรี่ ศิลากดรับสายด้วยความแปลกใจ เสียงปลายสายที่ลอดออกมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มแข็งค้างในทันที "คุณศิลาใช่ไหมคะ... ดิฉันโทรมาจากโรงพยาบาลนะคะ ตอนนี้คุณแม่ของคุณ... เกิดอุบัติเหตุอาการสาหัสค่ะ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความรักสุดคลั่งรักของคู่กัดคู่นี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคุณชายปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%